วันที่ อาทิตย์ มีนาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ดูมวยมาตั้งนาน เพิ่งรู้ว่ามีสถาบันหลักตั้ง 4 สถาบัน


หัวข้อวันนี้ เริ่มมาจากการดูถ่ายทอดมวยสากลรุ่นใหญ่ ทางช่อง 8 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (ตรงนี้ไม่ได้รับค่าโฆษณาใดๆ ทั้งสิ้น แต่ถ้าจะมีใครเอามาก็ยินดีน้อมรับนะครับ อิอิ ล้อเล่น)

เป็นมวยรุ่นไลท์เฮฟวีเวท (Light heavyweight) ชกชิงแชมป์ 3 สถาบัน ระหว่างเจ้าของแชมป์ เซอร์เก โควาเลฟ (Sergey Kovalev) จากรัสเซีย กับ ฌอง ปาสกาล (Jean Pascal) ผู้ท้าชิงเป็นคนเฮติ แต่อพยพมาอยู่แคนาดา ก็เลยได้สัญชาติแคนาคา ชกกันบนสังเวียนที่เบลล์ เซ็นเตอร์ ในเมืองมอนทรีออล มลรัฐควิเบก ประเทศแคนาดา (Bell Centre in Montreal, Quebec, Canada) แน่นอนว่าผู้ท้าชิงได้เปรียบเรื่องเสียงเชียร์ในฐานะเจ้าถิ่น

ลักษณะก็คล้ายกับตอนที่อำนาจ เกษรพัฒนา ไปป้องกันแชมป์กับซู ชิ หมิง ที่มาเก๊า ประเทศจีน ซึ่งผมก็ได้ดูถ่ายทอดสดผ่านทางช่อง MONO (อันนี้ก็ไม่ได้ค่าโฆษณาอะไรเหมือนกัน แต่อยากให้กำลังใจ ฟรีทีวี ที่ถ่ายทอดกีฬาดีๆให้เราได้ชมกันครับ) และก็คิดว่าหลายๆท่าน คงได้ติดตามลุ้น และเชียร์ไปด้วยกันมาแล้ว

ตอนดูอำนาจชกวันนั้น ทำให้ได้สัมผัสกับเสน่ห์ของการชมมวยที่เหนือกว่ากีฬาอย่างอืน คือ การต้องลุ้นเอาใจช่วยนักกีฬาที่เราเชียร์กันทุกวินาที ขอย้ำว่าทุกวินาที เพราะไม่รู้ว่าวินาทีถัดไปมันจะเกิดอะไรขึ้น เราจะชกได้ หรือเขาจะชกได้ หรือจะน็อกกันเมื่อไหร่ ยิ่งวันนั้นเป็นนักมวยไทยด้วย กำลังกินข้าวอิ่มใหม่ มันเครียดมากจนลมในกระเพาะตีย้อนขึ้นมาไม่รู้กี่ครั้ง แต่ฟอร์มการชกของอำนาจวันนั้น เห็นได้ชัดว่า ขี่ ซูชิหมิง แทบจะทุกยก อาจจะมีรอยด่างนิดหน่อย ตอนโดนนับ ซึ่งดูจากภาพช้าแล้วมันไม่น่าโดนเพราะเหมือนลื่นล้มมากกว่า

มาลุ้นกันสุดๆ ตอนประกาศคะแนนอีกทีหนึ่ง ด้วยความที่เป็นมวยรุ่นค่อนข้างเล็ก บวกกับเป็นมวยจังหวะฝีมือทั้งคู่ ซึ่งแม้ว่าจะชกเหนือยังไง ก็น็อกกันยากอยู่ดี พอต้องตัดสินจากคะแนน มันก็น่ากังวลด้วยความไปชกบ้านเขาบวกกับโปรโมเตอร์ของซู ชิ หมิง คือ บ็อบ อารัม ซึ่งมีชื่อเสียงมาก ก็คงต้องการปั้นนักมวยในสังกัดด้วย

แต่สุดท้ายผลคะแนนก็ออกมาอย่างยุติธรรม อาจจะเป็นเพราะประธาน IBF มาคุมเองก็เป็นได้ อำนาจเลยสามารถป้องกันแชมป์ครั้งนี้ได้อย่างสวยงาม และมีอนาคตที่สดใสในวงการมวยโลกรออยู่ แม้ว่าอายุอานามก็ค่อนข้างเยอะแล้วก็ตามที

