วันที่ อาทิตย์ มีนาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การดูแลผู้ป่วยโรคจิตเภท


 
การดูแลผู้ป่วยโรคจิตเภท  บทบาทของผู้ดูแล ท่านจะต้องดูแลผู้ป่วยดังนี้  
   ๑.กระตุ้นให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในกิจกรรมของครอบครัวและชุมชน เช่น การช่วยงานบ้าน การช่วยงานบุญ ด้วยคำพูดและน้ำเสียงนุ่มนวล แสดงความรัก ห่วงใยและไม่ใช้อารมณ์  
 
    ๒.ชี้แนะในเรื่องที่ควรทำ เพื่อให้ผู้ป่วยเกิดความเข้าใจและปฏิบัติตามได้ เช่น การทำงานบ้าน การทำอาหารเอง  
   
    ๓.ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการกำเริบและไม่สามารถดูแลตนเองได้  ผู้ดูแลควรดูแลกิจวัตรประจำวันให้กับผู้ป่วย เช่น อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าให้  
   
    ๔.ฝึกกิจกรรมต่างๆให้แก่ผู้ป่วยอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้ผู้ป่วยเกิดการเรียนรู้ และทำกิจกรรมนั้นด้วยตนเองได้มากที่สุด เช่น การซักผ้า  
   
    ๕.ส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมที่ดีโดยใช้รางวัล เช่น หากผู้ป่วยกวาดบ้าน ล้างจานได้ ให้คำชม ให้ขนมหรือพาไปเที่ยวนอกบ้าน หากเกิดพฤติกรรมที่ไม่ดี เช่น ไม่ยอมรับประทานยา ไม่อาบน้ำ งดการให้ขนม แต่ไม่ควรขู่ว่าจะนำส่งโรงพยาบาล  เพราะการมารักษาไม่ใช่การลงโทษ   
   
    ๖.อธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจเมื่อผู้ป่วยมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น ก้าวร้าว พูดหรือหัวเราะคนเดียว  จงอย่าลืมว่า ผู้ป่วยโรคจิตเภทนั้น บางรายจะมีอาการหลงเหลือ โดยเฉพาะอาการหูแว่ว ญาติจะเป็นผู้เข้าใจและให้ข้อมูลกับคนรอบข้างให้เข้าใจธรรมชาติของโรค   
   
    จงอย่าลืมว่า ผู้ป่วยจิตเภทนั้น บางรายจะมีอาการหลงลืม โดยเฉพาะอาการหูแว่ว ญาติจะเป็นผู้ที่เข้าใจและให้ข้อมูลกับคนรอบข้างให้เข้าใจในธรรมชาติของโรค  
    ๗.ควบคุมสิ่งแวดล้อมที่เป็นปัญหาโดยตรงกับผู้ป่วย เช่น บอกให้เพื่อนไม่ชวนผู้ป่วยดื่มสุรา หรือออกเที่ยวกลางคืน  
    ๘.ไม่แสดงท่าทีรังเกียจ ให้การยอมรับ เข้าใจ และเห็นใจผู้ป่วย และบอกกับคนในครอบครัวและเพื่อนบ้านถึงอาการ การเจ็บป่วยของผู้ป่วย ซึ่งบางครั้งอาจแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม  
    ๙.ผู้ดูแลควรที่จะสังเกตอาการผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง  ทั้งในขณะที่ผู้ป่วยรู้ตัวหรือไม่ก็ได้  โดยผู้ดูแลต้องมีความรู้ในการสังเกตอาการกลับเป็นซ้ำของผู้ป่วย เพื่อจะได้นำผู้ป่วยมารับการรักษาอย่างเหมาะสม อาการเตือนในระยะแรก เช่น อาการนอนไม่หลับ ไม่มีสมาธิ หลงลืมบ่อย ตื่นเต้น หรือกังวลตลอดเวลา แยกตัวเอง กลัวผู้คน เป็นต้น  
    ๑๐.หากจำเป็น หรือไม่สามารถดูแลผู้ป่วยได้  ผู้ดูแลควรขอความช่วยเหลือจากแหล่งบริการช่วยเหลือต่างๆ เช่น ตำรวจ อสม. อพปร. ฯลฯ  
    ๑๑.การให้ข้อมูลตามความเป็นจริงให้กับผู้ป่วยเกี่ยวกับสภาวะปัีจจุบัน  เพื่อให้ผู้ป่วยตระหนักในสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เช่น เมื่อผู้ป่วยบอกเราว่ามีหูแว่ว  เราควรบอกว่าเราเชื่อว่าผู้ป่วยได้ยินจริง  แต่คนอื่นและเราไม่ได้ยิน  และอาการเช่นนี้เป็นอาการที่เป็นความผิดปรกติด้านการรับรู้ที่จำเป็นต้องรับการรักษา  
    ๑๒.เมื่อผู้ดูแลรู้สึกว่าไม่สามารถที่จะดูแลผู้ป่วยได้  ให้หลีกหนีออกจากสถานการณ์การดูแลชั่วคราว เพื่อสงบสติอารมณ์  ซึ่งการหลีกหนีได้แก่การหลีกทางอารมณ์ เช่น เงียบ และการหลีกทางกาย เช่น การเดินหนี  
    ๑๓.หากผู้ป่วยมีอาการที่รุนแรง  ผู้ดูแลควรมีเทคนิคการป้องกันตนเองจากการถูกทำร้ายร่างกายโดยไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย  ทักษะนี้นำมาใช้เมื่อจำเป็น หากไม่สามารถใช้ทักษะการสื่อสารต่างๆได้สำเร็จ  
    มาให้ความรัก ความเข้าใจและช่วยผู้ป่วยของเราให้มีชีวิตเหมือนคนทั่วไป เถอะคะ  
    บทบาทของญาติในการดูแลผู้ป่วยโรคจิตเภทเรื่่องยา  
    ยามีความสำคัญในการรักษาโรคจิตเภทเป็นอย่างมาก  ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยอาการทุเลาและสามารถดูแลตนเองได้  ญาติซึ่งเป็นผู้ที่ใกล้ชิดผู้ป่วยมากที่สุดจึงมีบทบาทสำคัญในการดูแลผู้ป่วยให้รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอตามคำสั่งแพทย์  นอกจากนี้ต้องสังเกตอาการของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง  ทั้งอาการทีั่ดีขึ้นหรืออาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้  
    กรุณาติดตามตอนต่อไปด้วยครับ  สวัสดีครับ  
   
   

 

 

โดย ลุงจรัส

 

กลับไปที่ www.oknation.net