วันที่ พุธ เมษายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทำไมผมถึงเกลียด*อะไรพวกนี้*เข้าไส้ อ่านเรื่องของผมแล้วคุณจะเข้าใจ


ตอนผมอายุ 13 ปี ที่บ้านมีอาชีพค้าขายเป็นอาชีพหลัก ทำนาด้วยนิดหน่อย
และเลี้ยงเป็ดไข่
พ่อผมสอนอยู่เสมอว่าถ้าจะทำอะไรเกี่ยวกับปศุสัตว์แล้วล่ะก็
ให้เลี้ยงสัตว์ที่สามารถทำเงินให้เราได้ทุกๆวัน เก็บผลผลิตขายได้วันละนิดวันละหน่อย
แต่มีรายได้ทุกวันดีกว่าเลี้ยงอะไรที่ต้องใช้เวลานานหลายปี
แล้วค่อยขายเอา เงินมาครั้งเดียว แบบนั้นไม่เหมาะ เงินไม่หมุนเวียน...
เป็ดไข่และไก่ไข่จึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ตรงที่สุด ที่หมู่บ้านของเรามีคนเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง
(แต่เลี้ยงในที่ของตน ไม่ได้ร่อนเร่พเนจรไปไหน)อยู่ประมาณ 4 เจ้า ฟาร์มของเรา(เรียกซะเท่เลย)
มีเป็ดอยู่ประมาณ 700 ตัว วันหนึ่งๆก็ออกไข่วันละประมาณ 300 ฟอง(40%)
แต่ช่วงไหน"เป็ดมีความสุข"ในการใช้ชีวิตมากๆ มันก็ออกไข่มาเกือบ 90% เลยล่ะ
บ้านเราแม้จะดูเป็นบ้านนอกชายขอบ แต่ก็อยู่ห่างจากตัว อ.เมืองแค่ 20 กิโลเมตร
ซึ่งเราก็เข้าเมืองอยู่บ่อยๆเพื่อซื้อของมาเติมที่ร้าน

สมัยนั้นร้านของเราจัดได้ว่าเป็นร้านขายของชำที่ใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน
เข้าเมืองทีก็เอาไข่เป็ดไปขายที ในห้วงเวลานั้นเป็นปี พ.ศ. ที่หมู่บ้านผมเพิ่งจะมีไฟฟ้าใช้
ไฟฟ้าเข้าสู่ชุมชนมาได้แค่ 8 ปี(ไฟฟ้าเข้าสู่หมู่บ้านปี '25) หลอดไฟนีออน หลอด Bulb
และแสงสว่างเจิดจ้าได้นำมาทั้งความเจริญและความเสื่อมในเวลาเดียวกัน
ชาวบ้านเจียดเอาเวลาจากการทำงานในวันอาทิตย์มาสุมหัวกันอยู่หน้าโทรทัศน์
เพื่อเชียร์มวยและเล่นการพนัน สาวนำสมัยในหมู่บ้านทาปากสีแดงสดอย่างกับเพิ่งกินก้อย(ลาบดิบ)
มาสดๆร้อนๆ ทาเล็บตีนสีแดงสด โกรกผมสีเดียวกับนักร้องแสงระวี แมงมุมขยุ้มหัวใจ
รถมอเตอร์ไซค์ Suzuki Akira, Honda Nova R วิ่งกันเกลื่อน วัยรุ่นขับมอเตอร์ไซค์ซิ่งไป
นอนขับไปก็มี และสิ่งที่เป็นที่เป็นจุดเริ่มต้นและได้รับความนิยมกันจนถึงทุกวันนี้ก็โผล่เข้ามา
ซึ่งมันก็คือ"หวยใต้ดิน"


วันหนึ่งพ่อใหญ่หยาด(นามสมมุติ)ซึ่งแกทำอาชีพเลี้ยงเป็ดเหมือนกับบ้านเรา แต่เลี้ยงไม่เยอะ
แกได้แวะมาหาที่บ้าน ซึ่งนอกจากอาชีพเลี้ยงเป็ดแล้วแกก็ยังเป็นเจ้ามือหวยรายย่อยในหมู่บ้านด้วย
ที่แกแวะมาก็เพื่อจะบอกว่าวันรุ่งขึ้น(ซึ่งเราจะเอาไข่ไปขายในตลาดนั้น)
แกจะฝากไข่ไปขายที่ในเมืองหน่อย พ่อก็รับปากว่าจะขนไปให้
ตอนเช้าวันรุ่งขึ้นแกก็เอาไข่บรรจุลงในลังไม้เข็นใส่รถเข็นมาฝากที่บ้าน
ผมเห็นแล้วก็คิดในใจว่า อิตาลุงนี่ขี้เกียจชะมัด มันจะแพ็คไข่ใส่แผงพลาสติกซักหน่อยก็ไม่ได้
ขี้เกียจไม่เข้าเรื่อง เดี๋ยวไข่ก็แตกหมดหรอก


