วันที่ พุธ มีนาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่อง หยุมหยิม จุกจิก จินตนาการ ถ่ายภาพ ตบแต่งภาพ


        

 

ไฟล์ภาพขัดข้อง ท่านสามารถไปอ่านเรื่องนี้ได้ที่

http://loongchat.blogspot.com/2015/01/imagine.html

 

   สวัสดีครับ สองสามวันนี้มีเพื่อนๆเข้ามาสะกิดลุงชาติกันหลายคน แถมโดนเพื่อนพาดพิงอยู่บ่อยๆ ปกติจะเห็นว่าเขียนเอนทรี่ตอบตามที่พาดพิง ตอนนี้ทำไมเงียบจัง จึงตอบเพื่อนไปว่า ตกลง จะรีบเขียนเดี๋ยวนี้เลย เกรงใจเพื่อนจริงๆ ไหนๆเพื่อนๆก็แวะมาเยี่ยมแวะมาถามไถ่แล้ว ก็เลยเลือกเอาเรื่องนี้มาเขียนก็แล้วกัน เป็นเรื่องที่กำลังสอนนศ.ในช่วงปิดเทอมอยู่ บังเอิญตอนที่ลงมือเขียนเอนทรี่นี้ กำลังเปิดเพลงของ จอห์น เลนนอน ฟังอยู่พอดี ก็เลยขอเริ่มตรงนี้ซะเลยครับ

 

  ทำไมต้องมีจินตนาการ ทำไมต้องมีความฝัน  

               

ความฝันที่คุณฝันคนเดียวเป็นเพียงความฝัน

ความฝันที่เราฝันร่วมกันคือความเป็นจริง : จอห์น เลนนอน

A dream you dream alone is only a dream.

A dream you dream together is a reality.

                                               -John Lennon

 

  เรื่องหยุมหยิมจุกจิก กับ Imagine creating and retouching.

  ภาพที่เขียนแนะนำให้กับ นศ.เมื่อคราวที่แล้ว มีคนบอกว่ายากเกินไป แถมมีเรื่องหยุมหยิมจุกจิกเยอะมาก คราวนี้จึงแยกรายละเอียดเพิ่มเติมให้อีกนิดนะครับ จะได้เข้าใจมากขึ้น ง่ายเกินไปก็ไม่สนุกนะตัวเอง

 

 

 

  

  เริ่มที่เทคนิคนี้ครับ มีน้องคนหนึ่งที่เคยฝึกโฟโตชอพกับผมมานานแล้ว แม้ฝีมือจะดีจนรับงานมาทำเองได้แล้ว แต่ก็ยังแอบมาคุยมาถามไอเดียอยู่เสมอๆ คราวที่มีงานไปถ่ายภาพรับปริญญาด้วยกัน น้องเขามาถามว่า จะถ่ายภาพแล้วแต่งให้เป็นภาพย้อนยุคอย่างไรให้ดูเมื่อไหร่ก็ยิ้มสดชื่นมีความสุขอยู่เสมอ ผมตอบแบบสนุกๆไปว่า ก็ให้เจ้าของภาพเขาเปิดภาพดูแล้วให้เขายิ้ม เราก็ถ่ายได้แล้ว ตอบสนุกๆไปแบบนี้ แต่น้องเขาชอบแฮะ...

 

 

 

 

 

  

ถ่ายภาพต้นฉบับมา เหอ เหอ เปิดดูภาพเมื่อไหร่ก็ยิ้มสดชื่นมีความสุขอยู่เสมอ จริงๆ

 

  เอาน่า..ถ่ายมาแล้วต้องตบแต่งได้สิ กระบวนการตบแต่งขั้นพื้นฐานเริ่มที่ขั้นตอนนี้ครับ ปรับสีปรับแสงให้ได้ตามต้องการ สำหรับภาพนี้เพียงแค่เพิ่มไฮไลต์ให้กับเส้นผมและใบหน้าบางส่วน ถ้าใครต้องการรีทัช ก็ทำในขั้นตอนนี้ด้วยเลย 

 

 

 

 

 

  

