วันที่ จันทร์ มีนาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนาวนี้มีใจให้อีสาน ๕ เชียงคาน...อ่อนหวานในความทรงจำ


ใกล้เวลากลับบ้านเต็มที รู้สึกยินดีอยู่ในใจ แม่มดเป็นอย่างนี้ เป็นคนรักการเดินทางที่ติดบ้าน  แต่พออยู่บ้านนานๆ ก็จะมีอารมณ์อยากขับรถไปไหนไกลๆสักหลายๆวัน....เพื่อจะได้คิดถึงบ้านกระมังคะ

ความคิดถึงเป็นความรู้สึกที่แสนดี เป็นรสชาติของความขมขื่นที่แอบหวาน  เป็นอารมณ์ร้าวรานเมื่อได้สัมผัสหยาดน้ำค้างยามอรุณที่รู้อยู่แก่ใจว่าจะเหือดแห้งไปเมื่อแสงตะวันร้อนแรง เป็นความรู้สึกแสนเสียดายยามเฝ้าดูผีเสื้อปีกบางโบกบินหยอกล้ออยู่เบื้องหน้า ที่เพียงจะเอื้อมมือไขว่คว้าก็พลันกระพือปีกจากไป

ชีวิตจะแห้งแล้งเพียงใด ถ้าไม่มีอะไรหรือใครให้เราอาวรณ์คิดถึงเลย

แก่งคุดคู้ในลำน้ำโขงที่อยู่ห่างจากเชียงคานประมาณ ๗ กิโลเมตรเป็นจุดสุดท้ายที่คุณครูหนุ่มน้อยพาเราไปชมตะวันตกดินก่อนจะพาเราไปส่งที่ตัวอำเภอ

ธรรมชาติป่าเขาของอีกฟากฝั่งคือเขตแดนลาว ทางฝั่งไทยมีแต่ร้านขายของที่ระลึกกับอาหารการกินและเสียงอึกทึกของรถรา มะพร้าวแก้วเนียนนุ่มที่ทำจากเนื้อมะพร้าวอ่อนเป็นสินค้าขึ้นหน้าขึ้นตาของบรรดาจังหวัดริมแม่น้ำโขงที่แม่มดเห็นมาตั้งแต่หนองคาย แต่แม่มดกลับไปติดใจน้ำตาลปึกที่เขาหยอดเป็นแผ่นบางๆผึ่งไว้ให้กลิ่นน้ำตาลที่แก่ไฟนิดๆหอมลอยลม

แม่มดลืมชื่อเฉพาะไปเสียแล้วแต่คนขายอธิบายว่าเป็นน้ำตาลที่เหลือจากการทำมะพร้าวแก้วจึงหอมกรุ่นจากการเคี่ยวมะพร้าวเป็นเวลานานๆ สรุปแล้วทั้งมันทั้งหวาน ไม่มีอะไรเป็นคุณต่อสุขภาพกายเลยแม้แต่น้อย แต่แม่มดก็ซื้อมาประสาคนอ่อน (ความ) หวานที่ยังรับน้ำตาลเพิ่มได้อีกนิดๆหน่อยๆ

ที่แก่งคุดคู้ เราเจอเด็กๆกลุ่มโตหน้าตาสดใสที่ทั้งเต้นทั้งร้องเพลงด้วยเสียงแจ๋วๆและรอยยิ้มแย้มพราย พวกเธอพยายามหาเงินไปช่วยสร้างห้องสมุดให้โรงเรียนอะไรสักแห่ง แม่มดช่วยบริจาคเงินไปจำนวนหนึ่ง ไม่ได้ใส่ใจเลยว่าโรงเรียนที่ว่ายากจนเพียงใด แม่มดเพียงแต่สุขใจที่ได้คิดถึงตัวเองในวันเวลาที่ผ่านเลย

 

แม่มดเลือกที่พักเป็นโรงแรมเล็กๆเก่าๆ เก่าระดับโรงแรมแห่งแรกของอำเภอเชียงคานเชียวค่ะ โรงแรมที่ดั้งเดิมเป็นเพียงห้องแถวไม้ได้รับการบูรณะลงไปในรายละเอียด กลายเป็นที่พักที่ให้ความสะดวกสบายระดับหนึ่งโดยไม่เสียบุคลิกของ “โรงเตี๊ยม” น่ารักและโรแมนติกอย่างที่แม่มดวาดหวังไว้ว่าน่าจะเป็น

แต่ในยามค่ำคืนของวันสุดสัปดาห์เมื่อถนนคนเดินของเชียงคานแน่นขนัดไปด้วยผู้คนที่มาจากบางกอก  ทั้งเพื่อนและแม่มดบอกตัวเองว่า ครั้งเดียวก็เกินพอ สำหรับเพื่อน เชียงคานไม่มีอะไรนอกจากบ้านไม้กับของกินข้างทาง  เชียงคานเป็นโปรแกรมของเธอ แม่มดไม่แน่ใจว่าเธอต้องการเห็นอะไร

