วันที่ จันทร์ เมษายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

5 ข้อ รู้ไว้ก่อนไปพม่า


เมื่อวันที่ 10/04/2015 – 16/04/2015 ดลพาแม่วัยเกือบ 60 ไป Backpack ที่พม่ามา เป็นเวลา 7 วัน 6 คืน ค่ะ

จึงอยากมาแชร์ให้ฟังว่า จุดไหนบ้างที่พลาด โดนหลอก รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพื่อที่ว่าทุกๆคนจะได้มีทริปที่ราบรื่นนะคะ

 

หนึ่ง ไม่ควรไปพม่าช่วงสงกรานต์!! ขอเน้นย้ำเลยค่ะ ว่าถ้าเลือกได้ อย่าไปพม่าช่วงสงกรานต์!!

เผื่อใครที่ไม่รู้ (เหมือนที่ดลไม่รู้) พม่ามีสงกรานต์เหมือนประเทศไทย แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ

สงกรานต์ของพม่า...ทุกอย่างปิดค่ะ !!

ห้างปิด

ตลาดสก็อต (ย่างกุ้ง )ที่จะพาแม่ไปซื้อทะนาคาก็ปิด (แห้วเลย ดลอุตส่าห์จองที่พักใกล้ตลาด เตรียมตัวพาแม่ไปเหมาทะนาคา กับผ้าโสล่งอย่างดิบดี)

พระราชวังมัณฑะเลย์ที่เค้าว่าเป็น Highlight ก็ไม่เปิดให้เข้าชม

แย่สุดคือ รถทัวร์ไม่วิ่งอีกต่างหาก (วันที่ 13 / 04 – 16 / 04) ขนาดดลต้องการเดินทางจากย่างกุ้งไปพุกาม วันที่ 11 / 04 /2015 (ยังไม่ใช่วันสงกรานต์เลยนะ) รถทัวร์เต็มทุกคัน แล้วเค้าไม่เหมือนเมืองไทย ที่ช่วงเทศกาล คือ ช่วงโกยเงิน ที่นี่ ไม่มีรถก็คือไม่มีรถ ดลไป agency รถทัวร์มาเกิน 10 กว่าแห่ง หาตั๋วไมได้เลย เกือบต้องเหมา Taxi ไปแล้วค่ะ (Taxi ฉวยโอกาสคิดราคาเป็นหมื่นแหน่ะค่ะ) สุดท้ายต้องไปยกมือไหว้เค้า ขอร้อง เค้าเลยให้เราจ่ายแพงกว่าเท่านึง แล้วก็ลบชื่อคนอื่นออก 2 คน = =”

นอกจากนี้ แท็กซี่ขึ้นราคาเกือบทุกคัน อ้างอย่างเดียวว่า “Water Festival” เดินทางลำบากมากจริงๆ

ดังนั้น ถ้าช่วงสงกรานต์ว่างๆ อยาก Backpack เที่ยวเล่น ขอแนะนำว่า ให้พม่าเป็น choice ท้ายๆนะคะ

 

สอง ช่วงเวลาที่แนะนำให้ไปเที่ยวพม่า คือ ช่วงหน้าหนาว (ประมาณพฤศจิกายน – มกราคม)

เพราะว่าสถานที่ท่องเที่ยวของพม่าเกือบทั้งหมด คือ วัด ซึ่งวัดที่นี่ทุกแห่งต้องถอดถุงเท้า รองเท้า

ตอนแรกดลก็ไม่คิดว่าเป็นปัญหานะคะ แต่เนื่องจากเราต้องเที่ยววัดพม่าเยอะมาก ซึ่งบางวัดต้องไปตอนกลางวัน

ดังนั้น การที่เท้าอันบอบบางของเราต้องสัมผัสกับคอนกรีตวัดตอนเที่ยงๆบ่ายๆเนี่ย ทรมานมาก

ถ้าไม่เห็นภาพ ขอแนะนำให้ลองเอาเท้าไปวางบนคอนกรีตตอนเที่ยงดูค่ะ เท้าพองจริงจัง!!”

วันแรก ดลยังซ่าอยู่ อยากชมความงามของวัด เลยกลั้นใจลากแม่เดินรอบวัดหนึ่งรอบ

พอมาครึ่งทาง น้ำตาไหลเลย (ไหลจริงๆนะคะ) เพราะแสบเท้ามาก จะหันหลังกลับก็ไม่ได้ เพราะมาได้ครึ่งทางแล้ว

กลายเป็นว่า ต้องวิ่งจากจุดนึง ไปอีกจุดนึง เน้นหลบตามจุดที่มีร่มเงา

ความสวยงามของวัด ไม่ได้มีโอกาสมองเลย ในใจคิดแต่ว่า ตูอยากใส่รองเท้า แสบเท้าอิ๋บหาย

 

ถึงแม้คุณอาจจะคิดว่า ก็แก้ไขด้วยการไปเที่ยววัดตอนเช้า และตอนเย็นซิ

ถูกค่ะ ดลก็พยายามทำอย่างนั้นแล้วเหมือนกัน แต่ก็อย่างที่บอกแหละค่ะ ว่าพม่ามีแต่วัดให้เที่ยว

ดังนั้น มันก็จะต้องมีซักวัดแหละน่า ที่คุณต้องไปตอนกลางวัน ซึ่งดลก็แค่อยากเตือนไว้ว่า