ขั้นตอนต่อไป จะปรับภาพให้ดูฟุ้งนุ่มและเบลอคล้ายๆกับใช้ฟิลเตอร์ Soft ที่มีใช้กับกล้องและเลนส์ในยุคฟิล์ม แต่เราใช้วิธีดิจิตอลคือโฟโตชอพ โดยใช้เมนู Filter ทำให้เบลอด้วย Radial zoom blur แล้วปรับให้ฟุ้งนุ่มด้วย โหมด Screen เห็นมะ...ย้อนยุคไปหายุคฟิล์มจนได้

 

 

 

 

 

  

  ขั้นตอนสุดท้าย ทำให้เป็นภาพย้อนยุคสมบูรณ์แบบ ปรับภาพเดิมที่เป็นภาพสีฟุ้งๆนั้นให้เป็นภาพขาว ดำ แค่นี้ก็สมบูรณ์แล้ว

 

 

 

 

 

  หรือจะปรับโทนสีให้ดูสบายๆตา เป็นธรรมชาติแบบภาพในโทน Natural Tone ก็ใช้สีขาวในโทนสีสว่าง และใช้สีน้ำตาลในโทนสีเข้มสีมืด ด้วยฟิลเตอร์  Gradient Map แล้วผสมภาพด้วยเบลนดิ้งโหมดตามชอบ ผมใช้โหมด Color สำหรับภาพนี้ และปรับลด Opacity ให้ได้สีตามต้องการ ผมลดลงมาเหลือประมาณ 80%

 

 

 

 

 

 

  หรือใครที่ชอบหวานๆมากกว่านี้อีก ก็เปลี่ยนโทนสีให้เป็นสีน้ำผึ้งไปซะเลย โดยใช้วิธีเดิมนั่นละครับ โทนสีสว่างยังคงใช้สีขาว ส่วนโทนสีเข้ม ให้เปลี่ยนสีน้ำตาลให้ออกมาทางอมสีชมพูนิดหน่อย ใช้ฟิลเตอร์  Gradient Map แล้วผสมภาพด้วยเบลนดิ้งโหมดตามชอบ เหมือนเดิมครับ แล้วเซฟภาพไปใช้งาน

 

 

 

 

 

  

  เทคนิคยอดนิยมอีกเทคนิคหนึ่ง ที่มีน้องๆสอบถามมาเสมอๆ เทคนิคการตบแต่งภาพพอร์ทเทรต ผมจะไม่กำหนดเทคนิคอะไรให้ตายตัว แต่จะแนะนำให้เห็นรายละเอียดบางอย่างที่บางคนอาจละเลยอาจมองข้ามไป เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องหยุมหยิม บางทีเรื่องเล็กน้อยหยุมหยิมในภาพถ่าย ถ้าเราใส่ใจ ภาพจะกลายเป็นภาพที่ประทับใจขึ้นมาได้ มาดูเรื่องหยุมหยิมที่จะกลายมาเป็น Smart Portrait กันครับ

 

 

 

 

 

 

  โดยปกติผมจะถ่ายภาพมาเป็นไฟล์ RAW ซึ่งเป็นไฟล์ที่เก็บรายละเอียดของภาพได้ดีมาก นี่คือเรื่องที่ควรใส่ใจเป็นอันดับแรก เพราะมันจะช่วยให้ปรับแต่งรายละเอียดของภาพได้มากมายทีเดียว ภาพนี้คือภาพต้นฉบับที่ถ่ายมาเป็นไฟล์ RAW เปิดภาพต้นฉบับขึ้นมาปรับแต่ง ขั้นตอนพื้นฐานเบื้องต้นก่อน เช่นปรับแสงสว่างโดยรวมคร่าวๆให้ได้ตามต้องการ สำหรับภาพนี้ผมเพิ่มไฮไลท์ให้กับเส้นผมและใบหน้าของนางแบบบางส่วนให้สว่างขึ้นอีกนิดหน่อย เพื่อไม่ให้เส้นผมมืดทึบจมหายไป

 

 

 

 

 

  

