วันที่ พฤหัสบดี เมษายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ใต้แผ่นฟ้า เหนือผืนน้ำ ... สังขละบุรี


เกือบยี่สิบปีแล้วกระมังที่ไม่ได้ไปเยือน

ช่วงเวลานั้นรู้สึกว่า "สังขละบุรี" ช่างไกลสุดกู่


จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทาง ไทรน้อย บางเลน พนมทวน ถึง กาญจนบุรี ราว 130 กิโลเมตร

และอีก 215 กิโลเมตรจากกาญจนบุรี ถึง สังขละบุรี  พูดกันเพลินๆ ช่วยหย่นเวลาและระยะทางได้มากทีเดียว


สองข้างทางจากกาญจนบุรี ถึง ทองผาภูมิ บ้านเรือนขึ้นมาแทนพื้นที่ป่าจนดูผิดตา

"ทองผาภูมิ" กลิ่นของความเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนยังกรุ่นอยู่ในความรู้สึก หนังบู้ หนังคาวบอย ขี่ม้ากั๊บๆ ไล่กันมาในความคิด


เขื่อนเขาแหลมน้ำแห้งจนน่าใจหาย แล้งนี้เรือกสวนไร่นาจะผ่านไปได้อย่างไร


ซุ้มประตูวัด ศิลปมอญ-พม่าอยู่ข้างหน้า สัญลักษณ์ที่บอกว่าใกล้เข้าเขตตัวเมืองสังขละแล้ว

เราสามคน พี่นก พี่ป้อม (บล็อกเกอร์ Pom Pom) มาสมทบกับเพื่อนๆอีก 5 คน ที่  "บ้านแม่เล็ก อีโค่ แคมป์"  ซึ่งอยู่ห่างจากชุมชนมาไม่มากนัก

ริมฝั่งน้ำ ...

บนเรือนพักรกร้าง มองเห็นสะพานมอญทอดยาว พระเจดีย์พุทธคยาสีทองสุกปลั่งสะท้อนแดดระยับอยู่ฝากขะโน้น เรือหางยาวบรรทุกนักท่องเที่ยวผ่านไปมาไม่ได้ขาดด้วยเป็นช่วงวันหยุดเทศกาล

ด้านนั้นคงเป็น "สามประสบ" ที่ที่สามสาวน้อยซองกะเลีย บิคลี่ และรันตี มาพบกัน รวมเป็นแม่น้ำแควน้อย สายน้ำสายชีวิตหล่อเลี้ยงผืนแผ่นดินด้านล่าง

บ้านริมน้ำของเรา สามสี่หลังสร้างเสร็จเรียบร้อย รับลม ชมวิว อาบแสงดาว กันได้เต็มที่


พื้นที่บริเวณนี้สวยทีเดียว เป็นเนินเขาเล็กๆ ริมแม่น้ำซองกาเรีย เล่ากันว่าหลังสร้างเขื่อน หลายครอบครัวจัดการแบ่งมรดกที่ดินให้ลูกหลาน คนไหนเป็นลูกรักมาก จะได้ที่ติดถนนหรือไม่ก็ไกลฝั่งน้ำ ลูกรักน้อยก็ได้ที่ริมน้ำไป ซึ่งเดี๋ยวนี้กลับกลายเป็นขุมทรัพย์ไปเสียแล้ว

จากที่พัก "บ้านแม่เล็ก อีโค่ แคมป์" เดินไปสะพานมอญได้สบายๆ ชมบ้านเรือนชุมชนน่าอยู่ไปด้วยไม่นานก็ถึง ผู้คนจากทุกสารทิศมารวมตัวกันอยู่บนสะพานแห่งนี้ เสื้อผ้าหลากสี หลากสำเนียง หลายภาษา เป็นสีสันของการท่องเที่ยวช่วงเทศกาล และเป็นโอกาสที่คนท้องถิ่นจะได้ค้าขาย มีสินค้าพื้นเมืองหลายอย่างที่น่าซื้อ ผ้าโสร่ง ซิ่นพื้นเมืองลายดอกไม้ไปทางมอญ-พม่า ต้องใช้เวลาเดินเลือกสักนิดจึงจะได้แบบสวยถูกใจ เครื่องเรือนเครื่องใช้ที่ทำจากไม้ก็ไม่แพง

ขนม อาหารแปลกๆ ก็มีให้ชิม ชอบข้าวเหนียวคลุกงา เหนียวหนึบหนึบ หอมมัน


ตะวันคล้อย . . .

