วันที่ อังคาร สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฮงผิง ยิว : กรณีศึกษาคนไร้รากเหง้าเทียม เพราะไม่อาจได้รับการยอมรับโดยบุพการีที่แท้จริง


                                                                  

สอบข้อเท็จจริงโดย นางสาวชลฤทัย แก้วรุ่งเรือง และนางสาวดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุลเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2548

สรุปข้อกฎหมายและข้อนโยบายโดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทรเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ.2550

เสนอต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขการไร้สถานะทางกฎหมายและสิทธิของบุคคลในประเทศไทย  สภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ.2550

------------------------------------------

ข้อมูลที่แสดงจุดเกาะเกี่ยวกับรัฐ

------------------------------------------

·         ข้อมูลส่วนบุคคลของนางฮงผิง

  • บุคคลผู้ถูกสอบปากคำมีชื่อว่า  “ฮงผิง ยิว”

  • เกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2534 (ปรากฏตามสูติบัตร ท.ร.๓ ออกโดยสำนักทะเบียนเขตคลองสาน, เลขประจำตัวประชาชน 7-1018-00011-56-0 แจ้งโดยสถานพยาบาลนันอาและโพลีคลินิก)

  • เกิดที่สถานพยาบาลนันอาและโพลีคลินิค (Nan-AH Polyclinic) (ปรากฏตาม “สมุดบันทึกสุขภาพเด็ก” ชื่อ Hung Ping Yiu, H.N.20606

  • บิดาชื่อ ยัตฮง ยิว (อายุ 39 ปี), มารดาชื่อ นางลี่ผิง จัง (อายุ 23 ปี) อาศัยอยู่ที่เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน, มาดูลาดเลาการลงทุนในเมืองไทย

  • ในปัจจุบัน ฮงผิงอยู่ในความดูแลของครอบครัวนายนิพนธ์ ชวแสงกุล

·         ข้อมูลส่วนบุคคลของนายนิพนธ์ ชวแสงกุลบิดาบุญธรรมของฮงผิง

  • เดิมชื่อ นาย กัวชุน ชัง บิดาชื่อ โปเซาให่ มารดา ชื่อ เซียอี้เม่

  • เกิดวันที่ 2 มีนาคม 2478

  • เกิดที่ซิน จู๋ ประเทศไต้หวัน (จีนแคะ)

  • เข้าเมืองมาตอนอายุ 35 ปี

  • ใบแทนหนังสือสำคัญการแปลงสัญชาติเป็นไทย ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 109 ตอนที่  162 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2535

  • ต่อมาเปลี่ยนนามสกุลเป็น ชวแสงกุล (ปรากฏตามเอกสารขอจดชื่อสกุล)

  • เลขประจำตัวประชาชน 8-1035-00000-22-8

  • เป็นโรคหัวใจ, ความดัน

  • ปัจจุบัน ได้รับเงินสวัสดิการจากรัฐบาลไต้หวันเป็นจำนวนเงิน 6,000 บาทต่อเดือน

·         แนวคิดเกี่ยวกับฮงผิงของนายนิพนธ์ ชวแสงกุล

  •  นายนิพนธ์คิดเกี่ยวกับฮงผิงว่า “เราเลี้ยงมาจนป่านนี้แล้ว จะอุ้มไปให้ใคร” “ไม่เคยคิดไปติดต่อหาพ่อแม่ฮงผิงที่เมืองจีน เพราะว่าพ่อแม่เขาเคยมาเมืองไทย ก็ไม่เคยคิดมาถามหา”

·         แนวคิดเกี่ยวกับตัวเองของนางสาวฮงผิง ยิว

  • อยากให้ได้สัญชาติไทย เพราะว่าเกิดเมืองไทย

    • “อยากมีสัญชาติไทย เพราะว่าพ่อแม่อยู่ที่นี่ พ่อมีสัญชาติไทย ก็อยากได้สัญชาติไทยตามพ่อ”

------------------------------------------

ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษา

------------------------------------------

·         ชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนสมรรถภาพวิทยา (ปรากฏตามใบรับรองสถานศึกษา ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2542)

·         ประถม 5-6 ที่โรงเรียนสารสาส์

·         ม.1- ปัจจุบัน ม.3 ที่โรงเรียนภัทรภักดี

------------------------------------------

ข้อมูลเกี่ยวกับความพยายามเพื่อแก้ไขปัญหาความไร้สัญชาติของนางสาวฮงผิง

------------------------------------------

·         ติดต่อสถานทูตจีน

  • ปี 1998 มีคนแนะนำว่า ฮงผิง มีสัญชาติจีน จึงไปติดต่อสถานทูตจีน เพื่อขอหนังสือเดินทาง แต่ได้รับการปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่า ต้องให้พ่อแม่ที่แท้จริงมาดำเนินการ

