วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หลักฐานมัดแน่น...อ.ธรณ์เสนอแผนฟื้นฟูเร่งด่วน"ปะการังเกาะตาชัย"


ยังเป็นประเด็นให้ถกเถียงกันไม่ขาดระยะสำหรับเรื่องแนวปะการังที่เกาะตาชัย อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา ว่ายังสมบูรณ์ดีมากน้อยขนาดไหน หลังจากมีกลุ่มช่างภาพได้โพสต์ภาพผ่านทางเครือข่ายโซเชียลออนไลน์ ระบุถึงความเสื่อมโทรมของแนวปะการัง จนกระทั่งรายการโทรทัศน์หลายช่องต่างเชิญผู้เชี่ยวชาญระบบนิเวศทางทะเล และข้าราชการหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ มาถกแถลงกันเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา

ทว่าผู้บริหารจากกรมอุทยานแห่งชาติ ยังไม่ยอมรับว่าแนวปะการังตกอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมและได้รับความเสียหายจากธุรกิจท่องเที่ยวดำน้ำที่เพิ่มขึ้นในระดับปริมาณที่เกินกว่าธรรมชาติจะรองรับไว้ แม้ผู้เชี่ยวชาญระบบนิเวศทางทะเลจะยืนยันในข้อมูลของตนเองว่าแนวปะการังตกอยู่ในสภาพเหมือนคนป่วยหนักต้องได้รับการเยียวยาทันที

ล่าสุด ความสงสัยดังกล่าวไม่เป็นปริศนาอีกต่อไปแล้ว ไม่มีอะไรชัดเจนไปกว่านี้อีกแล้ว หลังจากหน่วยงานราชการอย่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ออกมาเปิดผลสำรวจ พบว่า ปะการังเกาะตาชัยตายถึง 60-70% เผยเรือท่องเที่ยวทิ้งสมอในแนวปะการัง สภาพแนวปะการังเสียหายถึงเสียหายมาก

ล่าสุดของล่าสุด อาจารย์ธรณ์ ผู้เกาะติดประเด็นแนวปะการังเกาะตาชัยมาตลอด ได้นำเสนอแผนจัดระเบียบเร่งด่วนสำหรับเกาะตาชัย อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน หลังจากเคยทำจดหมายเปิดผนึกส่งตรงถึงสังคมไทยและผู้หลักผู้ใหญ่ในกรมอุทยานแห่งชาติ ว่าด้วยเรื่อง
วิกฤตการจัดการการท่องเที่ยวทางทะเลในเขตอุทยานแห่งชาติ พร้อมเสนอแนะการปฏิรูปอุทยานทางทะเลทั้งหมด แต่ดูเหมือนว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในกรมฯยังไม่ให้สนใจมากเท่าที่ควร


เปิดผลสำรวจทช. พบปะการังเกาะตาชัยตายถึง 60-70%

http://www.nationtv.tv/main/content/social/378447844/

ทช.เปิดผลสำรวจปะการังเกาะตาชัย หมู่เกาะสิมิลัน พบปะการังหน้าชายหาดอุทยานฯตาย 64% และด้านใต้อุทยานฯตาย 72 % สภาพแนวปะการังเสียหายถึงเสียหายมาก เผยเรือท่องเที่ยวทิ้งสมอในแนวปะการัง ห่วงน้ำทิ้งจากเรือที่ไม่ผ่านการบำบัดลงทะเล ส่งผลกระทบในระยะยาว เสนอคุมจำนวนนักท่องเที่ยวให้เหมาะสม

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2558 นักวิชาการจากศูนย์วิจัยและทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน และเจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 สังกัดกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้เข้าสำรวจสภาพการใช้พื้นที่และสภาพทรัพยากรปะการังบริเวณเกาะตาชัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา และมีการใช้ประโยชน์จากการท่องเที่ยว การดำน้ำ ดำเนินการสำรวจจำนวน 2 สถานี ได้แก่ แนวปะการังบริเวณหน้าชายหาด(ด้านตะวันออก) และบริเวณด้านใต้

