วันที่ พุธ มีนาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เที่ยววัดถ้ำเสือ ชมเจดีย์วัดถ้ำเขาน้อย นอนริมเขื่อนเขาแหลม


ทริปนี้เราวางแผนที่จะไปสังขละบุรี โดยจะแวะพักที่ทองผาภูมิก่อนเป็นคืนแรก เพราะการที่จะยิงยาวไปสังขละบุรีในคราวเดียวเลย ดูจะเมื่อยล้าเกินไปสำหรับเราสองคน ที่ต้องลงไปยืดเส้น ยืดสายกันเป็นระยะๆ นั่งนาน ๆ มีอาการปวดหลัง จึงคิดที่จะแวะเที่ยวไปตามจุดต่าง ๆ เพราะกาญจนบุรีมีที่เที่ยวมากมาย เลือกเอาตามความสนใจได้เลย เมื่อถึงอำเภอท่าม่วงตามความตั้งใจคือไปวัดถ้ำเสือและวัดถ้ำเขาน้อย ที่ชาวบ้านเรียก วัดไทย วัดจีน ตั้งอยู่ติดกัน มองหาป้ายทางเข้าแบบไม่ให้คลาดสายตา เพราะถ้าพลาดมีขับเลย ผ่านหอนาฬิกา และเขื่อนแม่กลอง จากนั้นก็ตามป้ายไปเรื่อย ๆ

เดินทางท่องเที่ยวเรื่องหลง เป็นเรื่องธรรมด๊า ธรรมดา เมื่อรู้ตัวว่าคลาดกับเป้าหมาย ในพิกัดไม่ไกลนัก ก็หยุดรถลงไปถาม ด้วยคำนำร่องที่ใช้ตลอดว่า ขอโทษนะคะ รบกวนถามค่ะว่า จุด จุด จุด ไปทางไหน อย่าลืมคำขอบคุณปิดท้าย  ซึ่งก็ได้รับน้ำใจให้ความช่วยเหลือตลอดทาง… คนเราดูกันที่หน้าตาอย่างเดียวไม่ได้ บางคนท่าทางดำดุ เราก็ลังเลว่าจะถามดีไหม? สิ่งที่ได้รับกลับผิดคาด กับสิ่งที่คาดว่าจะได้รับกับคนที่หน้าขาวผ่องเป็นยองใยกลับไม่เป็นไปตามอย่างที่คิด แถมเพื่อนที่เดินทางไปด้วยก็เป็นคนหลงทิศ และมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง เราบอกไปทางซ้าย เธอจะไปทางขวา ต้องถามหากรรมการตัดสินทุกที และเราก็ถูกทุกครั้ง อันนี้คือความเหนื่อยใจ อีกประการหนึ่ง

ก่อนถึงวัดถ้ำเสือ จะเจอวัดถ้ำเขาน้อยก่อนค่ะ


ถ้ำเขาน้อยเป็นวัดฝ่ายอนัมนิกายโบราณอายุประมาณ 100 ปีเศษเมื่อเลี้ยวรถเข้าไปสิ่งแรกที่เห็นคือภาพเจดีย์แบบไทย ของวัดถ้ำเสือ กับเจดีย์แบบจีน ของวัดถ้ำเขาน้อย สร้างขึ้นอยู่คู่เคียงกัน แบ่งอาณาเขตกันที่รั้วกั้น

ด้านหน้าจะเป็นพระพุทธรูปให้ทำบุญไหว้พระ และกองผ้าป่า ช่วงที่เราไปเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีน เลยได้รับแจกอังเปามาสองซองเสียงประกาศตามสายว่า ใครมาทำบุญก่อนได้ก่อน เนื่องจากอังเปามีจำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย ข้างในจะเป็นสลากกินไม่แบ่งรัฐบาล ได้มากำลังจะเปิดดู ว่าเลขสวยไหม แต่เขาห้ามไว้ บอกให้ไปเปิดวันหวยออก เวลา 9 โมง 9 นาที แล้วจะโชคดี เราก็เชื่อตามนั้น เก็บไว้ลุ้น ขอให้ข้าพเจ้า เฮง เฮง รวย รวย

เมื่อย่างก้าวผ่านประตูไปจะพบกับพระศรีอริยเมตตรัย ประดิษฐานอยู่ตรงกลาง ด้านข้างจะเป็นเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ  และพระ 18 อรหันต์สีทองอร่ามงามตาอยู่ในกระจกใส  พร้อมกันนี้เราซื้อดอกไม้ธูปเทียนเพื่อบูชา ซึ่งมีจุดให้สักการะปักธูป 4 จุด ได้จากข้างในนี้ค่ะ

