วันที่ พฤหัสบดี มีนาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนาวนี้มีใจให้อิสาน๓ ล่องเรือตามฝัน..เก็บตะวันกลางบึงบัว


ทัวร์นกขมิ้นเหลืองอ่อน ของเราอำลาหนองคายไปตั้งแต่เช้าตรู่ คนขับรถช่วงหนองคาย-อุดรธานี-ภูเรือที่เพื่อนติดต่อไว้เป็นสุภาพสตรีวัยเกินหกสิบนิดๆที่เปรี้ยวจี๊ดและยังสดสวย เพื่อนเลือกเธอจากการประชาสัมพันธ์ใน FB แม่มดแปลกใจในวิธีคิดของเพื่อนแต่ไม่คัดค้านเพราะเราตกลงกันแล้วว่าเธอมีสิทธิ์ชี้ขาดในประเด็นของยานพาหนะหากเรามีความเห็นไม่ตรงกัน

คุณออเป็นหญิงมั่น เธอวางแผนการเดินทางและสถานที่ควรชมในเขตจังหวัดอุดรธานีไว้ให้เราทั้งหมด แม่มดซึ่งไม่เคยเดินทางไปที่ใดโดยไม่ศึกษาข้อมูลล่วงหน้าพยายามสงบปากสงบคำเพราะรู้ว่าตัวเองก็ไม่ใช่คนหัวอ่อน  กระนั้นแม่มดก็ยังขัดแย้งกับคุณออจนได้ในประเด็นของฟาร์มกล้วยไม้หอมอุดรซันไชน์  คุณออซึ่งประกาศว่าเธอทำงานโปรโมทการท่องเที่ยวร่วมกับหอการค้าของจังหวัดไม่เห็นด้วยกับการแวะชมฟาร์มกล้วยไม้เพราะ

เสียเวลา ไม่น่าสนใจหรอกค่ะ ททท.เขาก็ไม่ได้โปรโมทมาตั้งนานแล้ว

 แล้วยังไง ทำไมเราจะต้องตามก้นททท.ทุกย่างก้าว

 แม่มดไม่โต้แย้งแต่ยืนยันสิทธิ์ของผู้ว่าจ้างเรียบๆว่า

ต้องการไปชมกล้วยไม้หอมค่ะ พี่พาไปได้ใช่ไหมคะ

ดอกกล้วยไม้หอมอุดรซันไชน์

แม่มดชอบไม้หอมมากกว่าไม้สวย (ถ้าเลือกทั้งสวยทั้งหอมไม่ได้)  ฟาร์มกล้วยไม้ทรุดโทรมตั้งแต่ท่านเจ้าของจากไปแต่ความหอมของกล้วยไม้ยังไม่จืดจาง กลิ่นกรุ่นของอุดรซันไชน์คลับคล้ายกลิ่นหอมหวานของสุคนธรัศมิ์ที่แม่มดได้มาจากอัมพวา เพื่อนซื้อกล้วยไม้ไป ๑ ต้น เธอว่าเป็นของที่ระลึกจากอุดรธานี แม่มดเสียอีกที่เป็นฝ่ายลังเลแล้วตัดใจเพราะเกรงว่าไม้บอบบางจะชอกช้ำด้วยเรายังต้องเดินทางกันต่อไปอีกหลายวัน

 

พิพิธภัณฑ์ไทย-จีน

คุณออพาเราไปชมพิพิธภัณฑ์ไทย-จีนที่บอกเล่าเรื่องราวการตั้งถิ่นฐานและการสร้างอาณาจักรทางธุรกิจของตระกูลใหญ่ๆในจังหวัดแต่ใจแม่มดไปจดจ่ออยู่ที่พิพิธภัณฑ์บ้านเชียง ความสนใจในโบราณคดีเป็นเชื้อที่แพร่มาจากลูกชายซึ่งเก็บรับความสนใจทางด้านประวัติศาสตร์ไปจากแม่มดตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อย

พิพิธภัณฑ์บ้านเชียง 

แต่เรา ๒ คนสนุกมากกับการเลือกซื้อซิ่นฝ้ายหมักโคลนของบ้านนาข่า แม้ว่าแม่มดจะผิดหวังที่ไม่มีโอกาสชมการทอผ้าด้วยมือ งานนี้แม่มดได้ซิ่นเนื้อนุ่ม สีขรึม ราคาไม่แพงกลับไปสวมใส่เดินตลาดที่ราชบุรีหลายผืน