ถ้าเลือกได้ มาช่วงเดือนที่อากาศเย็นๆหน่อยจะดีกว่าค่ะ เตือนด้วยความรักและห่วงใยสุขภาพเท้าของคุณ

นอกจากนี้ วัดพม่าเก็บเงินค่าเข้าแทบทั้งนั้นเลยค่ะ ดังนั้น ดลก็อยากให้คุณอยู่ชื่นชมความงามของวัดให้คุ้มค่าซะหน่อย

ไม่ใช่วิ่งอุตลุดหนีความร้อนเหมือนดลกับแม่

 

สาม สำหรับคนที่จำเป็นต้องไปเที่ยวพม่าช่วงหน้าร้อน และต้องไปเที่ยววัดช่วงกลาววัน ดลขอแนะนำให้ใส่กางเกงผ้า

กางเกงผ้า (ที่ฝรั่งชอบใส่) และเน้นแบบยางยืด ให้มันยาวกรอมเท้าเลยค่ะ เพื่อว่ามันจะได้ช่วยปิดเท้าคุณได้บ้าง (เทคนิคขี้โกง)

 

สี่ ถ้าต้องการไปเที่ยวพม่าหลายๆวัน ไปหลายๆเมือง อย่าลืมจองตั๋วขาไปจากเมืองย่างกุ้ง และกลับจากเมืองมัณฑะเลย์

(หรือจะสลับกันก็ได้ค่ะ แล้วแต่เลย)

แต่สิ่งที่จะบอก คือ อย่าเผลอจองตั๋วไปกลับจากเมืองเดียวกันเหมือนดล (ดลไปกลับจากเมืองย่างกุ้ง พอไปมัณฑะเลย์เสร็จ แทนที่จะบินกลับจากที่นั่น ดันต้องย้อนมาขึ้นเครื่องบินกลับไทยจากย่างกุ้ง อยากจะเขกหัวตัวเองจริงๆ จองไม่คิด!!)

ยกตัวอย่างง่ายๆนะคะ สมมุติว่าคุณไปเวียดนาม มันเป็นเรื่องยากมาก ที่คุณจะบินไปลงเมืองโฮจิมินทร์ และบินกลับจากเมืองฮานอย เพราะมันค่อนข้างไกลกันมาก และมันมีเมืองรายทางให้เก็บอีกหลายเมือง

แต่สำหรับพม่า คุณสามารถบินไปลงเมืองย่างกุ้ง และกลับจากมัณฑะเลย์ได้ค่ะ (ถ้าคุณเที่ยว 5 วันขึ้นไป)

จะได้ไม่ต้องเสียเวลานั่งรถทัวร์กลับ หรือบินกลับแบบดล (ดลบินสายการบิน Golden Myanmar Airline ถูกสุดแล้วค่ะ ประมาณ 2,000 บาท ต่อคน จ่ายให้ตัวเองกับแม่ ก็มีน้ำตาเช็ดหัวเข่าเหมือนกันนะคะ ฮือ)

 

ห้า แท็กซี่ที่พม่าไม่มีมิเตอร์ ดังนั้น เราสามารถโดนโก่งราคาได้ง่ายมาก

(หรืออย่างน้อย มันก็ทำให้เรารู้สึกโดนหลอกอยู่ตลอดเวลา)

ทางแก้ของดลก็คือว่า ถามคนแถวนั้นก่อนว่า ถ้าจะไปจากจุด A ไปจุด B ราคาเท่าไหร่

ตอนเรียก Taxi ก็ต่อราคาให้ได้ประมาณนั้น ถ้าไม่ได้ ให้หาคันใหม่เลยค่ะ

Taxi ที่พม่า มีคนจ่อคิวไปส่งคุณอยู่แล้ว รับรองว่าไม่หยิ่งเหมือน Taxi หรือตุ๊กๆพี่ไทยแน่นอน

 

จากประสบการณ์ แท็กซี่พม่ายังซื่อๆ น่ารักนะคะ

ที่โหดคือ Taxi ในสนามบิน พวกนี้ Deal กับชาวต่างชาติเยอะ จะหัวหมอหน่อย

ที่ดลเจอ คือ พอตกลงขึ้นรถกับมันแล้ว ก็จะเริ่มทำกริยาไม่ดี ไม่ช่วยเหลือ พูดจาเหมือนเราโง่ แบบ เค้าก็ราคานี้กันทั้งนั้นแหละ you ไม่รู้เรื่องเอง

สิ่งที่อยากแนะนำสำหรับคนที่ต้องพึ่ง Taxi สนามบิน คือ ถ้ารับราคาไม่ได้ ให้ลากกระเป๋าออกมาจากแถวนั้นเลย

เดินออกมาเลยค่ะ ข้างนอกมี Taxi เยอะมาก ทุกคนอยากได้เงิน

ดลทำมาแล้ว work มากๆ รู้สึกภูมิใจ

 

นี่ล่ะค่ะ เกร็ดเล็กๆน้อยๆ สำหรับคนจะไปเที่ยวพม่า

จริงๆมีเยอะกว่านี้ แต่ไม่กล้าเขียนยาว เดี๋ยวคนไม่อ่านค่ะ

อ่านเสร็จแล้ว ยังไงคอมเม้นให้กำลังใจกันได้นะคะ

โดย Dollaya

 

กลับไปที่ www.oknation.net