 
 
 
 

เดินขึ้นบันไดไปตามทางจะพบกับองค์พระเจดีย์คีรีบรมธาตุ มีทั้งหมด 7 ชั้น เปรียบได้กับสวรรค์ทั้ง 7 ชั้น เป็นพระเจดีย์ทรงเก๋งจีน และมีระเบียงโดยรอบสามารถออกไปชมวิวทิวทัศน์ได้ 360 องศา ท่านจะได้ชื่นชมกับทัศนียภาพของ เขื่อนแม่กลอง ทุ่งนา และบ้านเรือนของชุมชนม่วงชุม ชั้นบนสุดเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ที่สมเด็จพระสังฆราชในนิกายจีนของวัดมังกรประธานให้

ด้านล่างสุดของเก๋งจีนนี้ประดิษฐานพระมหาโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

 
ทางเดินบันไดวน ที่นำไปสู่ชั้นต่าง ๆ

 
เมื่อมองลงมายังพื้นล่าง
 

เราหยุดออกกำลังกายว่ายน้ำมาได้ 2-3 ปี ซึ่งปกติจะว่ายวันเว้นวัน ครั้งละ 1 ชม. ว่ายช้า ๆ สองเซท ๆ ละประมาณ 30 นาที  ต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก เป็นการลดน้ำหนักที่ได้ผล โดยไม่ต้องอดอาหาร ออกกำลังกายบ่อย ๆ จะติด ถ้าไม่ได้ออกกำลังกายหลายวันจะหงุดหงิด เพราะหลังการออกกำลังกาย ร่างกายจะหลั่งสารเอ็นโดฟิน (endorphine) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ฝิ่นที่ร่างกายผลิตขึ้นเอง” ทำให้ร่างกายเรามีความสุข เป็นการเสพติดที่ทำให้สุขภาพดี แถมโรคภัยที่จะกล่าวถึงต่อไปก็ไม่มีให้ต้องเสียเงินไปรักษา เราอ้างกับตัวเองว่า งานยุ่งกลับบ้านดึก เหนื่อย ไม่มีเวลา ตัดขาดไม่ไปแม้กระทั่งเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งตอนนี้น้ำหนักขึ้นไม่มีทีท่าจะลง ร่างกายออกอาการปวดหลัง เจ็บต้นคอ เจ็บไหล่ ท้องอืด  และการเดินขึ้นเขาชันๆ แบบนี้ แม้ระยะสั้นๆ ขอบอกว่า “ลิ้นห้อย”  รู้สึกละอายใจ เมื่อเพื่อนหันมาถามว่า ตอนนี้เธอไม่ไปว่ายน้ำแล้วเหรอ ? เพราะเคยเหน็บเพื่อนไว้ประมาณว่า “ อย่ามาอ้างว่าไม่มีเวลาออกกำลังกาย แต่เป็นเพราะเธอขี้เกียจมากกว่า”  เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ตอนแรกอย่ายกตนข่มท่าน  เพราะตอนหลังว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง

 

 
ทุ่งนา ยามไร้ต้นข้าวปักดำ มีฉากหลังเป็นขุนเขาสูงตระหง่าน ผสมลมเย็น ๆ ที่พัดมาปะทะผิวหน้า กับสายตาที่มองตรงทอดไกลอย่างไร้สิ่งบดบัง  หยุดความคิดสิ่งกังวล ปล่อยอารมณ์สบาย ๆ ร่างกายผ่อนคลาย...เอ็นโดฟินพร้อมทำงาน



วัดถ้ำเสือ (Wat Sua Cave)

ก่อตั้งมาแล้วประมาณ 100 ปีอยู่ห่างจากเขื่อนแม่กลองประมาณ 5 กิโลเมตร เมื่อเดินเข้าไปบริเวณลานจอดรถ มีสองทางเลือกคือ 1 จะเดินขึ้นบันไดเพื่อไปสักการะพระชินประทานพร ประมาณ 150 ขั้น หรือ จะเลือกใช้บริการรถรางไฟฟ้า ที่ให้บริการในอัตราท่านละ 10 บาท

ทางชั้นมาก ถ้าเป็นผู้สูงอายุ แนะนำให้ขึ้นรถรางจะสะดวกกว่าค่ะ

หลวงพ่อชินประทานพร หรือ พระพุทธชินราช ประทับปางประทานพร

หน้าตัก 5 วา 3 ศอก 9 นิ้ว สูง 9 วา 9 นิ้ว

พระเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ความสูงทั้งหมด  9 ชั้น

ซึ่งในแต่ละชั้นจะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปต่าง ๆ และชั้นบนสุดจะเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ

 
 

 

ภายในพระอุโบสถอัฏมุข หรือ พระอุโบสถ 8 มุข เป็นลักษณะทรงไทยมีลวดลายสวยงามวิจิตร

ภายในพระอุโบสถมีภาพเล่าเรื่องราวพุทธประวัติ

พระประธานภายในอุโบสถ

พระบรมสารีริกธาตุ

ปี 2518 ได้สร้างมณฑปครอบรอยพระพุทธบาท ซึ่งเป็นรอยพระพุทธบาท

เบื้องซ้ายยาว 1.50 เมตร ลึก 2.50 เมตร มีน้ำซึมตลอดเวลา

เมื่อตักน้ำขึ้นมาใส่ถ้วยที่เขาจัดเตรียมไว้ให้ ด้านข้างจะมีบทสวดมนต์ ให้ท่องตามค่ะ

เป็นเรื่องน่าขำสำหรับเราสองคนคือ เคยมาวัดถ้ำเสือแล้วทั้งคู่ แต่จำไม่ได้ทั้งคู่เหมือนกัน

จนเห็นวัดไทย วัดจีนนั้นแหละจึงถึงบางอ้อ  การแซวกัน “ฉันจำได้ก่อน เธอจำได้หลัง”  

ก็เกิดขึ้นตลอดการเดินชมวัด ส่วนร้านอาหารแพริมเขื่อนเราเคยมาทานแล้วในคราวที่มาวัดถ้ำเสือครั้งก่อน

รสชาติอร่อย เลยตามรอยเดิม ไม่ต้องคิดให้เสียเวลาว่า รสชาติดีไหม เปิดไว้คอยดักนักท่องเที่ยวหรือไม่

 
 
 
 
 
 
 
 
ทานข้าวเสร็จเราขับรถไปทองผาภูมิ เพื่อเข้าที่พักกันเลยค่ะ บ่ายแก่มากแล้ว
ระหว่างทางผ่านเขื่อนแม่กลอง
พระพุทธมหานาคาสถิต นิรมิตโภคอุดม สมบูรณ์เกษตร สัตตะนคเรศ ประทานชล
 
 
 
 
เราขับรถไปตามเส้น 3272 เข้าอำเภอทองผาภูมิ ผ่านช่องเขาเย็น มีภูเขาขนาบทั้งสองข้าง
เมื่อพ้นแนวกำบังช่องเขา ก็จะได้เห็นเขื่อนอยู่ทางเบื้องล่าง
เหลียวมองทิวทัศน์ที่สวยงาม อีกอึดใจเดียวก็ถึงที่พัก


 
 
 
 
เดืนลงไปนั่งเล่นริมเขื่อน เก็บภาพพระอาทิตย์ตก ที่เมฆดันมาบดบัง
เห็นแต่แสงสีส้มตัดกับท้องน้ำ ที่มีระลอกคลื่นพริ้วไหว ไว้ในความทรงจำ
 
 


 
 
 
 
อาหารมื้อค่ำ รสชาติถูกใจ แต่รีสอร์ทอยู่กลางสวนผลไม้ แมลงเยอะไปหน่อย
 
 
 
เป็นค่ำคืนที่หลับสบาย ตื่นมากับมื้อเช้าที่เขาจัดเตรียมไว้ให้

 
จุดหมายแรกของเราวันนี้อยู่ที่เขื่อนวชิราลงกรณ เพราะอยู่ห่างจากรีสอร์ทแค่ 10 นาที

เขื่อนวชิราลงกรณ เดิมมีชื่อว่า เขื่อนเขาแหลม เป็นเขื่อนหินถมแห่งแรกของประเทศไทย ที่ดาดผิวหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ตั้งอยู่บนแม่น้ำแควน้อย เป็นเขื่อนเอนกประสงค์โดยมีวัตถุประสงค์ด้านผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นหลัก สร้างปิดกั้นแม่น้ำแควน้อยบริเวณตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

 
 ขอตัวเดินเล่นบนสันเขื่อนชื่นชมธรรมชาติสักครู่นะคะ
 



 
 
 
 
สถานีต่อไปสังขละบุรี
 
 
แล้วพบกันใหม่นะคะ สวัสดีค่ะ
 

โดย see-you

 

กลับไปที่ www.oknation.net