วันที่ พุธ พฤษภาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

23 ปี พฤษภาประชาธรรม


จาก 17 พฤษภาคม 2535 ถึง 17 พฤษภาคม 2558 วันนี้ครบรอบ 23 ปี เหตุการณ์พฤษภาประชาธรรม หรือชาวบ้านเรียกกันว่าเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ



เนื่องในวาระครบรอบ 23 ปีของเหตุการณ์ดังกล่าว คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 มูลนิธิพฤษภาประชาธรรม กรุงเทพมหานคร และคณะผู้จัดงาน ได้กำหนดให้มีพิธีรำลึกเหมือนเช่นทุกปี แต่ในปีนี้มีพิธีบรรจุอัฐิวีรชนเดือนพฤษภา 35 ในอนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม (สวนสันติพร) ซึ่งสร้างตัวอนุสาวรีย์วีรชนพฤษภา 35 แล้วเสร็จแล้ว โดยมีผู้แทนศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม มาเป็นผู้นำการประกอบพิธี รวมทั้งมีผู้แทนจากภาครัฐและภาคส่วนต่างๆ มาร่วมพิธีทอดผ้าบังสุกุลและเป็นสักขีพยานด้วย

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ได้ออกมาประกาศขอเรียนเชิญภาครัฐทุกส่วน ฝ่ายการเมืองทุกฝ่าย ภาคประชาชนทุกสาย กลุ่มการเมืองทุกกลุ่ม ที่อาจเห็นต่างทางความคิด มาร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์ ทบทวนบทเรียนความรุนแรงในอดีตเพื่อให้อนุสติแก่สังคม ร่วมพิธีบรรจุอัฐิวีรชนพฤษภา 35 ในอนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม และร่วมกันทอดผ้าบังสุกุลสามัคคีทุกหมู่เหล่า

เพื่ออุทิศบุญกุศลให้แก่จิตวิญญาณของผู้ล่วงลับ ร่วมเสริมสร้างความเป็นมงคลอุทิศให้สังคมไทยสามารถข้ามพ้นความขัดแย้งที่รุนแรงในอดีต และนำบทเรียนในประวัติศาสตร์นั้นมาร่วมสร้างสังคมประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นการสืบสานจิตวิญญาณ "พฤษภาคมประชาธรรม" ให้คงอยู่ต่อไป

โดยคณะผู้จัดงานมุ่งหวังให้พิธีการนี้เป็นคุณูปการสำหรับสังคมไทยให้ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้สันติวิธีในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การอยู่ร่วมกันและสร้างความปรองดองของคนในชาติต่อไป

ก่อนหน้านี้มีมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 30 ธันวาคม 2546 รัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 17 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวัน "พฤษภาคมประชาธรรม" เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เดือนพฤษภาคม 2535 ซึ่งคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ได้กระทำความรุนแรงต่อประ ชาชนจนเกิดการสูญเสีย บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

และให้รัฐบาลสนับสนุนการจัดงานรำลึกวัน "พฤษภาประชาธรรม" ร่วมกับคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 มูลนิธิพฤษภาประชาธรรม และกรุงเทพมหานคร ซึ่งส่วนราชการและผู้เกี่ยวข้องได้ร่วมจัดงานในวันดังกล่าวในทุกๆ ปีมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว

การเข้าร่วมพิธีรำลึกของทุกภาคส่วนในสังคมนี้ จึงเป็นการสะท้อนเจตจำนงอันแรงกล้าของกลุ่มพลังต่างๆ ในสังคมการเมืองไทยที่ต้องการร่วมกันสดุดีและเป็นสักขีพยานในการพาวิญญาณวีรชนผู้เสียสละกลับบ้าน และร่วมกันประกาศเจตนาที่จะทำให้ความรุนแรงทางการเมืองที่ผ่านมา เป็นอดีตที่จะไม่หวนกลับมาทำร้ายลูกหลานเราอีกต่อไปในอนาคต ซึ่งความปรารถนานี้จะเป็นจริงได้ด้วยแรงกายและแรงใจของพวกเราทุกคนในปัจจุบัน

โดยตัวอนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม (สวนสันติพร) จะสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดในปีหน้า ซึ่งจะมีการจัดงานเปิดตัวและเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่


หลายคนถามว่าการจัดสร้างอนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรมมีความเป็นมาอย่างไร ผมขออนุญาตเล่าบอกดังนี้

เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2535 คณะรัฐมนตรีของรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน มีมติให้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดสร้างอนุสรณ์สถานเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และเหตุการณ์วันที่ 17-20 พฤษภาคม 2535 ต่อมาทบวงมหาวิทยาลัยจึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการฯ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2535 โดยมีรัฐมนตรีว่าการทบวงฯ เป็นประธาน และเมื่อถึงสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย คณะรัฐมนตรีก็ยังคงมีมติยืนยันการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวต่อมา

