วันที่ อาทิตย์ มีนาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ประเทศไทย ต้องปฏิรูประบบภาษี อัตราก้าวหน้า คนรวยจ่ายมาก คนจนจ่ายน้อย


ชื่อเดิม: ประเทศไทย ต้องปฏิรูประบบภาษี
คอลัมน์โลกและเรา-เมธา มาสขาว หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2558



พูดกันให้ถึงที่สุด จะว่าไปแล้วระบบการเก็บภาษีของประเทศไทยก็ออกจะทับซ้อนกันมากไปหน่อย และจัดการไม่เป็นระบบตามหลักการเก็บภาษีที่ดี จึงเป็นธรรมดาที่มีกระแสคัดค้านสูง  เนื่องจากประชาชนจำนวนมากมายในประเทศนี้เป็นคนจน คนชั้นกลาง ที่แบกรับภาษีทางตรงและทางอ้อมจำนวนมหาศาล

ปัจจุบันประชาชนไทยต้องเสียภาษีทางอ้อมมากกว่า 70% และเสียภาษีทางตรงเพียง 30%เท่านั้น ซึ่งทำให้คนจนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศต้องแบกรับภาษีจิปาถะทั้งๆ ที่ฐานรายได้ไม่เท่ากัน เพราะการดูแลจัดการของรัฐที่ไม่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะภาษีทางอ้อมนั้นเก็บผ่านฐานการบริโภค คือ ภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่มต่างๆ ซึ่งเป็นการเก็บภาษีทางอ้อมที่ผลักภาระให้คนจนส่วนใหญ่เป็นผู้แบกรับภาษี ท่ามกลางความเหลื่อมล้ำทางสังคมมหาศาลของประเทศไทย และไทยเป็นประเทศที่มีการกระจายรายได้ที่แย่มากที่สุดประเทศหนึ่งในโลกใบนี้

แทนที่จะปฏิรูประบบภาษีใหม่ทั้งระบบ โดยเก็บจากฐานรายได้และทรัพย์สินอัตราก้าวหน้า และลดภาษีภาษีมูลค่าเพิ่มต่างๆ ลง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจมหภาค แต่การออกกฎหมายเก็บภาษีซ้ำซ้อนก็ทำให้คนส่วนใหญ่เริ่มไม่พอใจรัฐบาลมากขึ้น เพราะคนจนได้รับผลกระทบ ขณะที่คนรวยไม่ถูกผลสะเทือนมากนัก

ความจริงแล้วภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นระบบภาษีที่ดีที่เก็บจากฐานทรัพย์สิน และควรเป็นอัตราก้าวหน้า เช่นเดียวกับภาษีมรดกอัตราก้าวหน้าที่ทั่วโลกใช้กันส่วนใหญ่ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของสังคม ที่รัฐพ่ายแพ้แก่ทุนนิยมในการจัดวางระบบเศรษฐกิจอย่างไม่เป็นธรรม และให้โอกาสทุนเติบโตผูกขาดรายได้ มากกว่าการคุ้มครองและกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม จนเกิดความไม่เป็นธรรมทางสังคม

ความเหลื่อมล้ำต่ำสูงของคนจนคนรวยล้วนมาจากอำนาจและนโยบายการพัฒนาของรัฐทั้งสิ้น จะไม่มีอะไรผิดเลยถ้าคนส่วนใหญ่ไม่ได้แบกรับการพัฒนา ไม่ผิดเลยถ้ารายได้ที่มากขึ้นนั้นมาจากหยาดเหงื่อแรงงานและการลงทุนที่ใช้ความสามารถ หากแต่ภายใต้การคุ้มครองของรัฐ ทรัพย์สินที่สั่งสมเพิ่มขึ้นจากการรีดมูลค่าจากสังคม จึงสมควรแบ่งปันคืนสู่สังคมด้วย โดยให้รัฐจัดการในส่วนหนึ่งของผลกำไร ทรัพย์สินและรายได้ ในรูปแบบภาษีจากฐานรายได้และทรัพย์สิน เพื่อการพัฒนาสังคม สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และความสะดวกปลอดภัยของชีวิตของทุกคนในสังคม

