วันที่ อังคาร มีนาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มาลัยมะลิลา ณ ปากคลองตลาด


ช่วงนี้แม่มดกลับไปสู่โหมด แรกรัก กับบางโอเค เกือบจะเหมือนตอนที่แม่มดเริ่มรู้จักหมู่บ้านแห่งนี้ใหม่ๆ  คือรู้สึกอยากเล่าเรื่องนั้นบ่นเรื่องนี้ให้เพื่อนๆอ่านบ่อยๆ แต่อาการนี้จะคงอยู่นานแค่ไหน แม่มดก็ไม่แน่ใจหรอกนะคะ  

ช่างเถอะค่ะ ให้พรุ่งนี้ดูแลตัวเองก็แล้วกัน  

(ภาษิตเยอรมันบอกว่าคนที่ทำอะไรตามอารมณ์ไปเรื่อยนี่ ได้ดียาก แต่แม่มดว่าแม่มดก็ไม่เลวเท่าไรนา หรือเพื่อนๆว่าไงคะ)

 

เช้าวันจันทร์ แม่มดยังอยู่ที่บางกอก ตื่นนอนขึ้นมาด้วยความรู้สึกว่าอยากไปเดินตลาดดอกไม้  ไม่มีอะไรที่จะทำให้ต้องรอช้า  แม่มดทำตัวให้ออกจากบ้านได้ แล้วเรียกรถรับจ้างไปปากคลองตลาดทันที

มีใครบางคนบอกว่าแม่มดใจร้อนมาก ก็อาจจะใช่ แต่กับบางเรื่อง แม่มดก็ไม่รู้ว่าจะใจเย็นไปทำไม

 

ความจริงเรา ๒ คนเพิ่งอกหักกันมาหมาดๆ เรา ในที่นี่นี้ คือแม่มดกับเพื่อนคนหนึ่งที่บ้าดอกไม้พอกัน เราวางแผนจะไปถ่ายภาพเหลืองปรีดียาธรที่สุพรรณบุรีกับชมพูพันธุ์ทิพย์ที่กำแพงแสนมาตั้งแต่ปลายปีก่อน และเก็บเวลาตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนมีนาคมเอาไว้ให้ดอกไม้ยู่ยี่ ๒ สายพันธุ์นี้อย่างจงรักภักดี

เพื่อนๆเคยเห็นเหลืองปรีดียาธรกับชมพูพันธุ์ทิพย์ไหมคะ เขายู่ยี่ยับย่นไปทั้งดอกจริงๆแต่ก็สวย...สวยเหมือนความงดงามของชีวิตที่เต็มไปด้วยร่องร่อยขีดข่วนของกาลเวลา

แต่ปรากฏว่าดอกไม้ไม่มาตามนัด เขาควรจะสลัดใบทิ้งทั้งต้นแล้วเหลือแต่ดอกพร่างพราว โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนที่ปลูกต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ไว้ถึง ๒๐๐ ต้น

แม่มดโทรไปถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกสัปดาห์ว่าดอกไม้บานหรือยัง คำตอบที่ได้รับเหมือนกันทุกครั้งคือ ยังค่ะ 

แล้วเขาจะบานไหมคะ หรือว่าฤดูดอกไม้บานของปีนี้จะผ่านไปเลย

ครั้งสุดท้ายแม่มดถามอย่างนี้และได้คำตอบว่า ไม่ทราบค่ะ นักท่องเที่ยวโทรมาถามกันบ่อยจนเจ้าหน้าที่เครียดจะแย่อยู่แล้วค่ะ   

อ้าว.......

