วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนาวนี้มีใจให้อีสาน ๔ รักไม่มีข้อแม้ รักแท้ที่ภูเรือ


ตามข้อตกลง....ที่เพื่อนได้เจรจาไว้กับคุณออ เธอจะขับรถจากทะเลบัวแดงไปส่งเราที่อำเภอภูเรือ จังหวัดเลยหลังจากที่เราทานข้าวต้มกระดูกหมูที่แสนอร่อยของคุณขันแก้วเป็นอาหารเช้าเสร็จแล้ว จากภูเรือไปถึงเชียงคาน เพื่อนได้ว่าจ้างคนขับรถอีกคนหนึ่งซึ่งควรจะมารับเราด้วยรถคันโตไม่แพ้ปาเจโรของคุณออ  

ในความเห็นของแม่มด เส้นทางที่เชื่อมจังหวัดอุดรธานีกับจังหวัดเลยไม่มีอะไรน่ากลัวเหมือนที่เพื่อนกริ่งเกรงแม้แต่น้อย แต่ที่น่ากลัวมากคือวิธีขับรถของคุณออซึ่งเพื่อนเชื่อว่า เขาต้องขับรถเรียบร้อยแน่นอนเพราะเขาเป็นผู้หญิงและอายุมากแล้ว แต่ขณะที่เพื่อนหลับสบายไปตลอดทาง แม่มดต้องคอยเตือนคุณออหลายครั้งว่า เราไม่ได้รีบร้อนนะคะ พี่ 

เพราะคุณออต้องการจะไปส่งเราที่รีสอร์ทในอำเภอภูเรือโดยเร็วเพื่อจะได้กลับถึงบ้านที่อุดรธานีก่อนค่ำ เธอเลยแซงอุตลุดแม้เมื่อมีเส้นทึบ ทางโค้งหรือทางขึ้นเนิน แม้เมื่อข้างหน้าของเราเป็นรถบรรทุกพ่วงที่ขนอ้อยมาเพียบเรียงตัวซ้อนๆกันอยู่หลายคัน

ครูสอนขับรถของแม่มดที่เยอรมนีย้ำแล้วย้ำอีกว่าในกรณีที่ใช้ถนนชนบทที่มีเลนรถสวน เราจะต้องไม่แซงทางโค้งหรือเมื่อขึ้นเนินเพราะเราจะไม่เห็นว่ามีรถสวนมาหรือไม่ และเราจะไม่แซงเมื่อมีรถอยู่ข้างหน้าเราหลายคันถ้าไม่แน่ใจว่าถนนอีกด้านหนึ่งว่างจริงๆเพราะเราอาจจะแซงไม่พ้น แม่มดว่าคำสอนของครูเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายๆระดับที่ใช้เพียงสามัญสำนึกก็พอแล้ว แต่สิ่งที่คุณออทำก็เป็นพฤติกรรมปกติของผู้ใช้รถใช้ถนนจำนวนมากในบ้านเราเหมือนกัน  แม่มดนั่งรถไปก็สงสัยไปว่าจะมีชีวิตรอดไปถึงภูเรือไหมหนอ จึงอดรู้สึกสะใจเล็กๆไม่ได้เมื่อเพื่อนตื่นขึ้นมาแล้วตกใจกับวิธีการขับรถของโชเฟอร์ค่าตัวแพงที่เธอเลือกมาเองกับมือ

เพื่อนยังไม่หายตระหนกจากคุณออก็ได้รับโทรศัพท์จากคนขับรถคันต่อไปที่ควรจะมารับเราไปส่งที่เชียงคานในวันรุ่งขึ้นด้วยรถคันโต เครื่องแรงอย่างที่เธอต้องการ ท่านแจ้งมาว่าเราจะได้คนขับอีกคนและรถของเราจะเป็นรถอีโคคันเล็กๆ แม่มดปล่อยให้เพื่อนโวยวายกับคนทางปลายสายตามลำพังเพราะเราได้ตกลงกันแล้วว่าพาหนะเป็นเรื่องที่เธอมีสิทธิ์ชี้ขาด เธอจึงมีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบด้วย