ระบบภาษีที่ดีและเป็นธรรมคือ รูปแบบภาษีจากฐานรายได้และทรัพย์สินอัตราก้าวหน้า เป็นขั้นบันได ที่คนรวยจ่ายมาก คนจนจ่ายน้อย ตามความสามารถ แต่ระบบภาษีของประเทศไทยในเวลานี้ ออกจากทับซ้อนมากมายไปหน่อย จึงไม่แปลกที่คนที่ออกมาโวยวายมากที่สุด น่าจะเป็นคนชั้นกลางทั่วประเทศที่แบกรับภาษีซ้ำซ้อนเหล่านั้นเป็นส่วนใหญ่ของประเทศ ในขณะที่รายได้ไม่ได้ถูกทำให้มากขึ้นแต่อย่างใด 

บางคนได้ออกมาเคลื่อนไหวใน Social-Network ว่า ขอคัดค้านกฏหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่กำลังจะออกมาบังคับใช้ แม้จะเห็นด้วยว่าทุกคนต้องมีหน้าที่เสียภาษีให้กับรัฐ แต่ต้องมีความสมเหตุสมผล ไม่ซ้ำซ้อน เขาเห็นว่าทุกวันนี้ทุกคนก็เสียภาษีมากมายโดยปรกติอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ภาษีรายได้ ภ.ง.ด. 90 91 ค่าน้ำ ค่าไฟ ที่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม + มากับค่า FT ภาษีสินค้าอุปโภคบริโภคมากมายที่เข้าไปซื้อของในห้างสรรพสินค้าทั้งหลาย มันมีภาษีแฝงมาอยู่แล้ว และในความเป็นจริงในทุกๆ หมู่บ้าน หรือคอนโดมีเนียมก็มีการจัดเก็บค่าสวัสดิการหรือค่าส่วนกลางอยู่แล้ว ที่ทำให้คนจนและคนชั้นกลางส่วนใหญ่แบกรับภาษีดังกล่าว ซึ่งเป็นข้อมูลที่น่าสนใจให้รัฐหันมามองปัญหาดังกล่าว

มิตรสหายท่านหนึ่งในต่างจังหวัดเล่าให้ผมฟังว่า เขาเปิดร้านทำมาค้าขายแต่พอตัว เฉพาะภาษีที่เสียให้เทศบาลเมืองปีหนึ่งๆ ก็ประมาณปีละ 3,100 บาท ทั้งภาษีป้าย ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีบำรุงท้องที่ นี่ยังไม่รวมภาษีที่ดินที่ต้องเสียให้องค์การบริหารส่วนตำบลอีก 25 บาท นอกจากนี้ยังมีภาษีเงินได้ที่เสียให้กรมสรรพากรอีก ถ้าภาษีบ้านผ่านกฎหมายบังคับใช้ออกมา เขาต้องเสียภาษีที่อยู่อาศัยอีกราว 1,500-3,000 บาท ขณะที่รายได้เท่าเดิม จนพวกเขารู้สึกเหมือนโดนข่มขืนจากพวก LORD ในยุคกลาง

ผมจึงเห็นว่า ก่อนจะออกกฎหมายใดๆ ให้ซ้ำซ้อนควรจะยกเลิกกฎหมายบางตัวเสียก่อนด้วย หรืออาจปฏิรูประบบภาษีทั้งระบบ โดยลดภาษีทางอ้อมลงโดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ไปเพิ่มภาษีทางตรงมากขึ้นจากฐานรายได้และทรัพย์สิน ถ้าหากทำเป็นอัตราก้าวหน้าแบบประเทศพัฒนาแล้ว รับรองว่าคนจน คนชั้นกลางจะไม่ได้รับผลกระทบหนักเหมือนเช่นในปัจจุบัน เพราะระบบภาษีที่ดีและเป็นธรรมคือ คนรวยจ่ายมาก คนจนจ่ายน้อยนั่นเอง