·         การดำเนินการเพื่อขอรับเป็นบุตรบุญธรรม

  • คุณนิพนธ์ ผู้ที่ดูแลฮงผิงตั้งใจว่า จะไปคืนฮงผิงให้สถานสงเคราะห์ สถานสงเคราะห์บอกว่า ขอให้เลี้ยงต่อไป ไหนๆ ก็เลี้ยงมาแล้ว”

  • ปี 2540 ไปติดต่อสถานสงเคราะห์ เพื่อดำเนินการขอรับเป็นบุตรบุญธรรม เพราะเด็กยิ่งโต ต้องเรียนหนังสือ และคุณนิพนธ์ ก็เริ่มอายุสูงมากขึ้น สถานสงเคราะห์แนะนำให้ไปขอคำสั่งศาล, ศาลขอให้พ่อแม่ที่แท้จริงมาดำเนินการ

  • วันที่ 29 ธันวาคม 2540 แจ้งบันทึกประจำวันกับสถานีตำรวจบางมด ว่าได้รับ ดญ.ฮงผิง จากนางลี่ผิง ขณะนั้น ดญ.ฮงผิง อายุ 16 ปี (ปรากฏตามเอกสารรายงานประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐาน)

·         นายนิพนธ์ยื่นคำร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเพื่อขอรับนางสาวฮงผิง ยิว เป็นบุตรบุญธรรม

  • ในขณะที่ร้องขอต่อศาลนั้น ฮงผิงเรียนหนังสือที่โรงเรียนสารสาส์ ชั้น ป.5 (มีเอกสาร ใบรับรองจากโรงเรียน ลงวันที่ 17 มีนาคม 2546)

  • ศาลมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2543  คดีหมายเลขดำที่ 73/43 คดีหมายเลขแดงที่ 326/43 อนุญาตให้นายนิพนธ์รับเด็กหญิงฮงผิงเป็นบุตรบุญธรรมได้ แทนบุพการีซึ่งหาตัวไม่พบ

  • การรับบุตรบุญธรรมนี้ปรากฏในทะเบียนรับบุตรบุญธรรม สำนักทะเบียน เขตจอมทอง กทม.

·         ติดต่อกระทรวงต่างประเทศ

  • ปี 2544 จากศาลมีคำพิพากษาให้เป็นบุตรบุญธรรม, อยากพาไปไต้หวันเพื่อพาฮงผิงไปรู้จักกับญาติที่ไต้หวัน จึงไปติดต่อกระทรวงต่างประเทศเพื่อขอหนังสือเดินทาง ปรากฎว่ากระทรวงต่างประเทศบอกว่า จะทำหนังสือเดินทางชั่วคราวให้

·         เพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านที่ไต้หวัน

  • -ประมาณ 2544  นายนิพนธ์กลับไปไต้หวันจึงทำเรื่องเพิ่มชื่อ ฮงผิง เข้าทะเบียนบ้านที่ไต้หวัน บ้านเลขที่ 2 ซอย 1 ถนนเสวี๋ยเฉียนเจีย เขตกวางซี จังหวัดซินจู๋

  • -ทางหน่วยงานไต้หวัน แนะนำว่า หากต้องการสัญชาติไต้หวัน ฮงผิง ต้องกลับไปอยู่ที่ไต้หวันเป็นเวลา 1-2 ปี

------------------------------------------

ข้อหารือคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขการไร้สถานะทางกฎหมายและสิทธิของบุคคลในประเทศไทย  สภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ.2550

------------------------------------------

·         การแก้ไขปัญหาความไร้รัฐ

  • จะเห็นว่า นางสาวฮงผิงมีชื่อในทะเบียนราษฎรของไต้หวัน แต่ยังไม่มีสัญชาติไต้หวัน

  • จะเห็นว่า นางสาวฮงผิงมีชื่อในทะเบียนราษฎรของรัฐไทย กล่าวคือ ใน ท.ร.๓ ออกโดยสำนักทะเบียนเขตคลองสาน, เลขประจำตัวประชาชน 7-1018-00011-56-0 แจ้งโดยสถานพยาบาลนันอาและโพลีคลินิก ทั้งที่ไม่ทั้งสิทธิอาศัยในประเทศไทย และสิทธิในสัญชาติไทย แต่ประการใด

  • ข้อหารือด้านกฎหมายทะเบียนราษฎรก็คือ  จะต้องนำนางสาวฮงผิงไปรับการสำรวจภายใต้ยุทธศาสตร์เพื่อการจัดการสถานะและสิทธิของบุคคลตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ.2548 อีกครั้งหรือไม่ ? อย่างไร ?