ขั้นตอนนี้เป็นการเก็บรายละเอียดของผิวนางแบบ เช่นปรับแสงสว่างตรงผิวแก้มด้านที่หันเข้ารับแสงให้สว่างอีกนิด ปรับลดเงาดำที่แข็งกระด้างตรงมือให้เงานุ่มขึ้น ลดเงาดำใต้คางให้อ่อนลง ลบรอยดำด่างบนใบหน้าที่เกิดจากเม็ดฝุ่นในกล้อง  ลบเส้นผมฝอยๆที่เกะกะแตกกระจายในบางส่วน ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ อาจมีหลายคนที่มองข้ามบางอย่างไป บางคนเห็นว่าเป็นเรื่องจุกจิก ในขั้นตอนนี้ ใครที่ต้องการรีทัชเพิ่มเติมอีกก็ได้เช่น ทำให้ผิวเนียนมากขึ้น (เป็นความชอบส่วนบุคคล) สำหรับผม ถ้าจะต้องทำให้ผิวเนียน ผมจะทำเนียนเพืยงเล็กน้อยเท่านั้น ผมยังชื่นชอบที่จะให้ผิวหน้านางแบบมีเม็ดสิวเสี้ยนผุดอยู่บนใบหน้าครับ

 

  เรื่องเล็กน้อยหยุมหยิมในภาพพอร์ตเทรตอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งไหนๆก็ต้องรีทัชแล้ว จึงเพิ่มปรับแต่งสีของฟันให้สวยขึ้น ภาพนี้เพียงแค่ทำให้ฟันมีสีขาวขึ้น ไม่ได้จำเป็นต้องถึงขนาด จัดฟัน เรียงฟัน ครอบฟัน และเพิ่มประกายความแวววาวให้ริมฝีปาก เพิ่มความอิ่มตัวของสีลิปสติคอีกนิดก็พอ 

 

 

 

 

 

 

  ถ้าสังเกตุที่ภาพต้นฉบับของภาพนี้ให้ดีๆ จะพบว่าตาซ้ายของนางแบบนั้นเกือบจะหลุดโฟกัส ตาซ้ายมีความคมชัดนัอยกว่าตาขวา ทางแก้ก็คือ ต้องปรับแต่งให้บริเวณตา คิ้ว ขนตา ให้คมชัดมากขึ้น การตบแต่งดวงตานั้น ดวงตามีพื้นที่เล็กๆนิดเดียว แต่กลับมีเรื่องหยุมหยิมจุกจิกมากมาย เช่น ปรับเพิ่มคอนทราสต์ให้กับม่านตา ทำลูกตาขาวให้ขาวใสขึ้นอีกนิด(ถ้ามีเส้นเลือดฝอยสีแดงมากๆก็อาจต้องลบเส้นเลือดออกไป) เพิ่มความเข้มให้คิ้วและขนตาอีกหน่อย เพิ่มประกายตาให้สุกใสขึ้น รวมทั้งอาจลดรอยคล้ำใต้ตาลงอีกนิดหน่อย สิ้นสุดขั้นตอนของ Smart Portrait เพียงเท่านี้ คือหมดภาระกิจในเรื่องของการรีทัชภาพบุคคลที่น้องเขาสอบถามมา

 

 

 

 

 

  ส่วนภาพที่ทำส่งไปให้นางแบบ นางแบบในถาพนี้ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ ซึ่งวัยรุ่นส่วนใหญ่นั้น มักจะชื่นชอบภาพที่ดูสดใส มีสีสัน สว่างๆ ผมจึงทำภาพเพิ่มเติมจากส่วนที่ปรับแต่ง Smart portrait ไปแล้วอีกนิดหน่อย โดยเพิ่มสีสันให้กับสีผิวนางแบบและฉากหลังให้มีสีสดใสในโทนสีกลางเพิ่มขึ้น

 

 

 

 

 

  

ในขั้นตอนเก็บงานละเอียด ผมเพิ่มเทคนิคสร้างภาพนุ่มนวลชวนฝันที่เคยเขียนแนะนำไปแล้ว แต่ใช้เลเยอร์มาสค์มาเปิดความคมชัดให้ใบหน้านางแบบ และเพิ่มแสงริมไลท์ที่ขอบเส้นผมในส่วนที่โดนแสง ริมไลท์ที่หัวไหล่และแก้ม เพียงใส่แสงจางๆไม่ต้องมาก นางแบบชอบภาพนี้มากมาย...ขอบอก ^__^

 