กลับมาที่คู่มวยที่ผมได้ดูวันนี้ กันต่อ ก่อนได้ดูมวยคู่เอก ก็มีมวยคู่รองออกมาก่อน 2 คู่ ซึ่งโปรโมเตอร์ก็เข้าใจจัดนะครับ เพราะเป็นการประกบนักมวยยุโรปตะวันออก (รัสเซีย ยูเครน) มาเจอ กับนักมวยผิวสี ทั้ง 2 คู่

คู่แรก ไอแซค ไคเลมบา (Isaac Chilemba) นักมวยจากแอฟริกา เจ้าของฉายา พริตตี้บอย (Pretty boy) เจอกับ วาซิลี เลปกิน (Vasily Lepikhin) จากรัสเซีย เจ้าของฉายา เดอะ โปรเฟสเซอร์ (The Professor) ผู้ไม่เคยแพ้ใครมาก่อน พอชกกันจริง ผมเข้าใจได้เลยว่าทำไมไคเลมบาถึงได้ฉายานี้มา สไตล์การชกของเขาเน้นจังหวะฝีมือ สปีดหมัดเร็ว ป้องกันตัวดี เลยแทบไม่โดนอะไรจาก วาซิลี เลปกินเลย เลปกินเน้นกะเอาทีเดียวตาย แต่เมื่อชกไม่โดน ก็ไม่มีผลอะไรแถมตัวเองเหนื่อยด้วย เลยแพ้แบบสู้ไม่ได้ สิ้นสุดสถิติไม่แพ้ใครไว้ที่นี่ ส่วนฉายาที่ได้มาอาจจะเป็นเพราะเขาจบปริญญาถึงสองใบ (ผู้บรรยายบอกไว้) แต่ฟอร์มการชกบนเวทีไม่ได้บ่งบอกอะไรถึงฉายาที่ได้มาเลย

คู่ถัดมา ยาเชสลาฟ กลาสคอฟ (Vyacheslav Glazkov)  อดีตเหรียญทองแดงโอลิมปิกปี 2008 ชาวยูเครน เจ้าของฉายา "Czar" (ผู้บรรยายอ่านว่า ซาร์ ครับ) เจอกับสตีฟ คันนิงแฮม (Steve Cunningham) อดีตแชมป์รุ่นครุยเซอร์เวท (Cruiserweight) เจ้าของฉายา USS ซึ่งเลือนรุ่นขึ้นมาชกใหญ่สุดอย่างเฮฟวี่เวท (Heavyweight) ในครั้งนี้ คู่นี้ผมไม่ค่อยเข้าใจความหมายของฉายาทั้งคู่เท่าไหร่ครับ พอชกกันจริงเป็น คันนิงแฮม ที่ชกได้เหนือกว่าค่อนข้างชัดเจน ด้วยสไตล์เน้นจังหวะฝีมือ ส่วนกลาสคอฟ ดูไม่ค่อยขยันออกหมัดเท่าไหร่ สุดท้ายกรรมการตัดสินให้กลาสคอฟ ชนะซะงั้น แถมชนะแบบเอกฉันท์อีกต่างหาก ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับการที่ผู้ชนะของคู่นี้จะได้ไปชิงแชมป์โลกรุ่นเอฟวี่เวท จาก วลาดเมียร์ คลิตช์โก้ (Wladimir Klitschko) ซึ่งเป็นชาวยูเครน ถ้าเป็นศึกสายเลือดยูเครนชิงแชมป์โลก คงมีเรื่องราวที่น่าดึงดูดต่อการติดตามชมมากกว่า (ความคิดเห็นส่วนนี้มโนเอาเองนะครับ)

ดูจากสองคู่ที่ผ่านมา ก็รู้สึกว่า สไตล์การชกของนักมวยผิวสีดูดีกว่านักมวยจากยุโรปตะวันออกพอสมควร บวกกับชกในถิ่นของปาสกาลด้วย ไม่แน่อาจมีการล้มแชมป์ก็เป็นได้

