วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วิกฤติโรฮิงญา: ถ้าไทยเชิญ, แต่พม่าไม่รับรู้, จะทำอย่างไร?


ถ้าเราเชิญประชุมสมาชิกอาเซียนทั้งหมด 10 ชาติเพื่อระดมความคิดในการแก้ปัญหาโรฮิงญา, แต่พม่าไม่มา เราจะทำอย่างไร?

ถ้ารัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯต่อสายมาถึงรัฐมนตรีต่างประเทศไทย ขอให้ไทยเปิดศูนย์พักพิงให้กับชาวโรฮิงญา, เราจะทำอย่างไร?

ถ้าสหภาพยุโรปสามารถใช้สูตรให้สมาชิกแบ่งปันความรับผิดชอบด้วยการรับผู้อพยพไปตาม “โควต้า” ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากร, ผลผลิตมวลรวมหรือ GDP, อัตราคนว่างงานและจำนวนคดีผู้ลี้ภัยที่รอคิวอยู่ของแต่ละประเทศ, ไทยจะสามารถผลักดันให้อาเซียนทั้ง 10 ประเทศใช้แนวทางแบบเดียวกันนี้หรือไม่?

เหล่านี้ล้วนเป็นคำถามใหญ่ รัฐบาลไทยจะต้องถกให้ตกผลึกภายในเสียก่อน เพื่อให้มีนโยบายชัดเจนในการแก้ปัญหาโรฮิงญาที่ทำท่าว่าจะกลายเป็นประเด็นสากลมีความสำคัญไปทั่วโลก เพราะสหภาพยุโรปก็เผชิญกับการขอลี้ภัยจากชาวซีเรีย, ลิเบียเป็นจำนวนมาก

ประเทศในยุโรปต่างก็กำลังถกแถลงกันอย่างเข้มข้นว่าทำอย่างไรจึงจะตอบโจทย์ทั้งประเด็นการเมือง, เศรษฐกิจและสิทธิมนุษยชน

พม่าทำท่าว่าจะไม่ยอมรับรู้ปัญหาที่ชาวโรฮิงญาลอยล่องในเรือจำนวนมาก พยายามจะขึ้นฝั่งไทย, มาเลเซียและอินโดนีเซียซึ่งก็พยายามจะให้ความช่วยเหลือเพียงอาหารและน้ำ แต่ไม่ยอมให้ขึ้นฝั่งเพราะจะกลายเป็นภาระหนักหน่วงต่อไป

จุดยืนพม่าแต่ไหนแต่ไรคือไม่ยอมรับว่ามีชาวโรฮิงญาเป็นส่วนหนึ่งของพม่า ยืนยันว่าพวกเขาเป็น “บังกาลี” หรือชาวบังคลาเทศ จึงไม่ยอมให้สัญชาติ และไม่รับรู้ชะตากรรมของพวกเขา

บังคลาเทศก็ผลักไสไล่ส่งพวกเขาออกมา อ้างว่าเป็นคนของพม่าที่หลบหนีเข้าเมือง

คนในรัฐบาลพม่าบอกกับนักข่าวต่างชาติว่าแม้ไทยจะเชิญมาร่วมประชุมเรื่องนี้ แต่ก็คงไม่ไปร่วมเพราะพม่าไม่ได้เป็นต้นตอของปัญหา ประเทศไทยต่างหากที่ไม่บังคับใช้กฎหมายต่อต้านการค้ามนุษย์ ทำให้คนเหล่านี้หลบหนีเข้ามาในไทยจนกลายเป็นเรื่องราวอื้อฉาวเพราะเจอทั้งศพและหลุมฝังศพเป็นจำนวนมาก

พูดง่าย ๆ ก็คือพม่ากำลังบอกกับไทยว่าเรื่องนี้เขาไม่เกี่ยว ไทยต้องแก้ปัญหาด้วยตนเอง

คำถามก็คือถ้าพม่าไม่ยอมรับรู้ปัญหานี้ทั้ง ๆ ที่คนทั้งโลกรู้ว่าชาวโรฮิงญามาจากรัฐยะไข่ของพม่าเป็นส่วนใหญ่, อาเซียนจะมีมาตรการอะไรที่จะให้พม่าร่วมในการแก้วิกฤตนี้หรือไม่

และหากสหรัฐฯขอให้ไทยเปิดศูนย์พักพิงให้คนเหล่านี้ สหรัฐฯจะกดดันให้พม่ามาร่วมแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร?

มาเลเซียได้ออกมาวิจารณ์พม่าว่าเป็นต้นทางของปัญหาแต่ไม่ยอมสกัดกั้น เผลอ ๆ อาจจะช่วยหนุนส่งให้ชาวโรฮิงญาออกจากประเทศด้วยซ้ำ

ความยากลำบากของไทยคือถ้าไม่รับชาวโรฮิงญาก็จะถูกกล่าวหาว่าไร้มนุษยธรรม แต่ถ้ารับขึ้นฝั่งและมีที่พักพิงก็จะเท่ากับกวักมือเรียกให้ชาวโรฮิงญาอื่น ๆ แห่แหนกันมาเมืองไทย กลายเป็นภาระหนักอึ้งที่ไม่มีประเทศอื่นยอมแบ่งเบาอีกต่อไป

จุดยืนทางการที่นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชาประกาศคือรัฐบาลไทยจะไม่ตั้งศูนย์พักพิง จะมีก็แต่ศูนย์ควบคุมชั่วคราวสำหรับผู้หลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย

และในทางปฏิบัติก็ได้เริ่มใช้นโยบายนี้โดยที่เมื่อมีเรือขนชาวโรฮิงญามาใกล้ฝั่งก็จะให้น้ำให้อาหารแล้วก็ให้เดินทางต่อไปประเทศที่สาม “เพราะเขาบอกว่าต้องการจะไปมาเลเซียและอินโดนีเซีย

แต่นโยบายเช่นว่านี้เป็นเรื่องชั่วคราวเท่านั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่สหประชาชาติและองค์กรระหว่างประเทศ รวมไปถึงประเทศเศรษฐกิจร่ำรวยไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ, จีน, ญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปจะต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเพื่อหาทางออกที่ยั่งยืน

และแก้ปัญหาที่ต้นตอก่อนที่จะกลายเป็นวิกฤตที่จะมีผลสร้างความร้าวฉานระหว่างสมาชิกอาเซียนและลามไปทั่วโลกได้

เพราะท้ายที่สุดจะต้องยอมรับว่านี่คือปัญหาของภูมิภาค จึงต้องมีทางออกของภูมิภาคร่วมกัน (A regional problem needs a regional solution) มิอาจจะปล่อยให้เป็นปัญหาของชาติใดชาติหนึ่งแน่นอน

โดย สุทธิชัย หยุ่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net