วันที่ พุธ มีนาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ขุนน่าน ... หนาวเหน็บ เสียดาย หวัง


. . .

ผ่านหมู่บ้าน

ข้ามขุนเขา

มายาวไกล

 

แต่ดูเหมือนจะยังไม่สิ้นสุด

เ มื อ ง ปั ว ... ทุ่งนา แปลงผัก อบอุ่นอยู่กลางแสงแดด

ทางชันคดเคี้ยว สู่ภูสูงยังมุ่งไปข้างหน้า

บ่ อ เ ก ลื อ ... สงบ เย็น ในโอบล้อมของป่าเขา ไม่น่าเชื่อว่าบนดอยสูงเช่นนี้จะมีความเค็มเป็นขุมทรัพย์

จากบ่อเกลือเลี้ยวซ้ายลงดอยมาเพียงไม่นาน อุทยานแห่งชาติขุนน่านรอรับการมาเยือนของเรา พร้อมกับเจ้านกจับแมลงตัวน้อยบนหัวเสาประตูทางเข้า

ขุ น น่ า น ... สถานอันเป็นต้นกำเนิดของขุนเขาและสายน้ำน่าน อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดอยภูคา ป่าผาแดง ตำบลภูฟ้า ตำบลบ่อเกลือใต้ ตำบลดงพญา ครอบคลุมเทือกเขาภูฟ้า เทือกเขาขุนน้ำว้าน้อย เทือกเขาน้ำว้ากลาง และเทือกเขาผีปันน้ำที่ทอดยาว 412 กิโลเมตร ให้กำเนิดแม่น้ำ 2 ทาง ทางหนึ่งไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา คือ แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน และอีกเส้นทางหนึ่งไหลลงสู่แม่น้ำโขง คือ แม่น้ำกก แม่น้ำอิง โดยมียอดเขา ผีปันน้ำ เป็นยอดดอยสูงสุด ประมาณ 1,745 เมตร


จุดกางเต้นท์ริมน้ำ ผู้คนจับจอง ยังมีที่เหลือพอสำหรับสามเต้นท์

แดดไม่ทันห่างหาย ความหนาวเย็นก็มาเยือนเสียแล้ว คืนนี้เห็นทีจะต้องรับศึกหนักแน่ๆ

แล้วก็จริงดังคาด แม้จะเตรียมเครื่องกันหนาวมาพร้อม ความเย็นก็แทรกผ่านจนสะท้าน


แ ส ง เ ช้า

บนทางเดินเรียบธารไปน้ำตก

นกอีเสืออาบแดดอุ่น

ใบไม้ร่วง สายน้ำริน สายลมปลุกปลอบ

ธรรมชาติอ่อนโยน กระทั่งความเกลียดชังยังยอมพ่าย แม้จะใช้เวลาอยู่บ้าง

๐ ๐ ๐


เราอยู่ในวงล้อมของนกพญาปากกว้างอกสีเงินฝูงใหญ่ อย่างไม่ทันตั้งตัว

บินเลาะไปตามแนวไม้ข้างทาง

ตาม ตาม ... ตามไปติดๆ แว๊บหาย แว๊บหาย เห็นไม่ถนัดสักที (ปากกว้างใจร้าย)

เดินมาไกลจนถึงทางรกไปต่อไม่ได้ ต้องย้อนกลับ

สงสัยว่าบรรดานกคงเพิ่งตื่น ออกมาทักทายตลอดทาง แม้จะเป็นนกเล็กๆแต่ก็พอได้ยืดเส้นยืดสายบ้าง

อุ่ น ใ จ ... มีคนตัวโตเดินอยู่ข้างหลังหนึ่งคน ข้างหน้าหนึ่งคน ทิ้งระยะพอสมควร ช้างมาก็เจอสองคนนั้นก่อนหละ... 

เพลินๆมาถึงทางชัน "เย้ย" จู่ๆก็ลอยละลิ่วลงมา หล่นปุ๊กในพงหญ้า กลิ้งขลุกๆหัวไปแปะเบาๆที่ก้อนหินใหญ่พอดี

มึน ... ลงมาได้ไงวุ้ย! 

"ไหน มันอยู่ไหน" หญ้าบังซะมิด ... นึกแล้วก็ขำ

หิวแล้ว หิวมาก ท้องร้องครวญคราง ...

ถึงเต้นท์พัก อาหารก็ใกล้เสร็จพอดี ทริปนี้สบายมีคนทำให้ทานทุกมื้ออร่อย ... ขอบคุณนะคะ


"ป่าที่นี่เพิ่งจะฟื้นตัว ไม่มีพืชที่เป็นลูกไม้ นกจึงน้อย"

คำสรุปสั้นๆ ที่เข้าใจได้



ใ น เ ส้ น ท า ง

นับจากตัวเมืองน่าน สู่อุทยานแห่งชาติขุนน่าน ได้เห็นความพยายามของคน ที่บากบั่นเอาชนะความสูงชันเกือบ ๙๐ องศา บุกรุกเผาป่าจนราบคาบไม่เหลือแม้แต่ตอ ได้แต่กล้ำกลืน ด้วยความสะท้อนใจ

ป่าเมืองน่าน ในปี 2507 จำนวน 6.4 ล้านไร่ ค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นไร่ข้าวโพด ไร่ถั่วเหลือง จากการส่งเสริมของบริษัทใหญ่ทางการเกษตร รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ปัจจุบันเหลือเพียง 4.8 ล้านไร่ หายไปแล้ว 1.5 ล้านไร่   การทำไร่อย่างมโหฬารใช้ยาฆ่าแมลง ใช้ปุ๋ย ส่งผลถึงแม่น้ำน่าน ต้องเผชิญกับสารเคมีจำนวนมากที่ไหลลงสู่ลำน้ำ

แสนเสียดายป่าเมืองน่าน ...

จะกลับคืนมาเหมือนเดิมหรือไม่ คนเมืองน่านคงให้คำตอบได้ดีที่สุด จะยอมรับเกษตรเชิงเดี่ยวที่ทำลายดิน น้ำ อากาศ หรือจะหันมารักษาฟื้นฟูป่า ให้ดินอุดม น้ำสมบูรณ์ดังเดิม ?

ฝากความหวังไว้กับทุกคน ...

ช่วยกันดูแลรักษาป่า ที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดนี้ด้วยค่ะ

 

นกแซงแซวสีเทา / Ashy Drongo (Dicrurus leucophaeus)

นกจับแมลงหัวเทา / Grey-headed Canary-flycatcher

นกอุ้มบาตร (White Wagtail ; Motacilla alba)

ป่าเขียวในเขตอุทยานแห่งชาติ

เมื่อหมอกสลาย

 

น่านรำลึก
เรื่อง/ภาพ: นณณ์ ผาณิตวงศ์ 7 เมษายน 2555
http://www.siamensis.org/article/35421

  

คุณหรือผม...ใครตัดป่าน่าน ?   :  ระวังไพร

 

๐ ๐ ๐

 

A Roving On A Winter's Night

๐ ๐ ๐

โดย wansuk

 

กลับไปที่ www.oknation.net