วันที่ อังคาร เมษายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บันทึกการเดินทาง ปี 2015 บาหลี 5 วิหารทานาห์ลอต



                  ในวันที่ 6 มีนาคม 2558 หลังจากไปเยือน ทะเลสาบบราตัน (Lake Bratan) ปุราอูลันดานูบราตัน (Pura Ulun Danu Bratan) หรือ วิหารอูลันดานู ในช่วงเช้า ช่วงบ่ายคณะฯจึงมุ่งสู่ชายทะเล เพื่อไปชมวิหารทานาห์ลอต สถานที่ในฝันของนักเดินทางทั่วดลก แต่เมื่อเราเดินผ่านย่านร้านค้าที่ตั้งบนทางเดินกว่า 200 เมตร ฝนก็ตกลงมาปรอยๆพอดี ทำให้การศึกษาดูงานไม่ค่อยได้ผลนัก

 

เขาทำตลาด ห้างร้าน ก่อนทางเข้าชมวิหาร ทานาร์ลอต แปลกดี

ผู้คน จึงเดินตามเส้นทางที่กำหนด 200 เมตร ก่อนถึงวิหาร 

มาถึงฝนเริ่มโปรย

ประตูทรงภูเขาไฟ..เป็นสัญลักษณ์บาหลี


                  วิหารทานาห์ลอต หรือ วัดปุรา ตานะห์ ล็อต เป็นวิหารหรือวัดที่มีชื่อเสียงและมีผู้คนเดินทางมาถ่ายรูปมากที่สุดในเกาะบาหลี ซึ่งทานา มีความหมายว่า ผืนดิน และ ล็อต แปลได้ทั้ง ทิศใต้ และ ทะเล ก็เป็นการตั้งตามภูมิศาสตร์หรือกายภาพนั่นเอง

ธรรมชาติงดงาม

ชาวต่างชาติทั่วโลกมาเยือนปีละ 3.6 ล้าน

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ กับ วัฒนธรรมความเชื่อ ส่งต่อกัน ลึกซึ้ง

น้ำลงเราถึงได้ลงมาเดินกัน


                  ตามตำนานเล่ากันว่าราวศตวรรษที่ 16 ได้มีนักบวชฮินดูพราหมณ์ นามว่า ดางห์ยาง นิรัตตา (Danghyang Nirartha) ได้ธุดงค์จาก เกาะชวาข้ามมายัง เกาะบาหลี และได้อาศัยพื้นที่ตรงนี้ เป็นสถานที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จนชาวบ้านที่เคารพเลื่อมใส

นักบวชฮินดูพราหม์ รอทำพิธี

ใครศรัทธา ก็ล้างเคราะห์ ล้างบาปกันที่นี่

คนมาไม่ขาดสาย

วิหารทานาร์ลอตอนุญาติให้ขึ้น เฉพาะคนศรัทธาในฮินดู


                  ต่อมานักบวชพราหมณ์ได้แจ้งชาวบ้านว่า ที่แห่งนี้ มีทวยเทพและปีศาจแห่งทะเลสิงสถิต ชาวบ้านจึงร่วมใจกันสร้างวิหารแห่งนี้ขึ้นมา เชื่อกันว่า เทพจะช่วยปกป้องรักษาผู้สักการะ ให้พ้นภัยยันอันตรายทั้งปวงจากการออกทะเล

น้ำลดทำให้สามารถเดินไปได้ทั่ว

น้ำทะเลกัดเซาะทำให้เกิด ถ้ำ เกาะแก่ง

 ชาวปลาดิบ มากันเยอะมาก


                 วิหารทานาห์ลอตถือเป็น 1 ใน 7 วิหารที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลของเกาะบาหลี ซึ่งบาหลีมีวิหารหรือวัดจำนวนมาก มากถึง 20,000 แห่ง แลละการจะขึ้นไปชมวิหารแห่งนี้ได้ จะต้องได้รับอนุญาตก่อน คนที่มีสิทธิเข้าไปข้างในก็ผู้ที่นับถือศาสนาฮินดู หรือเฉพาะผู้ที่มา สักการะเท่านั้น แต่นักท่องเที่ยวที่ต้องการมาชมความงดงามของตะวันตก ก็ยังสามารถหามุมสวยๆชมตะวันตกน้ำได้จากเนินหิน ที่อยู่ใกล้ๆ มีหลายมุม ซึ่งก็งดงามไม่แพ้กัน

 ชาวเรามาศึกษา พิธีกรรมของเขา

สะเดาะห์เคราะห์ โดย สัมผัสเทพเจ้างู คนละ 10,000 รูเปียร์


                  ช่วงที่คณะเราไปเยือนวิหารแห่งนี้ ก็เป็นเวลาบ่ายแก่ๆน้ำทะเลลงพอดี ทำให้สามารถมองเห็นร่องรอยของหินที่ถูกคลื่นทะเล และลมพักกัดกร่อน จนเป็นถ้ำ เป็นลานหินโบก กว้างขนาด 2 สนามฟุตบอล

  