โดยภาพรวมแนวปะการังบริเวณชายหาดหน้าอุทยาน เป็นแนวปะการังเป็นหย่อมๆ บนพื้นทรายปนเศษปะการัง ตลอดทั้งแนวหน้าชายหาด อยู่ในระดับความลึก 2-5 เมตร แนวปะการังมีสภาพเสียหาย โดยมีปะการังที่มีชีวิต 31.17% ปะการังตาย 64.06% พื้นทราย 3.00% และสาหร่าย 1.77% และชนิดปะการังที่พบโดยทั่วไปได้แก่ ปะการังสีน้ำเงิน ปะการังรังผึ้ง ปะการังโขด พบสาหร่ายใบมะกรูด ซึ่งชนิดที่มีหินปูนเป็นส่วนประกอบ เป็นสาหร่ายชนิดเด่นที่พบแทรกอยู่ทั่วไปในแนวปะการัง รวมทั้งสาหร่ายพวงองุ่นหรือสาหร่ายเม็ดพริกไทยสาหร่ายหนาม ขึ้นแทรกอยู่ระหว่างปะการัง ทั้งนี้ สาหร่ายที่พบเป็นชนิดที่พบทั่วไปในแนวปะการังธรรมชาติ

ผลสำรวจยังระบุว่า บริเวณชายหาดหน้าอุทยานฯ เป็นบริเวณที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น โดยเฉพาะในระหว่างเวลา 10.30-15.30 น. การใช้ประโยชน์ของพื้นที่บริเวณนี้จะเป็นการนั่งพักผ่อน เล่นน้ำ เดินชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติบนเกาะ รวมทั้งเป็นที่รับประทานอาหารกลางวัน เข้าห้องน้ำและอาบน้ำของนักท่องเที่ยว โดยบริษัททัวร์แต่ละแห่งจะจัดพื้นที่ไว้สาหรับให้บริการอาหารสาหรับนักท่องเที่ยว จากการสอบถามเจ้าหน้าที่อุทยานฯพบว่า อาหารเกือบทั้งหมดมาจากกิจกรรมสวัสดิการจากอุทยานฯ และเนื่องจากบริเวณหน้าหาดมีกระแสน้ำ และคลื่นลมค่อนข้างแรง จึงไม่พบการดำน้ำดูปะการังของนักท่องเที่ยว รวมทั้งการให้อาหารปลา

ขณะที่จำนวนเรือและจำนวนนักท่องเที่ยวจากการสำรวจของเจ้าหน้าที่ ระหว่างเวลา 11.50-15.30 น. ซึ่งเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่เป็นจำนวนมาก และมีเรือสปีดโบ๊ทวิ่งเข้า-ออกสับเปลี่ยนในพื้นที่เป็นครั้งคราว โดยในช่วงเวลาดังกล่าวมีเรือสปีดโบ๊ท ขนาดที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 10-40 คน จอดบริเวณชายหาดเพื่อพานักท่องเที่ยวขึ้นเกาะ จำนวน 32 ลำ โดยมีเพียง 8 ลำที่ผูกทุ่นจอดเรืออยู่ด้านนอก เรือส่วนใหญ่ทิ้งสมอที่หัวเรือและให้ท้ายเรือเข้าชิดชายหาด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในการขึ้น-ลงชายหาด

จากการดำน้าสำรวจพื้นที่ที่ใช้จอดเรือนั้น พบการทิ้งสมอบนแนวปะการังมีชีวิต และพบร่องรอยการแตกหักของปะการัง อันเนื่องมาจากการทิ้งสมออยู่ทั่วไป เรือส่วนใหญ่ทิ้งสมอลงในแนวปะการัง ทาให้แนวปะการังได้รับความเสียหายโดยตรง ซึ่งหากไม่มีการจัดการที่ถูกต้องเหมาะสม จะทาให้แนวปะการังบริเวณนี้เสื่อมโทรมลงกว่าที่เป็นอยู่

ข้อเสนอแนะของนักวิชาการจากศูนย์วิจัยและทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน และเจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 มีดังนี้

1. เมื่อพิจารณาสภาพแนวปะการังบริเวณเกาะตาชัย พบว่าอยู่ในสภาพที่เป็นไปตามธรรมชาติของพื้นที่ และเป็นบริเวณที่ได้รับอิทธิพลของคลื่นลม ทำให้มีการฟุ้งกระจายของทรายขึ้นมาบนซากปะการังบ้างในโซนปะการังน้ำตื้น ปะการังบางส่วนตายจากการฟอกขาว แต่พบว่าในบางพื้นที่เริ่มมีการฟื้นตัวอย่างช้าๆ พื้นที่เกาะตาชัย เป็นบริเวณที่ได้รับอิทธิพลของธาตุอาหารจากมวลน้ำในที่ลึกในบางช่วงฤดูกาล ประกอบกับเป็นเกาะกลางทะเลลึกที่มี flushing rate ค่อนข้างสูง ดังนั้น การศึกษาผลกระทบจากนักท่องเที่ยวในแง่ของปริมาณธาตุอาหาร อาจทำได้ยาก

