วันที่ เสาร์ มีนาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ทำลูกประคบจากสมุนไพรที่เก็บจากท้องถิ่นชุมชนวัดบึง


นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ทำลูกประคบจากสมุนไพร

ที่เก็บจากท้องถิ่นชุมชนวัดบึง 

ว่าที่ร.ต.ดร.สมโชค เฉตระการ

            เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมา ณ อาคาร SML วัดบึงพระลานชัย พระอารามหลวง นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ชั้นปีที่ 2 จำนวน 7 คน ฝึกหาประสบการณ์ ในเขตพื้นที่ชุมชนวัดบึงและเขตชุมชนวัดเหนือ การใช้ลูกประคบสมุนไพรกับประชาชนพื้นที่เป้าหมาย  การฝึกเพื่อหาประสบการณ์ ดูแลอย่างใกล้ชิดโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชวนพิศ ทำนอง, ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรนิรันดร์ อุดมถาวรสุข และ อาจารย์รัตนา บุญอาจ โครงการดังกล่าวอยู่ในการสนับสนุนของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริพร ดอนแก้วบัว คณะบดีคณะพยาบาลศาสตร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดุสิต อุบลเลิศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด

          คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด  ได้จัดการเรียนการสอนวิชา   NUR 2205   การสร้างเสิมสุขภาพ และ วิชา NUR 2802 ปฏิบัติการการใช้ภูมิปัญญาไทยการบำบัดเสริมและการบำบัดทางเลือกเพื่อสุขภาพ ในหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ณฑิต และตระหนักถึงความสำคัญการบูรณาการงานบริการวิชาการแก่สังคมกับการเรียนการสอน จึงร่วมมือกับอาสาสมัครสาธารณสุขชุมชนวัดบึงพระลานชัย จัดทำโครงการบริการวิชาการแก่สังคม  เรื่องโครงการภูมิปัญญาไทยใส่ใจสร้างเสริมสุขภาพ ปีการศึกษา 2557 ประกอบด้วยโครงการย่อย 2 โครงการได้แก่ 1)โครงการกะลานวดฝ่าเท้า 2) โครงการบูรณาการวิชาการจิตอาสาพัฒนาสุขอนามัยใส่ใจชุมชนวัดบึงพระลานชัย ให้กับผู้สูงอายุ ประชาชนในชุมชน พระภิกษุและสามเณรวัดบึงพระลานชัย เพื่อประโยชน์แก่ชุมชนและนักศึกษาพยาบาลได้มีทักษะการเรียนรู้กระบวนการให้บริการวิชาการแก่ชุมชนและมีประสบการณ์นำความรู้มาให้บริการวิชาการ 

         ในภาคเช้า นักศึกษาได้เดินทางเข้าเยี่ยมและดูแลผู้สูงอายุที่มีปัญหาในด้านสุขภาพ วันนี้ได้ให้ความรู้และแนะนำในการใช้ลูกประคบสมุนไพรกับผู้สูงอายุเป้าหมาย ส่วนในภาคบ่าย คณะอาจารย์และนักศึกษาสาธิตวิธีการทำลูกประคบสมุนไพรให้กับประชาชนในชุมชน เพื่อให้ประชาชนในชุมชนสามารถจัดทำลูกประคบสมุนไพรไว้ใช้เองในครอบครัว โดยใช้สมุนไพรที่เก็บได้ในท้องถิ่น    

ลูกประคบสมุนไพร

         การทำลูกประคบสมุนไพรคือ การใช้สมุนไพรหลาย ๆ อย่างมาห่อรวมกัน ส่วนใหญ่เป็นสมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหย โดยนำลูกประคบมานึ่งให้ร้อนแล้วใช้ประคบบริเวณที่ปวดหรือเคล็ดคัดยอก สามารถช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตได้ดี ประโยชน์หลักของลูกประคบคือ ใช้ช่วยรักษาอาการเคล็ด ขัด ยอกและลดอาการปวดได้