ซึ่งก่อนเริ่มชกก็มีภาพบบรยากาศการเตรียมตัวก่อนชกของนักมวยทั้งคู่มาให้ชม ซึ่งแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ขณะที่ปาสกาลดูผ่อนคลาย สบายๆ ก่อนชกยังมาร้องแรพกับผู้ช่วยเทรนเนอร์ซึ่งเป็นอดีตนักมวยชื่อดังระดับตำนานอย่างรอย โจนส์ จูเนียร์ (Roy Jones, Jr.) โชว์ให้กล้องดู แต่กับโควาเลฟนั้น ค่อนข้างเอาจริง เอาจัง พยายามสร้างสมาธิและเพิ่มกำลังใจด้วยการดูรูปลูกสาวในสมาร์ทโฟนก่อนขึ้นชก 

พอชกกันจริง ผมว่าสไตล์การชกก็ยังออกมาคล้ายๆกับสองคู่ก่อนหน้าคือมวยผิวสีจะคล่องและเบสิกดี ส่วนมวยยุโรปตะวันออกจะช้ากว่าหน่อย แต่สิ่งที่โควาเลฟแตกต่างและดีกว่านักมวยยุโรปสองคนก่อนหน้าคือการออกหมัดที่คมและแม่นมาก ทำให้ถึงออกหมัดน้อยแต่เข้าเป้าแทบทุกหมัด แถมที่เข้าแต่ละหมัดนี่หนักด้วย น้ำกระจายตลอด แต่ต้องชมหัวจิตหัวใจของปาสกาล ที่ทนพลังกำปั้นของโควาเลฟมาได้ตั้ง 7 ยก แม้มีหลายครั้งที่ออกอาการตุปัดตุเป๋ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้โดนยำอยู่ข้างเดียว ก็มีสวนตลอด ซึ่งถ้าโควาเลฟโดนเข้าไปจังๆ ก็มีสิทธิ์หลับได้เหมือนกัน ยังไงก็ตามโดนมาเยอะ อาการก็สะสมนะครับ สุดท้ายก็ถึงบทอวสานในยก 8 จริงๆแล้วก็ไม่ได้โดนชกจนกองกับพื้นนะครับ แต่โดนชุดใหญ่แล้วเสียอาการมาก กรรมการเลยยุติการชก

โควาเลฟเลยป้องกันแชมป์ทั้ง 3 สถาบันได้อย่างยิ่งใหญ่ โดยจุดหมายต่อไปคือการชกกับเจ้าของแชมป์รุ่น ไลท์เฮฟวีเวท ของ WBC คือ อโดนิส สตีเวนสัน (Adonis Stevenson) ชาวแคนาดาต่อไป

อ้าว ทำไมแล้วอีกสถาบันมันมาจากไหนละเนี่ย ปกติก็ได้ยินแต่แชมป์โลก 3 สถาบัน ก็คิดว่าสถาบันมวยโลกมันต้องมี 3 สถาบันมาตลอด ยังงี้แสดงว่ามีสถาบันหลักตั้ง 4 สถาบันเลยเหรอ

คำตอบที่ไปค้นมาจาก google และ wikipedia ก็พบว่าเป็นอย่างงั้นจริงๆครับ ได้แก่

1. World Boxing Association (WBA) ก่อตั้งปีค.ศ. 1962

2. World Boxing Council (WBC) ก่อตั้งปีค.ศ. 1963

3. International Boxing Federation (IBF) ก่อตั้งปีค.ศ. 1983

4. World Boxing Organization (WBO) ก่อตั้งปีค.ศ. 1988

ซึ่งในแต่ละองค์กรก็มีเรื่องราวอีกเยอะเลย ถ้ายังไงวันหลังจะมาขยายต่อนะครับ

จบเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า

1. อย่าคิดเอง เออเอง

2. การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด

ครับ

ปล. เห็นว่า ตอนสามทุ่มครึ่งวันนี้ ทางช่องเขาจะเอามวยทั้งสามคู่นี้ มารีรันให้ดู ถ้าใครสนใจก็ติดตามกันได้นะครับ

 

 

โดย evenure

 

กลับไปที่ www.oknation.net