 

ระหว่างการเดินทาง แม่มดตื่นตาตื่นใจกับถนนกว้างขวาง ผิวทางเรียบกริบของภาคอีสาน ถ้าคนภาคกลางค่อนไปทางใต้มาเห็นคุณภาพทางหลวงแผ่นดินที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะต้องถอนใจ แม่มดเคยขับรถไปไกลสุดแค่ประจวบคีรีขันธ์  แทบจะไม่เคยเห็นผิวจราจรของถนนเพชรเกษมช่วงไหนเลยที่ไม่มีร่องรอยปุปะ

เห็นถนนดีๆแล้วแม่มดยิ่งอยากขับรถท่องเที่ยวด้วยตนเองในขณะเพื่อนชอบมากที่ได้เอนหลังโดยมีคนขับให้นั่งสบายๆ แต่แม่มดแน่ใจว่าเธอเริ่มมองภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเราด้วยสายตาที่ไม่เหมือนเดิม

 

การล่องเรือชมทะเลบัวแดง เป็นโปรแกรมระดับ a must see ของแม่มด ความจริงแล้วเป็นเหตุผลเดียวเสียด้วยซ้ำในการเดินทางไปอีสานครั้งนั้น แม่มดจองที่พักไว้ที่โฮมสเตย์ของคุณขันแก้วประธานกลุ่มโฮมสเตย์ของบ้านเดียมที่อยู่ห่างจากบึงบัวเพียงไม่กี่ร้อยเมตร คุณออมีความเห็นว่าเราควรจะพักในตัวเมืองอุดรฯเพราะน่าจะสะดวกสบายกว่า การขับรถตอนเช้าจากตัวเมืองไปทะเลบัวแดงก็ไม่น่าจะต้องใช้เวลาเกิน ๔๐ นาที เพื่อนฟังแล้วก็ออกจะเห็นด้วยกับเจ้าถิ่น แต่แม่มดยืนกรานว่าต้องการนอนโฮมสเตย์

วัดพระธาตุบ้านเดียม

นี่ควรจะเป็นประสบการณ์ใหม่ในการเดินทางเพราะแม่มดไม่เคยค้างคืนในที่พักประเภทนี้มาก่อน  ซ้ำแม่มดยังรู้สึกถูกใจคุณขันแก้วตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้า แม่มดโทรหาเธอโดยตรงตอนจองที่พัก เมื่อขอบัญชีธนาคารเพื่อจะโอนค่าที่นอนพร้อมอาหารเช้าไปให้ คุณขันแก้วตอบไม่มีคะขาแต่ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงใจว่า ไม่ต้องหรอก ก็จะมาแน่ๆไม่ใช่หรือ

 

คุณออขับรถอย่างผู้ชำนาญทางตรงไปถึงหนองหานประมาณเกือบ ๕ โมงเย็น แม่มดไปยืนดูผืนน้ำกว้างที่นิ่งเกือบสนิทอยู่เงียบๆ ลมอ่อนพัดมาเบาๆ  เรือบริการนักท่องเที่ยวหลายสิบลำจอดนิ่งอยู่ริมบึงแต่คนเรือหลายคนยังไม่กลับบ้านทั้งๆที่เวลางานของพวกเขาน่าจะอยู่ระหว่าง ๖ โมงเช้าถึงไม่เกินเที่ยงวันเพราะนั่นคือช่วงเวลาที่บัวบาน แต่ก็มีคนเดินทางที่ไม่ทำการบ้านแวะมาถึงหนองหานเอาเมื่อบ่ายคล้อย และหลายคนเช่าเรือออกไปกลางบึงเสียด้วย

 

เขาไปดูอะไรกัน แม่มดถามหนุ่มขับเรือคนหนึ่งอย่างงงๆ

ไปดูบัวตูม หนุ่มตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงซื่อสนิทจนแม่มดต้องมองตาของคนตอบ  ใจหวนคิดไปถึงวันเวลาที่ไปเยือนภาคอีสานด้วยหน้าที่การงานเป็นครั้งแรกเมื่อหลายสิบปีก่อน 

 