เราเตรียมตัวลงเรือไปชมโบสถ์เก่า หรือที่เรียกกันว่า "เมืองบาดาล" เรือลำเล็กไปได้ไม่หมดจึงต้องแบ่งเป็นสองชุด ... เราสามคน พี่นกยึดพื้นที่ท้ายเรือ (ถ่วงน้ำหนักได้ดีมาก) พี่ป้อมอยู่กลาง วันศุกร์ยึดหัวเรือ รวมกันแล้วน้ำแค่ปริ่มๆเท่านั้น เวลาเรือใหญ่ผ่านแต่ละทีเล่นเอาหายใจไม่ทั่วท้อง คนบนเรือใหญ่ก็หารู้ไม่โบกไม้โบกมือสนุกสนาน คนขับของเราชำนาญมากประคองเรือเข้าล่องน้ำตามท้ายเรือใหญ่อย่างมืออาชีพ


การสร้างเขื่อน ปี 2527 ทำให้ต้องย้ายวัดและหมู่บ้านออกไปให้พ้นเขตน้ำท่วม 5 ปีต่อมา ทุกสิ่งก็จมอยู่ใต้น้ำ รวมถึงลำห้วย สายธาร ป่าต้นน้ำผืนใหญ่ ช่วงนี้น้ำลดลงมากจนสามารถเดินขึ้นไปชมโบสถ์ได้ เรือรอดซุ้มประตูที่โผล่พ้นน้ำเข้าเทียบฝั่ง นักท่องเที่ยวขวักไขว่ เด็กๆหน้าประแป้งตรงมาขายดอกไม้

หนึ่งใน Unseen Thailand อันโด่งดังเมื่อหลายปีก่อน ถูกสายน้ำกัดเซาะจนความสวยงามหลุดร่อน แต่ความศรัทธาอยู่เหนือกาลเวลาไม่ได้หลุดหายไปด้วยเลย ฐานที่ตั้งพระพุทธรูปเต็มไปด้วยพวงมาลัยดอกไม้ ควันธูปคละคลุ้ง เราไม่มีเวลาอ้อยอิ่งอยู่มากนัก เพราะอีกคณะรออยู่

เรือนำเรามาส่งยังโบสถ์เก่าอีกหนึ่งแห่งไม่ไกลกันนัก ที่นี่สัมผัสได้ถึงความเก่าแก่ ข้ามซุ้มประตูมาทางด้านหลังพระพุทธรูป แสงทองที่ส่องผ่านทำให้ท่านงดงามนัก รากไม้ใหญ่ก้าวข้ามหน้าต่างโบสถ์ยึดเหนี่ยวไว้อย่างแข็งแรง

ตะวันยอแสง . . .

ทาบทาผิวน้ำ โบกมืออำลาเราไปตลอดทาง พอถึงที่พักแสงสุดท้ายก็ลับหายไปพอดี


๐ ๐ ๐


ขอบคุณ พี่นก พี่ป้อม ที่ให้ติดสอยห้อยตามไปด้วย
ขอบคุณเจ้าบ้าน ปอ เปิ้ล สุขใจมากๆที่ "บ้านแม่เล็ก อีโค่ แคมป์"
ขอบคุณเพื่อนร่วมทริป จอย เซียน มาซากิ
และ ขอบคุณมิสเตอร์แจ็คหนุ่มมอญน้ำใจงาม คอยดูแลยามหิว นอนเฝ้ายามหลับ ขับเรือไปส่งเที่ยวอีกต่างหาก

 

มุมมองจากที่พัก

 

สะพานมอญ



ใครบอกว่ากลัว ... ไม่กลัวเลยสักนิด :D :D :D

 

เมืองบาดาล

 

วัดวังก์วิเวการาม

 

น้ำตกตะเคียนทอง

 

 

ขอบคุณทุกท่านค่ะ

 

๐ ๐ ๐

 

บัญชารัก (ชัชฎาพร รักษณาเวส)

๐ ๐ ๐

 

โดย wansuk

 

กลับไปที่ www.oknation.net