วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พระธรรมทูตไทยอินเดีย -เนปาลผนึกกำลังช่วยเนปาล


สงฆ์ไทย-เนปาลผนึกศรัทธา กอบกู้วิปโยคแผ่นดินไหว : สำราญ สมพงษ์ รายงาน เหตุการณ์แผ่นดินไหว 7.8 ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 80 ปี ที่เขตภักตะปุร์ กลางกรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวงของประเทศเนปาล สร้างความเสียหายในวงกว้าง อาคารบ้านเรือนตลอดจนโบราณสถานในเมืองหลวงพังทลาย ส่งผลให้มีเสียชีวิตคาดว่าประมาณหมื่นคน กรุงกาฐมาณฑุเป็นที่ตั้งของวัดไม้โบราณของศาสนาฮินดูจำนวนมาก ที่สำคัญคือ "หอคอยธาราฮารา" ซึ่งเป็นหอคอยโบราณสูง 9 ชั้น สร้างในสมัยศตวรรษที่ 19 พังราบ จากแผ่นดินไหว พร้อมกันนี้วัดในพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะอย่างยิ่งสายมหายาน นิกายวัชรยานแบบทิเบตที่มีองค์ทาไล ลามะเป็นประมุขสงฆ์ ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ขณะที่วัดไทยซึ่งเป็นสายเถรวาทโดยเฉพาะที่ตั้งอยู่ใกล้สวนลุมพินีวันสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าได้รับความเสียหายเล็กน้อยเท่านั้น ภาพที่ปรากฏจึงเป็นภาพซากหักพังของวัดสายมหายาน แต่เป็นที่อัศจรรย์คือ "พระพุทธรูปหลายองค์" ที่ปรากฏทางสื่อกลับไม่ได้รับความเสียหาย ซึ่งก่อนหน้านี้แต่โบราณกาลมีความเชื่อกันว่า สาเหตุที่วัดทิเบตตั้งอยู่บนเนินสูงใจกลางหุบเขากาฐมาณฑุ เพราะมีความเชื่อว่า บริเวณนี้แต่ก่อนเป็นทะเลสาบกว้างใหญ่วันหนึ่งเกิดมีดอกบัวสีสันสดใสขึ้นบนเกาะกลางทะเลสาบ ในดอกบัวมีเปลวไฟอันเป็นนิรันดร ไม่มีวันมอดดับพวยพุ่งขึ้นมา พร้อมกับมี "พระอาทิพุทธ" อุบัติขึ้นภายในอาสนะดอกบัว ซึ่งเป็นการปรากฏพระองค์ครั้งแรกบนโลกมนุษย์ และจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นทำให้ชาวเนปาลเชื่อว่าสาเหตุที่พระพุทธรูปหลายองค์ไม่ถูกทำลายอาจเป็นเพราะพระบารมีของ "พระอาทิพุทธ" ที่คอยคุ้มครองปกป้องนั่นเอง เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้แม้จะสร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง แต่ในอีกมุมหนึ่งเราจะได้เห็นภาพความสามัคคีของคนทุกชั้นช่วยกันกอบกู้บ้านเมือง โดยเฉพาะภาพ ภาพพระสงฆ์นิกายวัชรยานแบบทิเบต จัดทีมช่วยค้นหาผู้รอดและเสียชีวิตด้วยการใช้ฆ้อนปอนด์ทุบปูน หุงหาอาหารเลี้ยงผู้ทำงาน และแจกชาวบ้าน รวมถึงการเดินทางเข้าไปให้กำลังใจดูแลผู้ประสบภัย และช่วยเหลือคนบาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลเหมือนกับหน่วยกู้ภัย ทั้งนี้ทันทีที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว คนไทยสามารถรับทราบข้อมูลเชิงลึกผ่านสื่อออนไลน์ของวัดไทยในอินเดียและเนปาล โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก "วัดไทยพุทธคยา ๙๓๕ งานเผยแผ่พระธรรมทูตอินเดีย-เนปาล" ได้รายงานสถานการณ์ในเนปาลหลังเกิดแผ่นดินไหวใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น ทุกอย่างในเมืองวุ่นวายมาก การสื่อสารของรัฐบาลไม่เป็นมืออาชีพ อาหารการกินเรื่องใหญ่มากขาดแคลนมาก เพราะเมืองกาฐมาณฑุผู้คนอาศัยกันหนาแน่นบ้านไม่แข็งแรง ทำให้ต้องมานอนกันกลางเมืองริมถนน อาหารขาดแคลน พอมีรถมาแจกเกิดการแย่งชิงเหยียบกันเจ็บสาหัสไปหลายตัวอย่าง อาหารง่ายๆ ที่ตอนนี้กำลังรณรงค์คือ ขนมปัง อาหารกระป๋อง แต่ละองค์กรช่วยกันทำอาหารแจกฟรี แต่ปัญหาคือระบบการขนส่งหลายหมู่บ้านถนนตัดขาด สะพานพัง อาหารยังไปไม่ถึง เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้นการดำเนินการของพระธรรมทูตไทยสายประเทศอินเดีย-เนปาล ภายใต้การนำของ "พระเทพโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา" ยังประสานงานกับทางมหาเถรสมาคม โดยมี "พระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม" เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรวิหาร ในฐานะประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศเป็นผู้ประสานงานตามพระบัญชาของ "สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ)" ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เพื่อให้คณะสงฆ์ไทยเร่งช่วยเหลือชาวเนปาลอย่างเร่งด่วน โดยให้เจ้าอาวาสทุกวัดในอินเดีย-เนปาล ตั้งกองทุนช่วยเหลือมีจุดศูนย์กลางที่ "วัดไทยลุมพินีประเทศเนปาล" จากสภาพปัญหาดังกล่าว "พระเทพโพธิวิเทศ" เดินทางมาประเทศไทยและประชุมร่วมกับพระพรหมสิทธิและคณะกรรมการดำเนินการช่วยเหลือเมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา พระครูปริยัติโพธิวิเทศ โฆษกพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล ได้เปิดเผยผลการประชุมว่า การบริหารจัดการการช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวเนปาลเหตุแผ่นดินไหวของคณะสงฆ์ไทยดังนี้ 1.ฝ่ายผู้บริหารระดับสูง ประชุม ปรึกษาวางแผน ประสานหน่วยงานองค์กรต่างๆ ด้านการรับบริจาค ระดมทุนการประสานภาครัฐและเอกชนและชาวเนปาลอาสาด้านภาษาสื่อสาร 2.ระดับปฏิบัติการ ส่งหน่วยงานล่วงหน้าลงพื้นที่หาข้อมูลจริง ประสานหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ ผู้ดูแล พระสงฆ์เนปาลท้องถิ่น โดยเน้นจุดที่เดือดร้อน จำเป็นเป็นในเบื้องต้นเป็นอันดับแรก 3.ลงมือปฏิบัติการให้การช่วยเหลืออย่างเป็นระบบมีขั้นตอน แนวทางการทำงานที่ชัดเจนเช่น การนำเงินบริจาคส่วนหนึ่งมอบให้ภาครัฐบาล การตั้งศูนย์ช่วยเหลือในนามพระธรรมทูตไทย การกำหนดตัวบุคคลหรือครัวเรือนที่เดือดร้อน สิ่งของที่จะมอบ ผู้จะไปทำหน้าที่ส่วนต่างๆ ต้องพร้อมเช่น ภาษา ความพร้อม ประสบการณ์ ในหน้าที่ที่จะไปปฏิบัตินั้น การจัดการส่งมอบ การช่วยเหลือโดยไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ขาดระเบียบ อาจแย่งชิงเกิดขึ้นได้ 4.หน่วยล่วงหน้ารายงานความเคลื่อนไหว สิ่งของช่วยเหลือที่จำเป็นจริงๆ แจ้งผู้บริหารทราบ พร้อม สืบข้อมูลขยายผลพื้นที่ในวงกว้างและการเข้าสู่พื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ โดยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ทางการในท้องถิ่นให้ชัดเจน 5.การประกาศแจ้งยอดรายรับ-จ่ายที่เกิดขึ้น การส่งมอบการช่วยเหลือทั้งหมดให้ประชาชนผู้บริจาคทราบโดยโปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมกันนี้พระครูปริยัติโพธิวิเทศ ยังได้ขอเชิญชวนผู้ที่มีความประสงค์จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเนปาลจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยสามารถบริจาคผ่านบัญชีชื่อ "ก่อสร้างและบำรุงรักษาวัดไทยลุมพินีเนปาล" ธนาคารกรุงเทพ สาขาตลาดพลู เลขที่ 11-5-086858-4 ให้ระบุในในเปย์อิน ว่า ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวเนปาล ส่งอีเมลแจ้งที่พระมหาสุพจน์ กิตติวัณโณ ที่ lumbini979@gmail.com วัดไทยลุมพินี จะได้ประสานมอบผ่านสถานทูตไทยกรุงกาฐมาณฑุ นำไปช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป กิจกรรมของพระธรรมทูตไทยสายประเทศอินเดีย-เนปาลนั้น นอกจากตั้งศูนย์รับบริจาคและนำสิ่งของทั้งข้าวสารเครื่องดำรงชีพและเวชภัณฑ์ต่างๆ ไปมอบให้ศูนย์พึ่งพิงช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่ร่วมกับพระสงฆ์ตั้งขึ้นที่วัดศรีศากยสิงหวิหาร อำเภอปาตัน กรุงกาฐมาณฑุ ดำเนินการแจกจ่ายต่อไป ยังได้ร่วมกับคณะสงฆ์นานาชาติรวมพลังเมตตาธรรมร่วมกันสวดพระปริตรใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ส่งกำลังใจไปชาวเนปาลที่ผู้ประสบภัยอีกด้วย ขณะเดียวกันคณะสงฆ์ในประเทศไทยทั้ง