ทุกวันนี้ เรามีการเก็บภาษีโรงเรียนและที่ดิน และภาษีบำรุงท้องที่ แต่ก็ไม่ได้เก็บจากมูลค่าของทรัพย์สินอย่างแท้จริง เพราะเป็นการคำนวณภาษีบนฐานรายได้ โดยคำนวณจาก “ค่ารายปี” หรือค่าเช่าที่เจ้าของได้รับในแต่ละปี ถ้ามีการออกกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งผลักดันมาจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลังของกระทรวงการคลังอีกทอดหนึ่ง เพื่อนำออกมาแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ น่าจะเป็นภาษีทางตรงที่เก็บจากฐานทรัพย์สินที่แท้จริง

นอกจากนี้ กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้เก็บ นอกจากเป็นมาตรการสำคัญในการปฏิรูประบบภาษีที่ดิน และสามารถพัฒนาโครงสร้างทางการคลังเพื่อนำไปสู่ภาวการณ์กระจายรายได้ที่ดีขึ้นได้ ยังเป็นการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและเป็นการพัฒนาประชาธิปไตยในระยะยาวอีกขั้นหนึ่ง เพราะเป็นรายได้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดสรรทรัพยากรและกระจายการพัฒนาสาธารณูปโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามหลักการกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมของประชาชน

ที่พูดเช่นนี้ เพราะผมก็เคยไปผลักดันนำเสนอสำนักงานเศรษฐกิจการคลังตั้งแต่สิบปีก่อน เพื่อสนับสนุนให้มีการปฏิรูประบบภาษีทรัพย์สินอัตราก้าวหน้า ประเทศไทยต้องเก็บภาษีมรดก ภาษีที่ดิน ภาษีทรัพย์สินอัตราก้าวหน้า เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและการกระจายรายได้

ปัญหาที่แท้จริงคือ ประเทศไทยยังไม่มีภาษีที่จัดเก็บจากฐานทรัพย์สินที่แท้จริงเช่นนี้ นอกจากฐานรายได้ คือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล และฐานการบริโภค คือ ภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่มต่างๆ ซึ่งเป็นการเก็บภาษีทางอ้อมที่ผลักภาระให้คนจนส่วนใหญ่เป็นผู้แบกรับภาษีดังกล่าว ซึ่งเป็นโครงสร้างภาษีที่ไม่มีความเป็นธรรม แน่นอน พอรัฐบาลจะออกกฎหมายการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเข้ามาอีก คนจนที่อยากมีบ้านย่อมต้องได้รับผลกระทบเป็นธรรมดา แต่บรรดาคนรวยที่มีบ้านหลายหลังสมควรไปเก็บมากกว่า

ดังนั้น คำตอบในเรื่องนี้ก็คือ ทำภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้เป็นอัตราก้าวหน้า ที่คนจนต้องไม่ได้รับผลกระทบ แต่คนมีบ้านหลายหลังต้องจ่ายภาษีเพิ่มมากๆ ตามหลักการเก็บภาษีทรัพย์สินอัตราก้าวหน้า เช่นเดียวกับภาษีมรดก

รัฐบาลยังสามารถเก็บจากทรัพย์สินอื่นๆ ได้อีก แต่ต้องเป็นอัตราก้าวหน้า ทั้งจากสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์เหมือนภาษีทรัพย์สินในต่างประเทศ ไม่ใช่จากอสังหาริมทรัพย์อย่างเดียว  แต่ต้องลดความซ้ำซ้อนในการจ่ายภาษีที่เป็นภาระของคนจน

โดยเฉพาะการลดภาษีมูลค่าเพิ่มต่างๆ รัฐบาลกล้าไหมล่ะ!

 

 

โดย เมธา

 

กลับไปที่ www.oknation.net