วันที่ พุธ มีนาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น..จะลงเอยอย่างไร?


 

งวดเข้ามาทุกขณะ.....สำหรับกรณีของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เพราะศาลล้มละลายกลางจะมีคำวินิจฉัยออกมาในวันที่ 20 มีนาคม 2558 ถึงอนาคตของ สคย.คลองจั่นว่า จะออกหัวหรือออกก้อย?

สถานการณ์ ขณะนี้ ประธานคนปัจจุบันของ สคย.คลองจั่น ได้ฟ้องร้องติดตามทวงเงินคืนเงินที่ไปตกค้างอยู่ตามที่ต่างๆ  ก็เริ่มได้เงินคืนมาบ้าง โดยวัดพระธรรมกาย ยอมคืนเงิน 684 ล้านบาท ให้กับสคย.คลองจั่น เพื่อแลกไม่ดำเนินคดีอาญา ส่วนทนาย สคย.คลองจั่น ได้ไปยื่นหนังสือถึง DSI เพื่อถอนฟ้องวัดพระธรรมกาย และพระธัมมชโย หลังทางวัดตกลงคืนเงินแก่สมาชิกเป็นจำนวนเงินกว่า 684 ล้านบาท

แต่ก็กล่าวว่า เป็นเงินเพียงส่วนน้อยนิดกับที่ถูกยักยอกและปล่อยกู้โดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำ ประกัน ที่มีมูลค่าความเสียหายต่อ สคย.คลองจั่นและเจ้าหนี้ที่ฝากเงินกับ สคย.คลองจั่น อีกราว 15,000  ล้านบาท -(ข่าวล่าสุดระบุว่า ยอดความเสียรวม 16,000 กว่าล้านบาท)

ขณะ นี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่างออกโรงเมื่อมีคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีถึงกรณียักยอกเงินของ สคย.คลองจั่น เช่น ปปง. ได้มีมติยึดอายัดทรัพย์สินที่ตรวจสอบพบว่านายศุภชัย ศรีอักษร ได้ถ่ายโอนไปให้บุคคลอื่นถือครองแทน 192 รายการ เป็นเงินกว่า 7,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นหุ้นในบริษัทต่างๆ กว่า 6,600 ล้านบาทนอกนั้นเป็นทรัพย์สินและอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

เราเชื่อว่าเจ้าหนี้และสหกรณ์ต่างๆ ที่นำเงินมาฝากกับ สคย.คลองจั่น ทุกๆ สหกรณ์ล้วนปรารถนาได้เพียงเงินต้นคืนก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว เพราะเป็นคำตอบที่จะต้องไปชี้แจงต่อสมาชิกที่เป็นเจ้าของเงินตัวจริงอีกด้วย
การได้เงินคืนทุกกรณีย่อมส่งผลดีเป็นลูกโซ่ถึงสหกรณ์และสมาชิกที่ได้รับผลดี ซึ่งประเมินว่ามีจำนวนหลายหมื่นคน หรืออาจถึงแสนคน

ถ้าสามารถติดตามได้ทรัพย์สินกลับคืนมามากเท่าไรก็จะทำให้ปัญหาสคย.คลองจั่น คลี่คลายได้มากขึ้นเท่านั้น แต่ก็มีคำถามว่าจะได้คืนมาเท่าไร? เพียงพอจะจ่ายคืนให้แก่เจ้าของเงินและเจ้าหนี้หรือไม่

เราเอาใจช่วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องการติดตามทรัพย์สินกลับมาคืนให้แก่ สคย.คลองจั่น

 


 

สำหรับการคาดเดา “ทางออก” ของสคย.คลองจั่น เราให้น้ำหนัก ดังนี้
1. วันที่ 20 มีนาคมนี้ ตามที่ศาลล้มละลายกลางจะอ่านคำวินิจฉัยนั้น เราเชื่อว่า ศาลจะให้เข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ “มากกว่า” ที่จะเลือกแนวทางให้สคย.คลองจั่นประสบ กับสถานการณ์ล้มละลาย เพราะหากเลือกวิธีการล้มละลายจะเกิดผลกระทบอย่างมากมาย เจ้าหนี้ที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ที่มีอยู่หลายหมื่นคน รวมถึงสหกรณ์อื่นๆ จะเกิดความสับสนวุ่นวายในการทวงสิทธิ์ของตน   เป็นที่ทราบกันแล้วว่าสมาชิกจำนวนมากเก็บสะสมเงินมาตลอดทั้งชีิวิต  ได้เก็บหอมรอมริบทะยอยส่งทุนเรือนหุ้นสะสมเดือนละนิดละหน่อย ส่วนฝ่ายสหกรณ์อื่นที่นำเงินมาฝากอีกหลายพันล้านเช่นเดียวกัน ก็เป็นเงินที่ได้มาจากสมาชิกสหกรณ์นั้นๆ มาอีกทอดหนึ่ง

จนถึงวันนี้ สมาชิกสหกรณ์นั้นๆ ก็ทวงถามถึงความรับผิดชอบไม่ต่างจากเจ้าหนี้โดยตรงของสคย.คลองจั่น …….ว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ?