คณะกรรมการจัดสร้างอนุสรณ์สถานฯ ได้เร่งดำเนินการเจรจากับบริษัทเวทีราชดำเนินและสมาคมการค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลอีกครั้ง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ต่อมาในวันที่ 11 พฤษภาคม 2536 คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้จัดสร้างอนุสรณ์สถานของเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 กับของเหตุการณ์วันที่ 17-20 พฤษภาคม 2535 รวมไว้ในบริเวณที่จะสร้างสวนสันติพร

แต่ในระยะต่อมาโครงการสวนสันติพรก็มีอันต้องเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีโครงการที่จะต้องใช้ที่ดินดังกล่าวแก้ไขปัญหาจราจร โดยในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2539 คณะรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา ได้มีมติให้กรุงเทพมหานครดำเนินการออกแบบสวนสันติพรใหม่ ส่งผลให้การก่อสร้างอนุสรณ์สถานเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และวันที่ 17-20 พฤษภาคม 2535 ต้องยืดเยื้อออกไปอีก

วันที่ 6 พฤษภาคม 2540 คณะรัฐมนตรีสมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ มีมติให้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดสร้างอนุสรณ์สถานวีรชนประชาธิปไตย โดยคราวนี้มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และคณะกรรมการชุดนี้ได้มีมติเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2540 ให้จัดสร้างอนุสรณ์สถานฯ แยกเป็น 2 พื้นที่ คือ ให้สร้างอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาคม 2516 ณ บริเวณสี่แยกคอกวัว และให้สร้างอนุสรณ์สถาน 17-20 พฤษภาคม 2535 ณ บริเวณกรมประชาสัมพันธ์เดิม สืบเนื่องมาถึงรัฐบาลนายชวน หลีกภัย คณะรัฐมนตรีก็ยืนยันการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดสร้างอนุสรณ์สถานฯ ต่อ กระทั่งถึง พ.ศ.2541 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 25 ปีของเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 คณะกรรมการดำเนินการจัดงาน 25 ปี 14 ตุลา ร่วมกับบุคคลหลายฝ่าย สามารถเจรจาขอเช่าที่ดินบริเวณสี่แยกคอกวัวจากสำนักงานทรัพย์สินฯ ได้เป็นผลสำเร็จเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2541 โดยให้มูลนิธิ 14 ตุลาเป็นผู้เช่า

มาถึงสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดสร้างอนุสรณ์สถานวีรชนประชาธิปไตยอีกครั้ง โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2544 ตามที่ทบวงมหาวิทยาลัยเสนอ

ต่อมา วันที่ 28 กันยายน 2544 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อติดตามผู้สูญหายและช่วยเหลือผู้เสียหายจากเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 โดยมีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ

ภายหลังได้จัดทำข้อเสนอต่อรัฐบาลแล้วเสร็จ รัฐบาลจึงมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2546 เห็นชอบข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระฯ ในการจัดสร้างอนุสรณ์สถานวีรชนตามข้อเสนอ และกำหนดให้วันที่ 17 พฤษภาคมของทุกปี เป็น "วันพฤษภาคมประชาธรรม" เพื่อรำลึกถึงประวัติศาสตร์เดือนพฤษภาคม 2535

ต่อมา มูลนิธิพฤษภาประชาธรรมได้ร่วมกับคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และกรุงเทพมหานคร ได้ผลักดันให้มีการจัดสร้างอนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม (สวนสันติพร) ตามมติรัฐมนตรีและข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระฯ จนปัจจุบันตัวสัญลักษณ์อนุสาวรีย์วีรชนพฤษภา 35 แล้วเสร็จแล้ว เหลือเฉพาะส่วนของสวนสาธารณะที่จะกลายเป็นอนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม (สวนสันติพร) ที่กำลังจะทำต่อไป

23 ปีผ่านไปกว่าจะได้สัญลักษณ์ของประชาชนลงหลักปักฐานบนถนนราชดำเนิน วันนี้ญาติวีรชนและประชาชนผู้รักความเป็นธรรมจึงได้พาพวกเขากลับบ้าน.


23 ปี พฤษภาประชาธรรม พิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรฯ ยืนทอดผ้าบังสุกุลเคียงข้าง จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.

(คอลัมน์โลกและเรา - เมธา มาสขาว หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 17 พฤษภาคม 2558)

 

โดย เมธา

 

กลับไปที่ www.oknation.net