อุปกรณ์การทำลูกประคบ

        1) ผ้าดิบสำหรับห่อลูกประคบ ตัดเป็นผืนขนาดกว้าง 35 x 35 เซนติเมตร 2) เชือกหรือหนังยาง 3) ตัวยาที่ใช้ทำลูกประคบ

นอกจากนั้นยังมีอุปกรณ์เสริมเวลาใช้งานอีกคือ

         1) หม้อสำหรับนึ่งลูกประคบ 2) จานหรือชามอลูมิเนี่นม 3) เขียง มีด ครกและสาก

          ตัวยาที่นิยมใช้ทำลูกประคบ (2ลูก) สาเหตุที่ต้องทำ 2 ลูกก็เพราะเอาไว้เปลี่ยนเวลาใช้งานจะได้นำอีกลูกขึ้นนึ่ง จะได้ไม่ต้องรอ ตัวยาประกอบด้วย 1) ไพร (300 กรัม) แก้ปวดเมื่อย ลดอาการอักเสบ 2) ผิวมะกรูดถ้าไม่มีใช้ใบแทนได้ (200 กรัม) มีน้ำมันหอมระเหย แก้ลมวิงเวียน 3) ตะไคร้บ้าน (100 กรัม) แต่งกลิ่น 4) ใบมะขาม (300 กรัม) แก้อาการคันตามร่างกาย ช่วยบำรุงผิว 5) ขมิ้นชัน (100 กรัม) ช่วยลดการอักเสบแก้โรคผิวหนัง 6) เกลือ (1 ช้อนโต๊ะ) ช่วยดูดความร้อนและช่วยพาตัวยาซึมผ่านผิวหนังได้สะดวกขึ้น 7) การบูร (2 ช้อนโตะ) แต่งกลิ่น บำรุงหัวใจ 8) ใบส้มป่อย (100 กรัม) ช่วยบำรุงผิว แก้โรคผิวหนังลดความดัน

วิธีทำลูกประคบ

         1) หั่นหัวไพร ขมิ้นชัน ต้นตะไคร้ ผิวมะกรูด ตำมะกรูดพอหยาบ ๆ (เวลาประคบจะได้ไม่ระคายเคือง) 2) นำใบมะขาม ใบส้มป่อย (เฉพาะใบ) ผสมกับสมุนไพรข้อ 1 เสร็จแล้วให้ใส่เกลือ การบูร คลุกเคล้าให้เป็นเนื่อเดียวกัน แต่อย่าแฉะจนเป็นน้ำ 3) แบ่งตัวยาที่เรียบร้อย ใส่ผ้าดิบห่อเป็นลูกประคบประมาณลูกส้มโอ รัดด้วยเชือกให้แน่น (ลูกประคบ เวลาถูกความร้อนยาสมุนไพรจะฝ่อลง ให้รัดใหม่ให้แน่นเหมือนเดิม) 

วิธีการประคบ

         1) นำลูกประคบที่ได้ไปนึ่งในหม้อนึ่ง ใช้เวลานึ่งประมาณ 15-20 นาที 2) นำลูกประคบที่รับความร้อนได้ที่แล้วมาประคบคนไข้ที่มีอาการต่าง ๆ โดยสับเปลี่ยนลูกประคบ 3) จัดท่าคนไข้ให้เหมาะสมเช่น นอนหงาย นั่ง นอนตะแครง ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่จะประคบสมุนไพร 4) นำลูกประคบที่รับความร้อนได้ที่แล้วมาประคบบริเวณที่ต้องการ (การทดสอบความร้อนของลูกประคบคือ แตะที่ท้องแขนและหลังมือ 5) ในการวางลูกประคบผิวหนังคนไข้โดยตรงในช่วงแรก ๆ ต้องทำด้วยความเร็ว ไม่วางแช่นาน ๆ เพราะคนไข้จะทนความร้อนไม่ได้มาก 6) เมื่อลูกประคบคลายความร้อนลงก็สามารถเปลี่ยนลูกประคบอีกลูกหนึ่งแทน (นำลูกเดิมไปนึ่งต่อ)

