วันที่ พุธ พฤษภาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“แก้ไขกฎหมายป่าไม้-สัตว์ป่า ประโยชน์เพื่อใคร?”


ประเด็นที่ทำให้เกิดการร่างมาตรา 38 ตามร่างพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. .... ขึ้นมาในครั้งนี้
เนื่องจากประเทศไทยไม่มีที่พักในอุทยานแห่งชาติที่ดีพอเป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศ
จึงเห็นควรให้เอกชนเข้ามาจัดการ

ตกลงเรามีอุทยานแห่งชาติไว้เพื่อชื่นชมธรรมชาติ 
หรือมีไว้เพื่อหารายได้จากการทำธุรกิจทัวร์ ??? 

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ส่งจดหมายถึงอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ชะลอการเสนอร่างพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า พ.ศ. .... พร้อมทั้งและขอให้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างทั่วถึง

โดยใจความสำคัญของจดหมายฉบับดังกล่าว ได้อธิบายถึงเหตุที่ไม่สามารถยอมรับร่างพ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับ ไว้ 3 ประการ กล่าวคือ ร่างพ.ร.บ. ทั้ง 2 ฉบับยังขาดข้อมูลวิชาการที่มารองรับ ทั้งยังมีเจตนาในการนำทรัพยากรธรรมชาติมาแสวงหาผลประโยชน์ทางธุรกิจ และยังขาดการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน

นอกจากนี้ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ยังเรียกร้องให้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างทั่วถึงและได้มีการวิเคราะห์ข้อมูลโดยละเอียด และพิจารณาอย่างถี่ถ้วน รอบคอบ เพื่อประโยชน์แก่การอนุรักษ์ผืนป่าและสัตว์ป่าต่อไป

เรื่อง ขอให้ชะลอการเสนอร่างพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า พ.ศ. .... และขอให้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างทั่วถึงโดยไม่เร่งรีบ

หากพิจารณาเนื้อที่ป่าที่ยังเหลืออยู่ของประเทศไทย ตามภาพจากดาวเทียม google earth จะเห็นได้ว่าป่าของประเทศไทยเหลืออยู่เฉพาะพื้นที่ที่ถูกประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเท่านั้น ซึ่งผืนป่าที่เหลือเป็นอนาคตความมั่นคงของชาติในเรื่องแหล่งต้นน้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพ จากการเฝ้าติดตามการร่างพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับ ทั้งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ และพระราชบัญญัติส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า ซึ่งร่างใหม่ทั้ง 2 ฉบับ พบว่ามีเจตนาเปิดป่าดังที่เคยส่งเรื่องคัดค้านมาก่อนแล้ว ดังนั้นหากพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับ ถูกนำเสนอและประกาศใช้จริง พื้นที่ป่าดังที่ปรากฏคงจะไม่สามารถรักษาไว้ได้

 

ข้อสรุปที่ไม่อาจยอมรับได้ในเจตนาร่างกฎหมายเปิดป่า ที่สำคัญมีดังต่อไปนี้
1. การร่างพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับ มีการกำหนดเขตต่างๆ จากแค่ความคิดเห็นแต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่มีผลการศึกษาใดๆรองรับเลย และไม่มีหลักเกณฑ์กำหนดลงไปเพื่อความชัดเจนว่า พื้นที่ในลักษณะใดที่เป็นพื้นที่ที่มีความเปราะบางสูงและควรถูกกำหนดเป็นเขตหวงห้ามเท่านั้น เพราะอย่าลืมว่าการประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครองแต่ละแห่งก็เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่เปราะบางให้คงอยู่และใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเหมาะสม แต่ไม่ใช่การใช้อย่างไม่รู้จักขอบเขตในแบบที่ควบคุมและจำกัดไม่ได้