เช้าวันหนึ่งแม่มดไปเดินตลาดพื้นเมืองที่ชาวบ้านกำผักปลูกเองมาวางขายแบกับดิน แม่มดจับผักพื้นบ้านขึ้นมาดูแล้วตั้งคำถาม

นี่กำละเท่าไรจ๊ะ  คำตอบสั้นๆชัดเจนที่ได้กลับมาคือ ๑ บาท

แล้วนี่ล่ะ แม่มดหยิบผักกำที่ใหญ่กว่าขึ้นมา   บาทเดียวครือกัน

ราคา ๑ บาทเท่ากัน ทำไมผักกำโตไม่เท่ากัน แม่มดซักอย่างคนช่างสงสัย

คนกำคนละคนจ้า  แม่มดมองหน้าแม่ค้าขายผัก แต่ทั้งสีหน้าและแววตาของคนตอบไม่มีพิรุธให้จับได้ว่าตั้งใจป่วนแม้แต่น้อย

อีกครั้งหนึ่ง แม่มดตามเพื่อนที่เป็นนักวิชาการเกษตรไปดูงานวิจัยการปลูกสับปะรด แม่มดถามชาวไร่ที่เป็นลูกจ้างโครงการวิจัยว่า สับปะรดนี่ ใช้อะไรปลูก คือแม่มดหมายถึงเขาใช้ส่วนไหนของสับปะรดในการขยายพันธุ์ไงคะ เขาตอบแบบตาใสสนิทกลับมาว่า ใช้มือปลูก

คนฟังเอ๋อไหมล่ะ เพราะถ้าแม่มดตอบใครแบบนี้แปลว่าแม่มดกำลังอยู่ในอารมณ์กวนโอ๊ยแล้วนะ

บทสนทนาทำนองนี้เกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงเวลา ๒ ปีที่แม่มดทำงานอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  จนแม่มดต้องกลับมาใคร่ครวญว่า หรือจะเป็นเราเองนั่นแหละที่ถูกอบรมบ่มเพาะมาให้ไตร่ตรองมากมายจนคิดง่ายๆ พูดตรงๆซื่อๆแบบนี้ไม่เป็น

 

เราออกจากบ้านคุณขันแก้วตั้งแต่ตีห้าครึ่ง กระนั้นเราก็ไม่ใช่คนเดินทางกลุ่มแรกของหนองหาน รถบัสคันโตพานักท่องเที่ยวที่เกือบจะเป็นหญิงล้วนมาเต็มคัน ฝรั่งผมทองหอบอุปกรณ์กล้องพะรุงพะรังมากับนางแบบคนสวยและผู้ช่วยชาวไทย นัยว่าเป็นทีมถ่ายภาพของนิตยสารฝรั่งเศสฉบับหนึ่ง  เรือที่นักท่องเที่ยวเช่ามีประเภทเรือเล็กที่รับได้ไม่เกิน ๓ คนกับเรือพลาสติกท้องแบนที่รับผู้โดยสารได้ถึง ๑๐ คน เราชวนคุณออไปด้วยเพราะถึงอย่างไร เราก็จะเช่าเรือลำใหญ่อยู่แล้ว คุณออแซวว่าจะให้ไปถ่ายรูปให้ใช่ไหม เธอถามเพราะเธอไม่รู้จักแม่มด

เรือทุกลำมีเสื้อชูชีพเท่าจำนวนที่นั่ง แม่มดเองว่ายน้ำไม่เป็นแต่ไม่เคยกังวลกับการเดินทางทางน้ำ เราใช้เรือลำใหญ่เพื่อให้ถ่ายภาพได้สะดวก และเราเลือกที่จะลงเรือตั้งแต่ฟ้าเริ่มสางเพราะแม่มดชอบดูท้องฟ้าที่ค่อยๆสว่างขึ้นมาทีละน้อย เพื่อนกับคุณออสนุกสนานกับการผลัดกันเป็นนางแบบ แต่แม่มดบอกว่าขอเวลาส่วนตัว แม่มดมาถ่ายภาพบึงบัวกับดวงตะวัน.....ที่งดงามเหมือนความฝันยามอรุณ

 

กัปตันเรือท่องทะเลบัวแดงของเรา

 

GIOVANNI MARRADI – Dawn

โดย แม่มดเดือนMarch

 

กลับไปที่ www.oknation.net