ขอสารภาพว่างานนี้ แม่มดแอบขำเพราะแม่มดตั้งใจจะเช่ารถคันเล็กๆแล้วขับเที่ยวอีสานเองตั้งแต่แรกแต่เป็นเพื่อนที่ยืนกรานว่าต้องใช้รถคันโตและเธอไว้ใจคนขับรถ (ที่อ้างตนว่า) เป็นมืออาชีพเท่านั้นทั้งๆที่เธอไม่รู้จักพวกเขาเลย

 

ภูเรือเป็นแหล่งปลูกผัก ผลไม้และไม้ดอกไม้ประดับมากมาย

เย็นวันนั้นเราได้ไปเดินเล่นที่ลานต้นคริสต์มาสสีแดงฉาน (ที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องเลยกับเทศกาลคริสต์มาส) ตรงหน้าที่ว่าการอำเภอภูเรือซึ่งมีป้ายอักษรตัวเป้งๆประกาศสโลแกนของอำเภอแข่งกับเขตบางรักของกรุงเทพฯไว้ว่า รักไม่มีข้อแม้ รักแท้ที่ภูเรือ

บ้านแถวสีลูกกวาดคือบ้านพักข้าราชการของอำเภอภูเรือ

 

ตรงจุดนี้มี anti-climax แม่มดคิดว่าท่านนายอำเภออาจจะพยายามให้สติแก่ผู้ที่กำลังตกอยู่ในความรัก :)

 

แว่วๆว่าเรื่องงานส่งเสริมการท่องเที่ยว นายอำเภอท่านทุ่มสุดตัว ท่านสั่งให้สร้างบรรยากาศที่ลานต้นคริสต์มาสและบริเวณบ้านพักของข้าราชการให้โรแมนติคสุดๆเพื่อล่อบรรดา Selfie และ Gen C ทั้งหลายให้ไปเที่ยวภูเรือ  แม้แต่ผนังด้านนอกของบ้านพักข้าราชการ ก็มีการเขียนข้อความเกี่ยวกับความรักหวานจ๋อยแปะเอาไว้ ท่านลงทุนถึงเพียงนี้ แม่มดว่าถ้าใครได้รับการบรรจุให้มาลงที่อำเภอภูเรือแล้ว บังอาจ อยู่เป็นโสดนานเกินช่วงทดลองงาน ๖ เดือน เขาหรือเธออาจโดนย้ายด่วนไปอยู่อำเภอ แก่งคอย

 

 

และเพราะเราไม่มีพาหนะอยู่กับตัว แม่มดจึงต้องเช่ารถสองแถวขึ้นไปชมตะวันขึ้นบนภูเรือต่างหาก ข้อมูลของททท.ระบุว่าเราสามารถโดยสารรถสองแถวประจำทางไปกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆได้ในราคา ๑๕ บาทต่อคน แต่ในทางปฏิบัติ สองแถวทุกคันเรียกร้องให้เราเช่าเหมาในราคาคันละ ๗๐๐ บาทแม้ว่าเราจะเดินทางเพียง ๒ คนก็ตาม

หากเพื่อนๆจะถามแม่มดว่าประทับใจเพียงใดกับการชมตะวันขึ้นที่ความสูง ๑๓๖๕ เมตรของยอดภูเรือ แม่มดคงจะตอบว่า ถ้าใครไม่มีโอกาสไปชมฟ้าสางที่นั่น ก็ไม่มีอะไรต้องเสียดายมากมายนักหรอกค่ะ

 

 หนุ่มน้อย ที่ขับรถคันจิ๋วมารับเราไปส่งที่เชียงคานตอนสายๆเป็นคุณครูคนใหม่ซึ่งเพิ่งเป็นบัณฑิตหมาดๆ เธอสอนเด็กประถมในโรงเรียนขนาดเล็กมากในวันธรรมดาและหารายได้พิเศษในวันเสาร์อาทิตย์ด้วยการขับรถบริการนักท่องเที่ยว แม่มดพบว่าคุณครูเป็นคนรุ่นใหม่ที่น่าสนใจ เธอรู้ว่าตนเองจะไม่มีโอกาสเป็นใหญ่เป็นโตหากไม่ย้ายไปอยู่เมืองใหญ่แต่ก็พอใจที่จะทำงานในบ้านเกิด มีความสุขที่จะได้ช่วยเหลือดูแลชุมชนที่ตนคุ้นเคยและได้อยู่ใกล้พ่อแม่กับคนรัก