หมดอารมณ์  สว.เหลือเวลาในชีวิตน้อยไม่คอยแล้วล่ะ  ปีหน้าค่อยว่ากันใหม่ ปีนี้แม่มดไปเดินดูตลาดดอกไม้ที่ปากคลองตลาดดีกว่า

 

ความจริง แม่มดก็โทษนั่นอ้างนี่ตามอารมณ์กวนโอ๊ยไปอย่างนั้นแหละ เรื่องของเรื่องคือแม่มดไม่ชอบกรุงเทพฯทั้งๆที่เกิดกรุงเทพฯ เข้ากรุงทีไร แม่มดขอบใจตัวเองทุกทีที่เลือกอยู่บ้านนอก แต่เมื่อมีเหตุที่ทำให้ต้องไป แม่มดก็หาอะไรทำเล่นเป็นการชดเชยเท่านั้นเอง

 

การไปเดินตลาดขายส่งดอกไม้ของกรุงเทพฯช่วงนี้เป็นเวลาที่ perfect ค่ะเพราะมะลิลา ดอกไม้สุดรักของแม่มดกำลังชุก การร้อยมาลัยก็เป็นศิลปะการจัดดอกไม้ที่ละเมียดละไมยิ่งนัก แม่มดว่านะคะ 

มาลัยที่แม่มดชอบที่สุดคือมาลัยคล้องมือแต่ต้องเป็นมะลิล้วน  ถ้าจำเป็นอาจมีกุหลาบหรือจำปีแซมได้นิดหน่อย แต่ต้องนิดเดียว

ดังนั้นแม่มดจะมีอาการเซ็งมากในฤดูกาลที่มะลิมีราคาลิตรละ ๑๐๐๐ บาทเพราะมาลัยพวงเล็กๆที่แม่มดซื้อประจำจะมีมะลิร้อยมาให้ไม่เกิน ๓ ดอก แต่เวลานี้  กลิ่นหอมหวานของดอกมะลิครอบครองทุกอณูอากาศของตลาดปากคลอง

มาลัยมือมะลิล้วนแบบพวงบนสุดนี่แหละค่ะที่แม่มดมองหาทุกครั้งที่ไปซื้อมาลัย

มะลิลา ดอกเล็กจ้อยแต่หอมหวานปานบุปผาจากแดนสรวง

ความจริง มะลิซ้อนก็หอมหวานปานกันแต่ใจแม่มดออกจะลำเอียงเล็กๆไปทางมะลิลา

แม่มดไม่เคยชอบกุหลาบสีแดง รู้สึกว่าสีนี้กร้าวเกินไปสำหรับการเป็นสีของดอกไม้หอม

ลูกค้าหลายคนชอบมาลัยที่มีสีสัน ดอกไม้เล็กๆหลายชนิดจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการร้อยมาลัยขาย

กล้วยไม้สีนี้ก็นุ่มนวลละมุนตา

ในโลกตะวันตก ช่างจัดดอกไม้ถือได้ว่าเป็นศิลปินสาขาหนึ่ง น่าเสียดายที่ในบ้านเรา เขาเป็นเพียงคนขายดอกไม้

รปภ.ของดอกไม้  ถ้าปราศจากกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆเหล่านี้ กลีบกุหลาบอาจชอกช้ำ หนามคมก็อาจถูกริดรอน

บัวเป็นดอกไม้ที่สง่างามโดยตนเอง แม่มดไม่ชอบการพับกลีบเพื่อทำให้ดอกบัวมีรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไป

ปากคลองตลาดไม่ได้ขายเฉพาะดอกมะลิ

ดอกไม้หน้าตาเป็นฝรั่งเหล่านี้ถูกนำเข้ามาจากเมืองจีน

แม่มดถามแม่ค้าว่าประโยชน์ใช้สอยของดอกดาวเรืองที่ถูกเด็ดกลีบเช่นนี้คืออะไร แม่ค้าว่า เขาเอาไว้โรยบนพื้น

อ๋อ แบบเวลาที่พระวัดหนึ่งเดินธุดงค์ในเมืองเหรอคะ  แม่มดเริ่มมีดวงตาเห็นธรรม

(ภาพบุคคลเหล่านี้ได้รับอนุญาตจากผู้เป็นแบบให้เผยแพร่ได้)

ปากคลองตลาดมิได้มีเพียงดอกไม้ที่งดงาม กิจกรรมของผู้คนก็น่าสนใจ แม่มดถ่ายภาพไป คิดถึงคุณชายสามหยดไป เธอเก่งเรื่องภาพแนว street  แม่มดก็รู้ว่าตลาดสดเป็น motive ที่ดีสำหรับภาพประเภทนั้นแต่นั่นเป็นแนวการถ่ายภาพที่แม่มดเองไม่ถนัด