·         การแก้ไขปัญหาความไร้สัญชาติ

  • จะเห็นว่า นางสาวฮงผิงไม่อาจได้รับการรับรองจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนในสถานะของคนสัญชาติจีน

  • จะเห็นว่า นางสาวฮงผิงก็ยังไม่มีสัญชาติไต้หวัน เนื่องจากยังมิได้ร้องขอ แต่การร้องขอก็จะไม่เป็นประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตของฮงผิง ซึ่งอาศัยอยู่จริงในประเทศไทย และไม่มีจุดเกาะเกี่ยวใดๆ กับไต้หวัน

  • จะเห็นว่า นางสาวฮงผิงก็ไม่มีสัญชาติไทย แม้เกิดในประเทศไทย ทั้งนี้ เพราะการมีสัญชาติไทยนั้น กฎหมายไทยที่มีผลในขณะที่ฮงผิงเกิด กล่าวคือ มาตรา ๗ และ ๘ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ ๒ แห่ง ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๓๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๕ กำหนดว่า ผู้มีสัญชาติไทยโดยผลอัตโนมัติของกฎหมาย จะต้องมีข้อเท็จจริง ๓ ประการดังต่อไปนี้ (๑) เกิดในประเทศไทย (๒) ไม่ปรากฏว่า บิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าวซึ่งฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสถานะเป็นผู้มีเอกสิทธิตามกฎหมายระหว่างประเทศ และ (๓) ไม่ปรากฏว่า บิดาที่ชอบด้วยกฎหมายหรือในกรณีที่ไม่มีบิดาดังกล่าว มารดา เป็นคนต่างด้าวที่เข้ามาในประเทศไทยในลักษณะไม่ถาวร แต่จะเห็นว่า ปรากฏว่า บิดาและมารดาของนางสาวฮงผิงเป็นคนต่างด้าวที่เข้ามาในลักษณะไม่ถาวร นางสาวฮงผิงจึงไม่มีสัญชาติไทยในขณะที่เกิด

  • แต่มาตรา ๗ ทวิ วรรค ๒ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ ประกอบกับมาตรา ๑๑ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ รับรองให้สิทธิที่จะร้องขอสัญชาติไทยต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีนี้มีอำนาจที่จะให้สัญชาติไทยแก่นางสาวฮงผิง หากคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ

  • ข้อหารือด้านกฎหมายสัญชาติในประการแรก ก็คือ  นางสาวฮงผิงเป็นบุคคลภายใต้ยุทธศาสตร์เพื่อการจัดการสถานะและสิทธิของบุคคลตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ.2548 ที่จะได้สัญชาติไทยหรือไม่ ? อย่างไร ? ในสถานะของบุคคลในสถาบันการศึกษาไทย ? หรือในสถานะของบุคคลไร้รากเหง้า ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของคนสัญชาติไทยโดยคำสั่งศาล ?

  • ข้อหารือด้านกฎหมายสัญชาติในประการที่สอง ก็คือ  นางสาวฮงผิงเป็นบุคคลภายใต้ร่างมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ..... หรือไม่ ?

-----------------------------------------------------

ร่างมาตรา 21 บัญญัติว่า "บรรดาบุคคลที่เคยมีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทยแต่   ถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ และผู้ที่เกิดในราชอาณาจักรไทยแต่ไม่ได้สัญชาติไทยตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๗  ลงวันที่  ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ รวมถึงบุตรของบุคคลดังกล่าวที่เกิดในราชอาณาจักรไทยก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและไม่ได้สัญชาติไทยตามมาตรา ๗ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ   พ.ศ. ๒๕๐๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕  ถ้าบุคคลผู้นั้นอาศัยอยู่จริงในราชอาณาจักรไทยติดต่อกันจนถึงปัจจุบันโดยมีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร และเป็นผู้มีความประพฤติดีหรือทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมหรือประเทศไทย ให้ได้สัญชาติไทยตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เว้นแต่ผู้ซึ่งรัฐมนตรีมีคำสั่งอันมีผลให้ได้สัญชาติไทยแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ"

โดย archanwell

 

กลับไปที่ www.oknation.net