วันที่ พุธ พฤษภาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ประชามติ...‘อยู่ต่อ’


              ข้อเสนอแปรญัตติ มาตรา 308 ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดย “ไพบูลย์ นิติตะวัน” กลายเป็นที่ถกเถียงในสังคม เพราะเนื้อหาที่เสนอแก้ไขนั้น ระบุว่า “หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 90 วัน ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดทำประชามติว่า เห็นสมควรให้มีการปฏิรูประบบบริหารราชการแผ่นดิน เศรษฐกิจ และความมั่นคงให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี ก่อนมีการเลือกตั้งหรือไม่ หรือเห็นสมควรให้มีการเลือกตั้ง ตามกำหนดในรัฐธรรมนูญทันที”

              นัยของการทำประชามตินี้คือ ให้ผู้ที่มีอำนาจอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น นายกรัฐมนตรี รัฐบาล คณะรักษาความสงบแห่งชาติ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสภาปฏิรูปแห่งชาติ อยู่ในอำนาจต่อไปอีก 2 ปี และแน่นอนว่า หากเป็นเช่นนั้นเขาเองก็จะเป็นหนึ่งในผู้รับผลประโยชน์เช่นกัน

              ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเสนอด้วยว่า ถ้าจะมีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญก็ให้ถามในประเด็นนี้ไปเสียในคราวเดียว โดยให้เหตุผลว่า เป็นการสร้างทางเลือกให้ประชาชนที่ต้องการปฏิรูป

              ยังไม่มีใครรู้เจตนาที่แท้จริงของ “ไพบูลย์” ว่าต้องการอะไร แต่การที่เขาได้ร่วมเคลื่อนไหวมาทั้งในนามกลุ่ม 40 ส.ว. กปปส. และมามีบทบาทในการเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้เขาถูกจับตาอย่างมากว่า ที่ได้รับเลือกมาเป็นกรรมาธิการยกร่างฯ เพราะมี “งาน” ให้ทำหรือไม่

              และ “งาน” ที่ว่าอาจจะหมายถึงงานเช่นนี้หรือไม่

              เขาพยายามอธิบายว่า เป็นเจตนารมณ์ตั้งแต่ก่อนรัฐประหารอยู่แล้วว่า ต้องการให้ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง แต่นี่ยังปฏิรูปไม่เสร็จจะมาเลือกตั้งได้อย่างไร และมองว่า การทำหน้าที่ของ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ก็ทำหน้าที่ได้ดีแล้ว

              ที่ต้องถามคือ เจตนาจริงๆ ของ “ไพบูลย์” ว่าเขาทำเพื่ออะไร มุมหนึ่งมองได้ว่า เขาอาจบริสุทธิ์ใจว่ามีความต้องการที่จะปฏิรูป และให้กระบวนการเดินหน้าไปให้สุดทาง ด้วยกังวลว่า หากเข้าสู่สภาวะปกติอาจจะเดินหน้าเรื่องที่ตั้งใจไว้ไม่สำเร็จ จึงต้องยอมให้ประเทศไทยอยู่ภายใต้การปกครองแบบนี้ออกไปอีกระยะ

              คำถามที่ทบซ้อนเข้าไปอีกชั้นคือ “เจตนา” ของเขา “บริสุทธิ์” จริงหรือไม่ เพราะท่ามกลางความหวาดระแวงเรื่องการสืบทอดอำนาจ การเสนอเช่นนี้ย่อมไม่เป็นผลดีแน่ๆ ยิ่งดูท่าทีของ “ไพบูลย์” ในระยะหลังๆ แล้ว เขาไม่ใช่คนที่ศรัทธาในระบบ “เลือกตั้ง” เท่าไหร่นัก

              ความเคลื่อนไหวก่อนที่จะมีการรัฐประหาร เขาก็เป็นหนึ่ง กปปส. ที่เรียกร้องให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง และเห็นด้วยกับการเลื่่อนเลือกตั้งออกไป เช่นเดียวกับครั้งนี้ ที่ดูอย่างไรเขาก็ยังไม่อยากให้มีการเลือกตั้งในระบบปกติ

              นอกจากนี้แล้ว เขาและพรรคพวกของเขาเองก็ยังไม่เห็นด้วยกับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งที่มีหลายฝ่ายเรียกร้อง โดยระบุว่าเป็นเพียงพิธีกรรมเท่านั้น แต่จู่ๆ ก็มาเรียกร้องให้ทำประชามติเรื่องนี้ จึงทำให้น่าสงสัยว่า เขากำลังมองกระบวนการขอเสียงจากประชาชนอย่างไร เชื่อมั่นในเสียงของประชาชนจริงหรือไม่ หรือจะใช้เป็นเพียงเครื่องมือเมื่อตัวเองกำลังจะได้ประโยชน์เท่านั้น

              จึงน่าคิดว่า ข้อเสนอเช่นนี้ของเขาจะเป็นการ “โยนหินถามทาง” หรือ “ถางทาง“ เพื่อ ”ปูทาง” การสืบต่ออำนาจไม่ว่าจะเป็นของใคร

              ในอีกมุมหนึ่งก็น่าคิดว่า การออกมาเช่นนี้เป็นการเตะตัดขาการทำประชามติหรือไม่ เพราะเมื่อสังคมหวาดหวั่นกับการทำประชามติเช่นนี้ ก็มีความเป็นไปได้ว่า “ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ” อาจพลอยติดร่างแหไปด้วย เพราะมีการนำสองเรื่องมาผูกติดกันโดยเจตนา

              อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้ต้องยอมรับว่าไม่เป็นบวกกับรัฐบาล โดยเฉพาะ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เท่าใดนัก เพราะสภาพการณ์ในขณะนี้เรียกได้ว่าเลยระยะเวลา “ฮันนีมูน” ของรัฐบาลมานานโข ขณะที่เศรษฐกิจโดยรวมก็ยังไม่ดีขึ้น สะท้อนจากตัวเลขต่างๆ ที่เป็นดัชนีชี้วัดที่ชัดเจน

              นอกจากคนในประเทศที่ใจจดใจจ่อรอคอยที่จะเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ต่างชาติเองก็จับตาดูเช่นกันว่า สุดท้ายแล้ว “ประยุทธ์” จะเดินตามโรดแม็พที่ประกาศเอาไว้หรือไม่ ถ้าเขาจะอยู่ต่อก็เชื่อว่า มาตรการกดดันของต่างชาติจะหนักยิ่งขึ้น  พอๆ กับในประเทศที่จะแสดงความไม่พอใจมากขึ้่นเรื่อยๆ

              น่าเห็นใจแทน “ประยุทธ์” ยิ่งนัก เพราะทุกวันนี้ก็ถือว่าทำงานหนักอยู่แล้ว ยิ่งมาถูกใครบางคน “เปิดทาง” เช่นนี้ ทำให้เขาต้องตกอยู่ในภาวะที่ลำบากใจมากยิ่งขึ้น เพราะทุกสายตาจะยิ่งจับจ้องเข้ามาเป็นจุดเดียวกัน ย่างก้าวจากนี้จะยิ่งแหลมคมขึ้นทุกที

โดย คมชัดลึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net