ดัง นั้น กระบวนการล้มละลายและพิทักษ์ทรัพย์อย่างเด็ดขาด แล้วนำทรัพย์สินมาขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาปันกันตามส่วนนั้น เราเชื่อว่าจะเกิดความวุ่นวายสับสน ทุกฝ่ายล้วนทวงและอ้างสิทธิ์ของตน


2. กรณีที่ DSI  กำลังสอบสวนติดตามเส้นทางเงินที่นายศุภชัยยักยอกไปนั้น ยัง "ไม่สะเด็ดน้ำ" ยังมีเงินที่ถูกยักยอกไว้ในที่ต่างๆ อีกมากมายที่ข้อมูลยังไม่เคลียร์ จึงมีความเป็นไปได้ด้วยซ้ำว่า วันที่ 20 มีนาคมนี้  อาจจะยังไม่มีความคืบหน้าในคำวินิจฉัยของศาลล้มละลายกลาง แม้ว่าสหกรณ์ 4 แห่งที่เคยคัดค้านแผนฟื้นฟูจะยังร้องค้านอีกหรือไม่ก็ตาม

แต่ถ้าหากข้อมูลการยักยอกทรัพย์สินมีความสมบูรณ์มากขึ้นเท่าไร(ตามที่กล่าวข้าง ต้น) ก็จะยิ่งเป็นผลดีสำหรับคำสั่งของศาลฯ ที่จะเกิดขึ้นวันที่ 20 มีนาคมนี้


3. ถ้าหากจะมีการคืนเงินให้แก่สมาชิกและสหกรณ์ที่เป็นเจ้าหนี้ เราเชื่อว่า คืนเงินให้แก่เจ้าของเงินได้ไม่ครบ 100% ของมูลค่าหนี้ แต่จะได้เงินคืนเป็นจำนวนเท่าไรไม่มีใครรู้  กรณีนี้คำตอบดูว่าตอบง่ายแต่เป็นเพราะเจ้าหนี้มีหลายรายทั้งรายย่อยและราย ใหญ่  แตกต่างจากการมีเจ้าหนี้เพียงรายเดียว ที่สามารถพิจารณาเลือกแนวทางได้ค่อนข้างอิสระ ไม่มีข้อจำกัด

แต่ถ้าศาลสั่งให้สคย.คลองจั่นล้มละลาย ก็จะยิ่งได้เงินคืนน้อยกว่าการเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ  แผนฟื้นฟูฯ แต่หากในอนาคตแผนฟื้นฟูฯ ยังไม่ประสบความสำเร็จ(ตามแผนเสนอกรอบเวลาไว้ 7ปี)ถูกยืดระยะเวลาออกไปรวม 10 ปี ก็ยังทำให้สมาชิกรู้สึกว่ามีความหวังที่จะได้เงินกลับคืนมามากกว่าการล้ม ละลาย

พูดเป็นภาษาการเงิน ก็คือว่า มูลค่าของเงินในปัจจุบัน (NPV. หรือ Net present value) ตามแผนฟื้นฟูมีค่าเป็นบวก(+)ได้มากกว่าการถูกสั่งให้ล้มละลาย

เราจึงเชื่อว่า มีความเป็นไปได้ว่าจะต้องเข้าสู่แผนฟื้นฟูฯ  ถึงแม้จะดูว่าไม่ยุติธรรมต่อบรรดาเจ้าหนี้ก็ตาม ก็เพราะไม่ใช่การกู้ยืมเงินบุคคลทั่วไป

ส่วนจะได้เงินคืนเท่าไรนั้น ขึ้นอยู่ทีความสามารถของคณะกรรมการดำเนินการในชุดต่อไปและความช่วยเหลือจากภาครัฐ(ถ้ามี)

 

 


เป็นเหตุผลส่วนตัวที่เรามองว่า ทางออกของคำวินิจฉัยของศาลฯ น่าจะออกมาทางนี้
แม้ว่าหากคำวินิจฉัยของศาลฯ ออกมาเช่นนี้ อาจดูไม่แฟร์สำหรับเจ้าหนี้(เจ้าของเงินฝาก ทุนเรือนหุ้น สหกรณ์ที่ฝากเงิน) แต่เพื่อความสงบสุขของสังคมส่วนรวมแล้ว .... ?   ในความยุติธรรมของศาลคงต้องมองกันอย่างยาวไกลถึงผลดีและผลเสีย

 

สุดท้าย แม้ว่าคำวินิจฉัยของศาลฯ จะออกมาเช่นไร ก็ต้องเคารพและผู้เกี่ยวข้องต้องนำไปปฏิบัติ

เราๆ ท่านๆ ก็ถือว่าฟาดเคราะห์และเป็นบทเรียนแก่ตัวเองว่า  … การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องศึกษาข้อมูลการลงทุนอย่างรอบคอบ

……………………………………..

 

 

 

แนะนำข้อมูลประวัติความเป็นมาของกรณีศึกษา สคย.คลองจั่น “เปิดผลตรวจ 'สหกรณ์คลองจั่น' ปล่อยกู้มิชอบ 28 ราย-หมื่นล้าน” คลิก   

สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น สั่นสะเทือนวงการสหกรณ์แค่ไหน-อย่างไร..?

สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น รอยบาดแผลลึกของสหกรณ์ไทย

วิกฤติศรัทธา : การทำบุญบริจาคทานของคนไทย ปี ๒๕๕๘

 

โดย NN1234

 

กลับไปที่ www.oknation.net