สำหรับแม่มด เชียงคานยามค่ำคืนนั้นอึกทึกเกินไป  แต่ที่ร้ายที่สุดคือบ้านไม้จำนวนหลายหลังมากของเชียงคานถูกสร้างขึ้นมาใหม่ให้ดูเก่าประเภทเดียวกับเพลินวานของหัวหิน แล้วแม่มดเป็นคนไม่ชอบของปลอม ไม่เคยเห็นเสน่ห์ของดอกไม้พลาสติก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้สร้างมือไม่ถึงหรือไม่ได้ทำการบ้านมาดีพอ

เพื่อนวิจารณ์ว่าความไม่ชอบใจเรื่องอาคารที่ถูก modified เป็น “ความเรื่องมาก” ของแม่มดเองซึ่งก็อาจจะจริง แม่มดออกจะเคยชินกับบ้านเมืองที่เก่าจัดของยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางใต้ซึ่งสวยเหมือนผู้คนวัยงามที่ริ้วรอยของกาลเวลาบ่งบอกถึงความรู้สึกนึกคิดที่ลุ่มลึก และไม่ปลื้มกับรูปลักษณ์ที่ได้รับการปรับแต่งหรือเลียนแบบจนมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากรอยสีจากฝีแปรงหรือฝีมือของช่างที่ฉาบปูน

แม่มดใช้เวลาเดินดูถนนคนเดินของเชียงคานนิดเดียวแล้วก็เลี่ยงไปยืนรับลมอ่อนๆจากสายน้ำโขงที่เลือนรางอยู่ในความมืดมิดของราตรี ฝั่งลาวนั้นเงียบสงัดจนน่าจะได้ยินเสียงลมพัดได้ชัดเจน

 

 

แต่เชียงคานยามอรุณนั้นมีมนต์.......

 

แม่น้ำโขงซ่อนตัวอยู่ในม่านหมอกที่ลงจัดจนแทบจะมองไม่เห็นฝั่งลาว สายหมอกโรยตัวบางเบาในแสงสลัวของตัวเมืองที่เหมือนว่ายังหลับใหลอยู่ในความฝัน  ไฟตามถนนสายแคบๆยังวับวาม พระสงฆ์เริ่มออกบิณฑบาตตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง แม้ว่าการตักบาตรยามเช้าจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจการท่องเที่ยวไปแล้ว แต่ก็เอาเถอะนะ ถ้าไม่คิดมาก ภาพนั้นก็ยังงดงาม ไม่มีกฎเกณฑ์อะไรที่กำหนดว่าการทำสิ่งใดที่เราพอใจจะต้องไม่ผ่านการวางแผนมาก่อนมิใช่หรือ

ที่หน้าโรงแรมของเรา

เชียงคานในสายหมอกนุ่มนวลเหมือนความฝัน

หิวแล้ว ไปหาข้าวเช้ากินกัน

ภาพสาวน้อยจูงมือคุณยายให้ความรู้สึกเต็มตื้นในหัวใจ

ภาพพ่อแม่ลูกที่โต๊ะอาหารไม่สวยงามอะไรเลยในความเป็นภาพถ่าย แต่น่าเอ็นดูเป็นพิเศษในสายตาของแม่มด ดูซิคะ หน้าตาคุณพ่อยังงัวเงียเหมือนคนยังตื่นไม่สนิทแต่ลูกชายคุยจ๋อยๆกับคุณแม่แล้ว.....ช่างเหมือนนายลูกมดในวัยนั้น

เวลาทำงานที่เชียงคานตอนสุดสัปดาห์เริ่มก่อนสาย

แม่มดชอบภาพผ้านวมบนระเบียง นึกคิดไปว่าเวลานอนห่มผ้า คงได้กลิ่นหอมของแสงแดดอุ่น

ทารกน้อยอบอุ่น ปลอดภัยในอ้อมแขนของแม่ ยายนั่งอยู่ไม่ห่างไกลในความสงบสบายของยามเช้า....ชีวิตนี้งดงามนัก

ความสุขหาง่ายอะไรเช่นนี้

 

แม่มดเดินเล่นอยู่ในความสงบสบายของเชียงคานตั้งแต่ฟ้ายังมืดจนอาทิตย์ส่องแสง  ตั้งแต่ในเมืองจนถึงสวนสาธารณะที่อยู่ไกลออกไปลิบๆ ตั้งแต่ถนนหนทางยังว่างเปล่าจนมีความเคลื่อนไหวของผู้คน แล้วเดินย้อนกลับไปที่พักตามทางแคบๆเลียบริมน้ำโขง แม้ไม่ได้เห็นตะวันดวงโตแต่ท้องฟ้าที่ค่อยๆสว่างขึ้นช้าๆที่ละนิดๆให้ความรู้สึกอบอุ่นที่เกือบจะเป็นความอ่อนหวาน

แม่มดอาจจะกลับไปเชียงคานอีกครั้ง....ในวันธรรมดา.....ไปหาความสงบงดงามยามอรุณ

 

 

 

 

 

 

 

โดย แม่มดเดือนMarch

 

กลับไปที่ www.oknation.net