สายๆวันนั้นรถกระบะ Isuzu รุ่น Faster Z รุ่นท้ายสั้นสีฟ้าที่พ่อเป็นคนขับและผมนั่งมาด้วย
บรรทุกไข่ที่แพ็คในแผงพลาสติก ตั้งเรียงเป็นชั้นๆจนมาเต็มท้ายรถ
วิ่งออกจากหมู่บ้านไปได้แค่ 5 กิโลเมตร ก็เจอด่านตรวจเป็น"ตำรวจน้อย" 2 คน
ทั้ง 2 แสดงท่าทีจะขอตรวจไข่ในลัง พ่อก็โวยวายว่าจะตรวจยังไง ไข่มิต้องแตกเละเทะกันหมดหรือไง!
แต่พวกก็ยืนกรานจะตรวจเฉพาะในลังไม้เท่านั้น ซึ่งลังใบนั้นก็ไม่ได้ใหญ่มาก(50x50x50 cm.)
ไข่มีเยอะแยะเต็มรถ มันไม่ตรวจ จะตรวจเฉพาะในลัง!
พ่อก็บอกว่า"มันเป็นของคนอื่นที่เขาฝากมา อยากตรวจก็เชิญ"
ภายในเวลาอันสั้นมากๆ ผมเห็นตำรวจ 2 นายนั่นหยิบไข่ออกมาซัก 7 ฟองเห็นจะได้
แล้วก็เจอ"โพยหวย"พับซ่อนเอาไว้ตามซอกของไข่เป็ด ในทันที รวดเร็ว และปัจจุบันทันด่วน
เหมือนรู้มาก่อน เหมือนแสดงละครหลอกเด็กที่ออนแอร์หลังข่าว!!!!..
พวกเราสองคนพ่อลูกตกใจนิดหน่อย ไม่มากมายนัก แต่ก็คิดในใจว่า"อิต่าเฒ่าเวรนี่ เล่นกูซะแล้วมึง!!!"
ตำรวจยึดโพยหวยเอาไว้ แล้วก็ให้พวกเราไปที่สถานีตำรวจ เพื่อจ่ายค่าปรับที่ทำผิดกฏหมาย
เสียเวลาไปเป็นวัน โดนค่าปรับไปเป็นจำนวนเท่าไหร่ผมจำไม่ได้ แต่เยอะพอสมควร
ไข่ก็ไม่ได้ส่ง งานตัวเองก็ไม่ได้ ต้องมารับเคราะห์กรรมที่ตัวเองไม่ได้ก่อ เสียเงิน เสียความรู้สึก
ต้องรับผิดแทนคนไม่ดี กลายเป็นเหยื่อให้กับคนเห็นแก่ตัวเพียงเพราะความเผื่อแผ่น้ำใจ
ความมีมิตรไมตรี กลับกลายเป็นคนโง่ที่ต้องเป็นเหยื่อให้คนโกง

เหตุการณ์วันนั้นสอนอะไรพวกเราเยอะมาก ได้เรียนรู้อะไรอีกเพียบ แม้ว่ามันจะผ่านล่วงเลยมาแล้ว 25 ปี
แต่เรื่องราวในวันนั้น(ซึ่งเป็นวันหวยออก) มันจะฝังลงในความทรงจำ
และมันจะทำให้เราไม่มีวันลืมไปตลอด ชีวิต!!!
แต่สิ่งที่ผมค้างคาใจก็คือ รถทั้งคันบรรทุกข้าวของสัมภาระมาเต็มคัน มีให้ตรวจตั้งเยอะ
ทำไมมันไม่ตรวจทั้งหมด ทำไมมันไปตรวจแค่ลังใบเดียว???? ครับ!!

โดย Surrealism

 

กลับไปที่ www.oknation.net