วัดสระเกศ วัดปากน้ำ และสถาบันโพธิคยาวิชาลัย ภายใต้กำกับดูแลของพระพรหมสิทธิ ได้ตั้งกองทุนช่วงเหลือ โดยมี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ นายกองค์การนิสิตบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) เป็นแกนกลางประสานงาน โดยได้เปิดบัญชีรับบริจาคแล้วได้ร่วมกับเนชั่นทีวีจัดรายการสวดมนต์เจริญสมาธิภาวนาเพื่อช่วยเหลือชาวเนปาลจากเหตุแผ่นดินไหว เมื่อวันอังคารที่ 28 เมษายน ณ เดอะเนชั่น บางนา กทม. ขณะเดียวกันมูลนิธิพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพและหลักสูตรปริญญาโท สาขาสันติศึกษา เปิดบัญชีรับบริจาคในครั้งนี้ดวย ขณะที่ พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน ธมฺมสากิโย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) ชาวเนปาล ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว "Anil Sakya" ความโดยสรุปว่า การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากแผ่นดินไหวในเนปาล แม้มีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคอยากช่วยกันมากมาย ปัญหาการจัดการภายในประเทศเนปาลเองนั้น มีปัญหามาก อาตมภาพได้ขอให้พี่ชายอดีตรัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมช่วยประสานกับรัฐบาลเนปาลและนายกรัฐมนตรีเนปาล เพื่อเปิดช่องทางของการช่วยเหลือจากประชาชนสู่ประชาชน เพิ่มเติมอีกช่องทางหนึ่งจากรัฐสู่รัฐที่มีอยู่ในขณะนี้ ทางรัฐบาลเนปาลได้อนุมัติให้พี่ชายแล้ว ผลก็คือได้ส่งหน่วยกู้ภัยและคณะแพทย์จากมูลนิธิฉือจี้ไตหวันไปลงพื้นที่เรียบร้อย ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา และกำลังขนเวชภัณฑ์ อาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค เข้าไปช่วยถึงมือผู้ประสบภัยอย่างจริงจัง ส่วนของประเทศไทยในส่วนที่อาตมภาพเกี่ยวข้องโดยตรงนั้น สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ได้กรุณาบัญชาแต่งตั้งคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเนปาล และได้เปิดบัญชีรับบริจาคในชื่อบัญชีว่า "น้ำพระทัยสมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศฯ เพื่อชาวเนปาล" ในภาษาอังกฤษ Sangharaja Compassionate Relief Fund for Nepal เลขที่ 008-0-51082-8 ธนาคารกสิกรไทย สาขาบางลำภู ภายใต้มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปภัมภ์ เพื่อนำไปช่วยผู้ประสบภัยถึงมือโดยด่วน เช่น การตั้งโรงทาน เพื่อทำอาหารพื้นเมืองที่ถูกปากถูกวัฒนธรรม และวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ อาตมภาพจะเดินทางไปลงพื้นที่ด้วยตัวเอง เพื่อประสานงานหน่วยงานต่างๆ และสำรวจความต้องการและความเสียหาย ทั้งนี้ข้อมูลเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาลครั้งนี้ได้รับทราบจากเป็นเฟซบุ๊กวัดไทยในอินเดีย-เนปาลเช่น "วัดไทยพุทธคยา ๙๓๕ งานเผยแผ่พระธรรมทูตอินเดีย-เนปาล", "สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐ (Bodhigayavijjalaya 980 Institute, India)", วัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล Royal Thai Monastery, วัดไทยเชตวันมหาวิหาร นครสาวัตถี อินเดีย, ท่านคมสรณ์ ข่าวสารงาน-พระธรรมทูตอินเดีย, วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์, ภูตะวัน น้องนะโม, Namaste Dhamma, เฟซบุ๊กจากองค์กรและวัดสายทิเบตเช่น Nepal11Radio.com, United Nations for a Free Tibet (Espa?a/Spain), Tsoknyi Nepal Nuns, Anil Sakya, Ringu Tulku, Nepal Buddhist Federation เป็นต้น ที่มาhttp://www.komchadluek.net/detail/20150501/205579.html

โดย ท่านคมสรณ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net