อืมมมม ที่นายอำเภอท่านว่า รักไม่มีข้อแม้ รักแท้ที่ภูเรือนี่พอจะมีเค้าความจริงเหมือนกันนะคะ

แต่คุณครูหนุ่มน้อยเล่าว่าภาพของสังคมชนบทที่สงบและอบอุ่นนั้นหลอกตา หมู่บ้านมีปัญหามากมายตั้งแต่ปัญหายาเสพย์ติด ปัญหาแม่วัยใสไล่ขึ้นมาทีเดียว

 

เพื่อนตกลงกับผู้รับงานไว้ว่า คนขับรถจะพาเราเที่ยวรายทางเรื่อยไปตามจุดต่างๆที่เราต้องการตราบใดที่ไม่ออกนอกเส้นทางและไม่เลยเวลาที่กำหนดไว้ ทริปนี้ แม่มดขอไปชมพิพิธภัณฑ์ผีตาโขนที่วัดโพนชัยในอำเภอด่านซ้ายและไปนมัสการพระธาตุศรีสองรักที่แม่มดได้ยินชื่อมานาน

ผีตาโขนเท่มาก

ของแถมที่วัดโพนชัย

เราได้ชมการแห่นาคที่มีชีวิตชีวามาก พ่อนาคถูกม้าคนเขย่าจนแว่นดำแทบจะหลุดจากใบหน้าแต่ยังมีแรงโปรยทานเงินเหรียญในห่อสวยๆให้ผู้คนแย่งกันเก็บอย่างสนุกสนาน

 

 วัดพระธาตุศรีสองรัก

ชื่อวัดทำให้แม่มดอดคิดเล่นๆไม่ได้ว่าท่าทางคนเมืองเลยจะมีแต่ความรักอยู่ในหัวใจจริงๆ แต่ป้ายข้อมูลภายในวัดระบุว่า พระธาตุศรีสองรักเป็นอนุสรณ์สถานถึงความเป็นเมืองพี่เมืองน้องระหว่างประเทศลาวกับประเทศไทยที่ได้รับการก่อสร้างระหว่างพ.ศ.๒๑๐๓-๒๑๐๖ โดยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิแห่งกรุงศรีอยุธยาและพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งกรุงศรีสัตนาคนหุต แม่มดเลยมาถึงบางอ้อว่า สองรัก คือความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่าง ๒ ประเทศเพื่อนบ้านนั่นเอง

เอ เราจะถือว่าความสัมพันธ์ทางการเมืองเป็นเรื่องของความรักได้จริงๆหรือคะ

พอแม่มดนำข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ได้อ่านมาคุยกับคุณครูหนุ่มน้อยของเรา เธอกลับแย้งว่ามันมีหลายตำนานนะครับ ผมเชื่อตำนานที่ว่า ในสมัยโบราณมีหนุ่มสาวคู่หนึ่งรักกันมากแต่เป็นรักต้องห้ามเพราะตระกูลของพ่อแม่เขาไม่ถูกกัน ผู้ใหญ่ฝ่ายหนึ่งเลยจับคู่รักไปขังไว้ด้วยกันจนตายและเขาถูกฝังอยู่ใต้พระธาตุนี่แหละครับ

แม่มดมองหน้าคนเล่าเรื่องเศร้าของความรักอย่างเป็นตุเป็นตะแล้วนึกอยากจะแซวว่า เธอกำลังยำใหญ่โรมิโอจูเลียตกับชั่วฟ้าดินสลาย (ของคุณมาลัย ชูพินิจ) ให้ฉันฟังหรือจ๊ะ พ่อหนุ่มน้อย

เชื่อแล้วล่ะว่าความรักของชาวภูเรือไม่มีข้อแม้ แต่ขออย่างหนึ่งได้ไหม

อย่าส่งคนกำลังมีความรักไปสอนวิชาประวัติศาสตร์เลย....นะจ๊ะ 

 

โดย แม่มดเดือนMarch

 

กลับไปที่ www.oknation.net