  ปล.แอบบ่นกับภาพชุดในสวนกล้วยนี้นิดหน่อย ผมอึดอัดกับคอนเซ็บนี้เพราะฉากหลังซึ่งเป็นสวนกล้วยรกๆ ทำให้อารมณ์ในการถ่ายภาพและมุมภาพมันอึดอัดไปหน่อย ภาพส่วนใหญ่จึงต้องพยายามถ่ายให้เลี่ยงฉากหลังรกๆออกไปให้ได้ บางทีเราก็จำเป็นต้องถ่ายภาพที่เราไม่ได้อยากจะถ่ายเหมือนกัน

 

 

 

 

 

 

  

ภาพชุดพอร์ตเทรตนี้

ถ้าดูจากไฟล์ภาพเล็กๆ

อาจมองไม่เห็นรายละเอียดมากนัก

ถ้าจะดูให้เห็นความแตกต่างชัดเจนจริงๆ

ดูได้จากภาพเปรียบเทียบนี้เลยครับ

 

 

 

 

 

 

  

เทคนิคนี้แม้จะเคยเขียนแนะนำเอาไว้นานมาแล้ว แต่ก็ยังมีผู้สอบถามกันเข้ามาเสมอๆ ดูเหมือนจะเป็นเทคนิคยอดฮิตของบรรดานักเรียนระดับมัธยมปลายเลยทีเดียว สงสัยคงทำงานส่งอาจารย์กันแน่ๆ

 

  ภาพจิ๊กซอว์ (Puzzle Technics) ผมเลือกเอาภาพที่ถ่ายแคนดิดมาตบแต่ง ข้อดีของการใช้ภาพแคนดิดมาแต่งก็เพราะเป็นภาพที่ไม่เกี่ยวข้องกับพิธีการ หรือไม่เป็นทางการ จึงไม่ต้องกังวลอะไรมากเกินไป เพียงแค่คิดคร่าวๆในใจว่าจะตบแต่งในรูปแบบใด แล้วลุยเลย

 

 

 

 

 

 

  

  เปิดภาพต้นฉบับขึ้นมา ตบแต่งปรับสีและแสงแบบง่ายๆ ตามพื้นฐานที่ควรจะเป็น แล้วเปิดภาพ Puzzle ที่เป็นลวดลายสำเร็จรูปขึ้นมา นำภาพ Puzzle มาซ้อนกับภาพต้นฉบับ แล้วใส่เลเยอร์มาสค์ 

 

 

 

 

 

  

นำแปรงมาระบายเลเยอร์มาสค์เพื่อเปิดให้บัณฑิตค่อยๆไล่ความคมชัดออกมาจาก Puzzle เน้นให้ชัดที่สุดตรงใบหน้าและดอกไม้บริเวณกลางตัวบัณฑิต ตรงส่วนริมขอบของช่อดอกไม้ให้ค่อยๆเบลอเข้าหา Puzzle จะทำให้ภาพดูมีมิติ คล้ายบัณฑิตทะลุผ่าน Puzzle ออกมา ทิ้งให้ฉากหลังจมหายไปใน Puzzle นั้น ขั้นตอนสุดท้ายของการตบแต่ง เก็บรายละเอียดของภาพ เช่น ปรับเคิร์ฟ ปรับแสงเงา ปรับความคมชัดของภาพอีกเล็กน้อย ก็คงเพียงพอแล้ว ภาพลักษณะนี้ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเยอะ  บัณฑิตอยู่ในวัยที่สดใสอยู่แล้วครับ 

 

 

 

 

 

 

  หรือใครที่ชื่นชอบภาพในแนวเล่นโทนสี อาจย้อมสีตามสีที่ชอบ เช่นสีบีช สีพาสเทล หรือสีอื่นๆตามต้องการ ด้วยฟิลเตอร์  Gradient Map แล้วผสมภาพด้วยเบลนดิ้งโหมดตามชอบ ผมใช้โหมด Color สำหรับภาพนี้ และปรับลด Opacity ให้ได้สีตามต้องการ ผมลดลงมาเหลือประมาณ 80% แล้วเซฟภาพไปใช้งาน

 

 

 

 

 

  

แล้วพบกันใหม่ในโอกาสต่อๆไปนะครับ

 

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจที่ดีเสมอมา

ขอขอบคุณ OkNATION.NET

ที่ให้พื้นที่ในการแบ่งปันความสุข

ขอบคุณครับ

 

 

โดย ลุงชาติ

 

กลับไปที่ www.oknation.net