วันที่ อังคาร มีนาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ถึงกรรมการ กสท. 3 ราย ที่เขียนด้วยมือแล้วลบด้วยเท้า


หลักเกณฑ์การกำกับและดูแลการครอบงำกิจการวิทยุและโทรทัศน์ของ กสทช. อ้างอิงมาจาก พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 เรื่อง การป้องกันการผูกขาด

-มาตรา 31 เพื่อป้องกันมิให้บุคคลใด บุคคลหนึ่ง ครอบงำกิจการในลักษณะที่เป็นการจำกัด โอกาสการรับรู้ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ที่มาจากแหล่งข้อมูลหลากหลายหรือกระทำการอันเป็นการผูกขาด การประกอบกิจการสื่อมวลชนหลายประเภทเวลาเดียวกัน ห้ามผู้รับใบอนุญาตหรือครองธุรกิจในกิจการประเภทเดียวกัน หรือครองสิทธิข้ามสื่อในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่ใช้คลื่นความถี่เกินสัดส่วนที่คณะกรรมการกำหนด

-มาตรา 32 เพื่อส่งเสริมการแข่งขันอย่างเสรีเป็นธรรม ป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาด ลด หรือจำกัดการแข่งขันในการประกอบกิจการกระจายเสียง หรือกิจการโทรทัศน์ในการประกอบกิจการของผู้รับใบอนุญาตอยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้าและมาตรการเฉพาะที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามลักษณะการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์

การประมูลโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) จึงให้หลักเกณฑ์ตามมาตรา 31 เป็นเงื่อนไขการประมูลตามประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกให้ใช้คลื่นความถี่ ในกิจการกระจายเสียง หรือกิจการโทรทัศน์ เพื่อประกอบกิจการทางธุรกิจ พ.ศ.2556 กำหนดว่า

-ผู้ขอรับใบอนุญาตที่มีสิทธิเข้าร่วมการประมูล ต้องไม่เป็นผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน

-ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ คือ ผู้ถือหุ้นในผู้เข้าร่วมการประมูลเกินกว่า 10% ของจำนวนหุ้นมีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของผู้เข้าร่วมการประมูล การถือหุ้นให้นับรวมหุ้นที่ถือโดยผู้ที่เกี่ยวข้อง

บอกตรงๆครับว่า เป็นมติแบบ "ศรีธนญชัย" ก็คงไม่ผิดกรณีบอร์ดกสช. มีมติว่า กรณี บริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) หรือ SLC ผู้ถือหุ้นหลักทีวีดิจิทัลช่องข่าวสปริงนิวส์ ซื้อหุ้น บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ NMG สัดส่วน 12.27% เป็นผู้ถือหุ้นหลักทีวีดิจิทัล ช่องข่าวเนชั่นทีวี นั้น "ไม่ผิดหลักเกณฑ์การประมูลช่องทีวีดิจิทัล"

มติ...นี้เปิดทางให้ SLC สามารถซื้อหุ้น NMG ได้มากกว่า 10% ส่งผลทำให้ทีวีดิจิทัลทุกช่องมีความเสี่ยงที่จะถูกครอบครองกิจการทั้งที่เป็นรายช่อง หรือทั้งระบบเลยก็สามารถทำได้

ที่บอกว่า เป็นมติแบบศรีธนญชัยนั้น ก็เพราะว่า กรรมการกสท.มีทั้ง 5 คน โดย 2 คนลงติว่าขัดหลักเกณฑ์ อีก 1 คน ไม่ขัด ส่วนอีก 2 คน งดออกเสียง ตามหลักเกณฑ์ของกสท.นั้น มติจะมีผลต้องใช้เสียง 3 ใน 5

แต่กรณีการลงมติครั้งนี้นั้น ไม่มีเสียงด้านไหนถึง 3 เสียง ทว่าผลประชุมของกสท.กลับให้ผู้ที่งดออกเสียงไปอยู่กับฝั่งไม่ขัด ทำให้กลายเป็นเสียงไม่ขัดหลักเกณฑ์ ออกมาด้วยมติ 3 ใน 5 แปลกไหมครับ งงไหมครับ ความจริงผลควรจะออกมาว่า "ไม่มีมติทางใดทางหนึ่ง" ..ต่างหาก ไม่ใช่หรือ

ถามกันให้แซ่ดทั่ววงการทีวีดิจิทัลว่าหาก กสทช.ใช้ประกาศหลักเกณฑ์ประมูล มาควบคุมเฉพาะผู้เข้าร่วมประมูล และไม่นำมาใช้ภายหลังประมูล แล้วอย่างนี้ กสท.จะเปิดประมูลให้แข่งขันกันภายใต้กฎเกณฑ์ยุบยั่บไปทำไมกันหรือ ทำไมไม่เปิดเสรีซื้อใบอนุญาต วัดกันด้วยอำนาจเงินทองไปเลย