2. สิ่งที่น่าเป็นห่วงในพื้นที่บริเวณนี้ คือการบริหารจัดการพื้นที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากปริมาณนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมาก (จากการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่อุทยานฯ นักท่องเที่ยวในวันธรรมดามีประมาณ 300-400 คน และมีจานวนมากขึ้นในช่วงวันหยุด) แต่จากการคำนวณจากปริมาณเรือและจากการสังเกตจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงที่สำรวจ (ซึ่งเป็นวันธรรมดา) น่าจะมีไม่ต่ำกว่า 500 คน ทำให้เกิดน้ำทิ้งที่ไม่ได้รับการบำบัดลงสู่ทะเลเป็นจำนวนมาก แม้บริเวณนี้จะมี flushing rate สูง แต่หากไม่มีการจัดการที่ถูกต้องเหมาะสม อาจให้ให้สิ่งแวดล้อมบนบก และในทะเลอาจได้รับผลกระทบในระยะยาว ดังนั้น จึงควรพิจารณาเรื่องความเหมาะสมจองจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะมาใช้พื้นที่ในปัจจุบัน รวมทั้งการให้บริการอาหารแก่นักท่องเที่ยวของทางอุทยานฯ ซึ่งต้องใช้น้ำปริมาณมาก ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพของน้ำทิ้งและการจัดการขยะในพื้นที่

3. เรือส่วนใหญ่ทิ้งสมอลงในแนวปะการัง ทำให้แนวปะการังได้รับความเสียหายโดยตรง ซึ่งหากไม่มีการจัดการที่ถูกต้องเหมาะสม จะทำให้แนวปะการังบริเวณนี้เสื่อมโทรมลงกว่าที่เป็นอยู่ 

จากเฟสบุ๊ค ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 

หลักฐานมัดแน่น...อ.ธรณ์เสนอแผนฟื้นฟูเร่งด่วน"ปะการังเกาะตาชัย"

เป็นที่สิ้นสงสัย กรมทรัพยากรทางทะเลสำรวจเกาะตาชัย (11 มีนา) ระบุว่าปะการังตาย 64-73% มีเรือ 32 ลำในเวลาเดียวกัน ผูกทุ่นเพียง 8 ลำ ที่เหลือใช้วิธีทิ้งสมอทำให้ปะการังเสียหายหนัก ความเศร้าไม่ช่วยอะไร ผมจึงขอนำเสนอแผนจัดระเบียบเร่งด่วนสำหรับเกาะตาชัย อุทยานสิมิลัน ‪#‎รักตาชัยช่วยแชร์หน่อยครับ‬

ต้นเหตุของปัญหาคือมีเรือมากเกินไป มีนักท่องเที่ยวมากเกินไป ทั้งที่บัญชีแนบท้ายประกาศอุทยาน ระบุไว้ 70 คน/ช่วงเวลา (32 ลำในเวลาเดียวกัน เรือลำหนึ่งคงไม่มีนักท่องเที่ยวแค่ 2 คนเป็นแน่)

1) ควรตรวจสอบเรือท่องเที่ยวทุกลำว่ามีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ และหากมี ทำไมระบบการอนุญาตถึงปล่อยให้มีเรือนำเที่ยวมากเกินขีดความสามารถในการรองรับไปมาก ?

2) หากระบบการอนุญาตไม่สามารถควบคุมจำนวนเรือที่เข้าไปในแต่ละพื้นที่ให้เหมาะสมสอดคล้องกับจำนวนที่กำหนดไว้ แปลว่าระบบมีปัญหา ต้องปรับปรุงโดยเร่งด่วน

การปฏิรูประบบสามารถทำได้แน่นอน เพราะเป็นวิธีที่ทั่วโลกใช้กัน แม้แต่ในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย ฯลฯ หรือแม้แต่ประเทศที่พัฒนาน้อยกว่าไทย เช่น เอกวาดอร์

3) เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ขายทัวร์ล่วงหน้า ควรใช้การประสานงานเพื่อทำความเข้าใจ และระบุจำนวนนักท่องเที่ยวที่ซื้อทัวร์ไปแล้วในฤดูกาลนี้อย่างชัดเจน ให้เป็นที่ทราบทั่วกัน และขอความร่วมมือไม่ให้มีการขายทัวร์เพิ่มโดยเด็ดขาด

ประกาศรายชื่อทัวร์ที่ได้รับอนุญาตอย่างโปร่งใสโดยสื่อที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ขอให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบว่าบริษัททัวร์ที่ตนซื้อมา ได้รับอนุญาตให้เข้าเกาะตาชัยหรือไม่

4) ประสานกับหน่วยงานทุกฝ่าย เช่น ททท. งดการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวที่เกาะตาชัยโดยเด็ดขาด และควรนำเสนอเรื่องผลกระทบจากการท่องเที่ยวที่เกาะตาชัยผ่านสื่อของหน่วยงาน เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความเข้าใจตรงกัน

5) จัดทำทุ่นจอดเรือชั่วคราวด้านนอกโดยเร่งด่วน เพื่อป้องกันการทิ้งสมอลงแนวปะการัง ตรวจตราอย่างถี่ถ้วน หากลำใดทิ้งสมอ บริษัทจะถูกถอนใบอนุญาตทันที

เหตุที่ทำเป็นทุ่นชั่วคราว เพราะในฤดูกาลท่องเที่ยวหน้า ไม่ควรมีเรือเข้ามาจอดในบริเวณนี้เกิน 3-4 ลำ ตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่ต้องจำกัดให้เป็นไปตามประกาศ

6) งดการประกอบอาหารและกิจการร้านอาหารบนเกาะทันที ให้บริษัททัวร์นำอาหารกล่องมาจากฝั่ง สามารถกินในโรงอาหารได้ แต่ต้องนำขยะกลับไปให้หมด

7) ในฤดูกาลหน้า (ปลายปี 58) ต้องจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวให้เป็นไปตามประกาศ (70 คน) เรือต้องมีใบอนุญาตทุกลำและกำหนดให้ชัดเจนว่าลำไหนเข้ามาได้วันไหนเวลาใด ระบุจำนวนนักท่องเที่ยวและเรือไว้บนป้ายประกาศบนเกาะทุกวัน

8) รื้อร้านอาหารและโรงอาหารออกไปจากพื้นที่ ฟื้นฟูให้เป็นตามสภาพป่าชายหาดโดยธรรมชาติ ปฏิบัติตามแผนแม่บทให้ชัดเจน

9) ประสานกับผู้ประกอบการ เพื่อทำความเข้าใจและหาทางออกร่วมกัน โดยต้องคำนึงถึงจำนวนคนถูกจำกัดไว้ และการรักษาแนวปะการังเป็นหลัก

10) ปัญหาที่ทรัพยากรเสื่อมโทรมเกิดจากการบริหารควบคุมขาดประสิทธิภาพ เน้นการท่องเที่ยวเป็นหลัก ทำให้ปะการังเสียหายจำนวนมาก ควรมีการพิจารณาในเรื่องนี้โดยเร่งด่วน

ทั้งหมดนี้เป็นข้อเสนอจากผม แน่นอนว่าต้องมีการพิจารณาให้รอบคอบจากทุกฝ่าย แต่ผมมั่นใจว่าอย่างน้อยจะช่วยบรรเทาปัญหาที่ตาชัยได้บ้าง และหากปัญหาที่ตาชัยถูกแก้ไขได้ ที่อื่นก็สามารถแก้ไขได้เช่นกัน หากเราพยายามทำให้เต็มที่

สุดท้าย ผลักดันอันดามันมรดกโลกโดยเร่งด่วนครับ การปฏิรูปทั้งระบบที่มีกำหนดเวลาแน่นอน (ประมาณ 2 ปี) จะช่วยให้เรามีฝันให้ไปให้ถึงครับ

คม-ชัด-ลึก อวสาน 'เกาะตาชัย'?
ผู้ร่วมรายการ
- ชุตินันท์ โมรา ช่างภาพ กลุ่ม digitalay
- ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ปธ.อนุกรรมาธิการปฏิรูปการจัดการทรัพยากรท­างทะเลและชายฝั่ง สปช.
- สมัคร ดอนนาปี ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ 

.

โดย ระวังไพร

 

กลับไปที่ www.oknation.net