การเก็บลูกประคบสมุนไพร

       ลูกประคบสมุนไพร ที่ใช้ครั้งหนึ่งแล้ว สามารถเก็บไว้ได้นาน 3-5 วัน หลังจากใช้แล้วควรผึ่งลูกประคบให้แห้ง เก็บใส่ถุงหรือภาชนะผปิดฝาให้แน่นแช่ตู้เย็น จะเก็บได้นานขึ้น ให้สังเกตถ้าลูกประคบมีเชื้อราปรากฏให้เห็นและมีกลิ่นเหม็นเปลี่ยวหรือสีเหลืองจางลง แสดงว่าตัวยาเสีย ไม่มีคุณภาพ ไม่ควรนำมาใช้อีกต่อไป เพราะจะใช้ไม่ได้ผล

 ประโยชน์ของการประคบ (จากตัวยาสมุนไพรและความร้อน)

         1) บรรเทาอาการปวดเมื่อย 2) ช่วยลดอาการบวม อักเสบของกล้ามเนื้อ เอ็น ข้องต่อหลัง 24-48 ชั่วโมง 3) ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ 4) ช่วยให้เนื้อเยื่อ ผังผืดยึดตัวออก 5) ลดการติดขัดของข้อต่อ 6) ลดอาการปวด 7) เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต

ข้อควรระวังในการประคบสมุนไพร

         ไม่ควรใช้ลูกประคบที่ร้อนเกินไป โดยเฉพาะบริเวณผิวหนังที่เคยเป็นแผลมาก่อน หรือบริเวณที่มีกระดูกยื่นและต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในผู้ป่วยโรคเบาหวาน อัมพาต ในเด็กและผู้สูงอายุ เพราะมักมีความรู้สึกในการรับรู้และตอบสนองช้า อาจทำให้ผิวหนังไหม้พองได้ง่าย ไม่ควรใช้การประคบสมุนไพรในกรณีที่มีอาการอักเสบ บวม แดง ร้อนในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพราะจะทำให้อักเสบบวมมากขึ้น

แหล่งอ้างอิง

ใบความรู้: นางสาววทัญญา วันทานี คณะพยาบาลศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด         

พืชสมุนไพรที่หาได้ในท้องถิ่นชุมชนวัดบึง ตะไคร้

 

ใบมะกรูด ใบยอ

 

ใบมะขาม ใบบัวบก

 

ใบยอ ลูกยอ ใบว่าน

อุปกรณ์ที่ใช้ทำลูกประคบ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรนิรันดร์ อุดมถาวรสุข และ อาจารย์รัตนา บุญอาจ อาจารย์จากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด

 

คณะนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด

สาธิตการจัดทำลูกประคบพืชสมุนไพร ให้กับประชาชนในพื้นที่ชุมชนวัดบึง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เตรียมทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย

 

ผสมทุกส่วนโดยคลุกเคล้าให้เข้ากัน

ห่อสมุนไพรโดยใช้ผ้าดิบและเชือกสำหรับผูกมัดที่ด้ามลูกประคบ

ครูสมโชค ห่อลูกประคบเสร็จเรียบร้อย แล้วก็สวยด้วยซี

 

ลูกหลานในชุมชนให้ความสนใจในการห่อลูกประคบ

 

 

 

 

 

นำลูกประคบไปใช้จริง ๆ กับผู้สูงอายุที่มีปัญหาในด้านสุขภาพ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

         ไม่ควรใช้ลูกประคบที่ร้อนเกินไป โดยเฉพาะบริเวณผิวหนังที่เคยเป็นแผลมาก่อน หรือบริเวณที่มีกระดูกยื่นและต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในผู้ป่วยโรคเบาหวาน อัมพาต ในเด็กและผู้สูงอายุ เพราะมักมีความรู้สึกในการรับรู้และตอบสนองช้า อาจทำให้ผิวหนังไหม้พองได้ง่าย ไม่ควรใช้การประคบสมุนไพรในกรณีที่มีอาการอักเสบ บวม แดง ร้อนในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพราะจะทำให้อักเสบบวมมากขึ้น

 

โดย ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ

 

กลับไปที่ www.oknation.net