-ตอนเปิดประมูลช่องทีวีดิจิทัล กทสช.ออกกฎระเบียบยุบยั่บ กำหนดเงื่อนไขต่อผู้ยื่นขอรับอนุญาตอย่างละเอียดยิบ ห้ามโน่นห้ามนี่มากมาย อ้างว่าป้องกันไม่ให้มีการฮั้วประมูล ป้องกันการครอบงำ ป้องกันการถือหุ้นไขว้ แต่ตอนนี้ พอประมูลเสร็จสรรพได้เงินไปเรียบร้อย ก็เลิกใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าว บอกไม่ใช้แล้ว เปิดเสรีให้เทคโอเวอร์กันง่ายๆ โดยไม่สนใจเรื่องการครอบงำกิจการสื่อ และจำกัดการรับรู้ข้อมูลที่หลากหลายของประชาชน อีกต่อไป แล้วจะเปิดประมูลไปทำไมกัน ???

อย่างนี้เรียก...เขียนด้วยมือลบด้วยเท้าหรือไม่ ?

-ตอนเปิดประมูลช่องทีวีดิจิทัล เพราะไม่ต้องการให้เกิดการผูกขาดครอบงำการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของภาคประชาชน กสทช.จึงกำหนดกติกาเสียโก้หรูว่าผู้ประมูลห้ามถือหุ้นไขว้กัน หวังว่าระบบทีวีดิจิทัลจะมีช่องข่าวเพียง 7 เจ้าของ ตอนนี้มีมติให้ SLC ที่ซื้อหุ้น NMG กว่า 12% สามารถทำได้ ไม่ผิดกติกาการประมูล จำได้ไหม กรณีบริษัท จันทร์ 25 จำกัด ของนางสุรางค์ เปรมปรีดิ์ หรือ คุณนายแดง และบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (ช่อง 7) จะยื่นประมูลช่องดิจิทัล เมื่อปลายปี 2556 แต่พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ออกมาพูดว่า กรณีดังกล่าวอาจเป็นเหตุให้ทั้ง 2 บริษัทอาจถูกตัดรายชื่อออกจากการเป็นผู้เข้าร่วมการประมูล เพราะผิดเกณฑ์คุณสมบัติเรื่องผู้เข้าประมูลในช่องรายการเดียวกัน ห้ามถือหุ้นในแต่ละบริษัทเกิน 10% เนื่องจากนางสุรางค์และครอบครัวถือหุ้นอยู่ในช่อง 7 ถึงกว่า 20% ส่งผลให้นางสุรางค์ถอนตัวจากการประมูลทีวีดิจิตอล เพื่อตัดปัญหาถือหุ้นไขว้

อย่างนี้เรียก...เขียนด้วยมือลบด้วยเท้าหรือไม่ ?

- ตอนประมูลช่องทีวีดิจิทัล กสทช.ได้กำหนดเกณฑ์คุณสมบัติเรื่องการมีส่วนได้ส่วนเสียและผลประโยชน์ร่วมกัน และให้ผู้ยื่นประมูลปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด แต่ตอนนี้กลับไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฏหมายและหลักเกณฑ์การประมูลทีวีดิจิทัล อยู่ดีๆเลิกใช้กติกาข้อนี้ทั้งๆที่มีความสำคัญในการป้องกันเรื่องการผูกขาดสื่อและครอบงำข่าวสารของภาคประชาชน และกลับมองไม่เห็น ตีความไม่ออก กรณี SLC จ้องจะเทคโอเวอร์ NMG อย่างมีลับลมคนใน  แม้ผู้บริหารเนชั่นได้ชี้แจงต่อคณะทำงานของกสท.ถึงการเข้ามาถือหุ้นของ SLC และพวกใน NMG ที่มีสัดส่วนหุ้นรวมกันมากกว่า 36% แน่นอนว่ากลายเป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งหากเรื่องนี้เกิดก่อนประมูลมูล จะถือว่าทั้ง 2 บริษัทไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันในการเข้าประมูลทีวีดิจิทัลประเภทเดียวกัน ที่ห้ามถือหุ้นเกิน 10%

อย่างนี้เรียก...เขียนด้วยมือลบด้วยเท้าหรือไม่ ?

เมื่อองค์กรอิสระตั้งขึ้นมาเพื่อใช้อำนาจอย่างอิสระและตรงไปตรงมา
แต่หากเจ้าของกติกาไม่ปฏิบัติตาม"กติกา"เสียเอง จะเอากันแต่"กติกู" ท่าเดียวแล้วไซร้

นึกถึงกรณี...กกต.บางคนเคยติดคุก เพราะใช้อำนาจหน้าที่อย่างไม่เหมาะสม ก็มีมาแล้ว!

 

 

โดย BlueHill

 

กลับไปที่ www.oknation.net