2. การร่างพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. .... มีเจตนานำพื้นที่ป่า ซึ่งรัฐบาลในอดีตที่ผ่านมาล้วนพยายามเก็บรักษาไว้เพื่อประโยชน์รักษาสมดุลธรรมชาติเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารและเป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพของชาติ มาแปลงเป็นทุนให้เอกชนพวกพ้องของตนเข้าทำประโยชน์ในการประกอบธุรกิจท่องเที่ยว ดังเห็นได้จากการมีมาตรการแบ่งเขตให้มีเขตบริการภายในอุทยานแห่งชาติ เพื่อให้เอกชนเช่าทำที่พักแรมเพื่อการท่องเที่ยวได้

3. ร่างพระราชบัญญัติทั้งสองมีกลไกการตัดสินใจในประเด็นที่สำคัญต่างๆ จากรัฐมนตรีโดยตรงผ่านสายบังคับบัญชาและการเอื้อประโยชน์โดยอธิบดีเพียงผู้เดียว ผ่านการนำเสนอจากหัวหน้าพื้นที่อนุรักษ์แต่ละแห่ง ถึงแม้ว่าร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่จะได้มีความพยายามสร้างกลไกเพื่อความชอบธรรมและการมีส่วนร่วมในรูปแบบต่างๆ แต่ในท้ายที่สุดจะเป็นไปตามความต้องการของเบื้องบนจากการรวมศูนย์อำนาจ

ด้วยเหตุผลดังกล่าว มูลนิธิสืบนาคะเสถียร จึงขอคัดค้านการเสนอร่างพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า พ.ศ. .... และขอให้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างทั่วถึงและได้มีการวิเคราะห์ข้อมูลโดยละเอียด และพิจารณาอย่างถี่ถ้วน รอบคอบ เพื่อประโยชน์แก่การอนุรักษ์ผืนป่าและสัตว์ป่าต่อไป

ขอความกรุณาจากท่านได้โปรดพิจารณา และขอขอบพระคุณอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้
ขอแสดงความนับถือ
นางรตยา จันทรเทียร
ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร

www.facebook.com/SeubNakhasathien

กำหนดการเวทีเสวนาวิชาการ “แก้ไขกฎหมายป่าไม้-สัตว์ป่า ประโยชน์เพื่อใคร?”
วันพุธที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ณ ห้องประชุมอิศรา อมันตกุล ชั้น ๓ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพมหานครฯ

๐๘.๓๐ – ๐๙.๐๐ น. - ลงทะเบียน/รับเอกสาร
๐๙.๐๐ – ๐๙.๑๐ น. - เปิดเวทีเสวนาโดย อ.ศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
๐๙.๑๕ – ๑๑.๕๐ น. - เวทีเสวนา“แก้ไขกฎหมายป่าไม้-สัตว์ป่า ประโยชน์เพื่อใคร?”
- วิพากษ์กฎหมายเปิดป่า โดย อ.ศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
- ผลกระทบต่อสัตว์ป่าที่เกิดจากร่างพ.ร.บ. โดย ดร.อนรรฆ พัฒนวิบูลย์ คณะวนศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
- ทัศนะทางกฎหมายต่อร่างพ.ร.บ.ทั้งสองฉบับ โดย คุณศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน
- เหตุผลและความจำเป็นในการปรับปรุงแก้ไขร่างพ.ร.บ.ทั้งสองฉบับ โดยผู้แทนกองนิติการกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช
- ข้อคิดเห็นทางวิชาการต่อร่างพ.ร.บ.ทั้งสองฉบับ โดย อ.เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- บทเรียนที่ผ่านมาของการจัดการอุทยานแห่งชาติ โดย อ.ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง คณะวิทยาศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ดำเนินรายการ โดย คุณจิตติมา บ้านสร้าง
๑๑.๕๕ – ๑๒.๑๐ น.  - สรุปประเด็นความคิดเห็นและข้อเสนอแนะทางวิชาการ เกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.ทั้งสองฉบับ

หมายเหตุ
- พักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม เวลา ๑๐.๓๐ น.
- กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
- ที่นั่งมีจำนวนจำกัด

โดย ระวังไพร

 

กลับไปที่ www.oknation.net