ถ้ำงู

นักบวชท่านหนึ่งเก็บตังค์

อีกท่านก็คอยเฝ้างู หรือจับงูทะเล ที่อยู่ในรูหรือหลุมกลมๆ


                  ส่วนด้านตรงข้ามวิหารฝั่งชายฝั่ง ก็มีนักบวช 2 รูป นั่งเฝ้า ถ้ำงูลายทางศักดิ์สิทธิ์ (งูเทพเจ้า) มีคนเข้าแถว เพื่อไปลูบตัวงู ที่นอนขดอยู่ในรูจำนวนสองตัว ค่าธรรมเนียมก็ 2000 รูปเปียร์ เขาว่าเป็นงูที่ คอยปกปักรักษา ไม่ให้คนชั่วร้ายมาแผ้วพาลทำลายหรือล่วงล้ำ และการลูบคลำถือว่าทำให้โชคดี สะเดาะห์ร้ายๆให้จางหายไป

 

ฝนตกๆ คนก็ยังมากัน

การจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง เป็นอาชีพหลักของคนที่นี่ 

ฝนฟ้าคะนอง ทำให้น่าเกรงขามมาก

คนบาหลี แต่งกายประจำถิ่น ดูดี มีวัฒนธรรม

ประตูทางออกก็จำหน่ายสินค้า ผลไม้ท้องถิ่น

ศิลปะที่นี่ ดูเป็นเอกลักษณ์ และมีสไตท์


                  จากนั้นเราก็เดินทางไปทานอาหารค่ำท่ามกลางสายฝน ที่ร้านอาหารจีน โกเด้นพาเรท เรสเตอรอง ซึ่งเป็นภัตตาคารอาหารครบเครื่อง แบบโต๊ะจีน แต่มีฮาลาล รสชาติก็อร่อยถูกปากคนชอบอาหารจีน มีหูฉลามที่แปลกไป เพราะใส่ข้าวโพดผสมด้วย กลิ่น หอมเหมือนซุปข้าวโพดของฝรั่ง แต่ยังคงคุณค่าทางโภชนาการ เพราะเป็นหูฉลามท้องถิ่นบาหลีนั่นเอง


หูฉลาม ซุปข้าวโพด

 ไก่ย่าง สับ

อาหารจีน ฮาลาล

 

บรรยากาศจีนสากล


                  ข้างๆก็มีโต๊ะคนไทยนักธุรกิจเชื้อสายจีน ที่คุยภาษาไทยเสียงดัง หยอกเย้าเด็กเสริฟสนุกสนาน แต่ที่ทำเราประหลาดใจที่สุด กลับเป็น แขกโต๊ะที่เข้ามาใหม่ เป็นพนักงานบริษัทอะไรสักแห่ง โดยส่วนใหญ่เป็นสาวๆมลายูชาวอินโดนีเซียจากเกาะอื่นๆ และส่วนใหญ่ก็ใส่ผ้าคลุมฮิญาบแบบฉบับมุสลีมีน แต่ดันมีเซอร์ไพร้ซ์ จุดเทียน เป่าเค้กร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์กันดังสนั่นร้าน คงเป็นเพราะเคยเป็นอานานิคมฝรั่งชาวดัช จึงรับเอาวัฒนธรรมมาเหมือนกัน ทำเอา มุสลิมไทยอาวุโสของคณะเรา อึ้งไปตามๆกัน

มุสลิมอินโดนีเซีย หลายพื้นที่ ท่าจะเคร่งครัดน้อยกว่าเมืองไทย


                 หลังจากทานข้าวเรียบร้อย เราก็เข้าที่พัก ซึ่งเป็นโรงแรมเดิม ฝนก็กระหน่ำลงมาอีก ผู้เขียนก็อ่อนหล้าเต็มที จึงไม่ได้ได้ออกไปไหนกับใครเขา ส่วนเพื่อนๆในคณะที่ออกไปท่องราตรี ก็กลับมาเล่าสู่กันฟังว่า ในย่านบันเทิงเขาก็คล้ายๆกับพัทยาบ้านเรา ใครนึกไม่ออกก็ให้นึกถึงพัทยา ที่มี สุรานารี พร้อมสรรพ ที่มีชาวต่างประเทศมาลงทุนไว้ แต่ที่แตกต่างก็ คือ ที่บาหลีจะมี "Susu Soda" ซึ่งจะเป็นน้ำโซดาเย็นๆ ในขวดแฟนต้าเสิร์ฟคู่กับนมข้น เหมือนโซดามะนาวบ้านเรา นักเที่ยวชาวมุสลิมเค้าใช้ดื่มแทนเหล้าเวลาสังสรรค์กัน นึกแล้วก็น่าเสียดาย แต่ก็ไม่อยากไปทีอโคจรนอกประเทศ เดี่ยวดวงอับไปพาลพบกับสิบแปดมงกุฎ ได้สิ้นชื่อตอนแก่ กันพอดี..ศณีรา รายงาน.

 

 

 

โปรดติดตาม ระบำบารอง..ในตอนหน้าครับ

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net