แล้วแม่มดถนัดอะไรล่ะ

หาของอร่อยๆทานมังคะ :D

นี่ไง ขนมปลากริมไข่เต่า ของโปรดเชียวละ แม่มดเป็นคนอ่อน (ความ) หวาน ยังรับน้ำตาลเพิ่มได้อีกนิดหน่อย

แล้วข้าวต้มมัดนี่ล่ะ 

ขณะที่กำลังเก็บภาพขนมห่อใบตองอยู่ดีๆ นักท่องเที่ยวสาวหน้าตาออกจีนแต่มาคนเดียว มีเป้อยู่บนหลัง (เหมือนแม่มดเลย) คนหนึ่งก็เริ่มต้นสนทนากับแม่มดด้วยภาษาอังกฤษที่ชัดถ้อยชัดคำ เธอคงคิดว่าแม่มดเป็นนักท่องเที่ยวเหมือนเธอกระมังคะ

What is it?

A Thai sweet.  Very delicious. Won't you like to try it to know a bit of Thai taste?

ขนมไทยค่ะ อร่อยมาก ไม่ลองชิมสักหน่อยหรือคะ คุณจะได้รู้จักรสชาติแบบไทยๆบ้าง

แม่มดโฆษณาจ๋อยๆด้วยความรู้สึกสนุกในใจ หมายมั่นว่าจะขายข้าวต้มมัดไส้กล้วย (ของใครก็ไม่รู้) แก่สาวจีนให้จงได้

Should I, really?

น่าลองจริงๆน่ะหรือ  เธอลังเล

Indeed! It was prepared from sticky rice, black beans, coconut milk, palm sugar, stuffed with sweet ripe banana, wrapped with fresh banana leaf, then steamed.

โอ ต้องลองซิคะ ขนมนี่ทำจากข้าวเหนียว ถั่วดำ น้ำกะทิ น้ำตาลมะพร้าว สอดไส้กล้วยสุกงอมหอมหวาน ห่อด้วยใบตองสดแล้วก็เอาไปนึ่งร้อนๆ 

แม่มดอธิบายได้ลื่นไหลไม่ติดขัดเพราะยายกับแม่ทำข้าวต้มมัดให้ทานบ่อยๆตอนเป็นเด็ก ครอบครัวของเราเป็นชาวสวนนี่คะ

How much is it?

Six pieces for twenty baht. 

หกชิ้นยี่สิบบาทค่ะ

แม่มดทำตัวเป็นล่าม หลังจากที่ถามราคาจากแม่ค้าตัวจริงแล้ว

All right , I buy it.

ฮ่า ฮ่า เสร็จแม่มด ^__^

 

You are good! 

เธอยิ้มตาเป็นประกาย ส่งเสียงแซวปิดท้ายก่อนเดินจากไป

Oh! You bet!

แม่มดตอบกลับอย่างครื้นเครงในอารมณ์  

ก็แหม แม่มดขายข้าวต้มมัดให้แม่ค้าได้ตั้ง ๖ ชิ้น

 

คนขับแท็กซี่บอกว่า จะเที่ยวตลาดดอกไม้ให้สนุก ต้องมาวันโกน มาตอนเย็นๆนะ เพราะยิ่งค่ำ ดอกไม้ยิ่งเยอะ

เอ ท่าทางว่าแม่มดจะต้องเข้ากรุงเทพฯอีกแล้วซิคะ :D

 

วันนี้แม่มดมีเพลงเก่ามากที่เชยๆแบบน่าเอ็นดูมาให้เพื่อนๆฟังค่ะ

มะลิขาว หรือ มะลิเจ้าเอ๋ย เป็นเพลงประกอบละครร้องเรื่อง พระสุธนและมโนราห์

คำร้อง                พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ ยุคล

ทำนอง                ท่านผู้หญิงพวงร้อย อภัยวงศ์

 ศิลปิน                สวลี ผกาพันธ์ และ ชรินทร์ นันทนาคร

โดย แม่มดเดือนMarch

 

กลับไปที่ www.oknation.net