วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เส้นทางกลับสู่การเมืองปกติ:ปูด้วยคำถามที่ไร้คำตอบ


ใครที่ติดตามการแสดงความเห็นของผู้เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเมืองจากวันนี้ถึงวันเลือกตั้งก็พอจะสรุปได้ว่า “ไม่มีอะไรแน่นอน

นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชาตอบคำถามนักข่าวและนักข่าวต่างประเทศในประเด็น Roadmap ว่าเมื่อมีเรื่องประชามติเข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว ก็ต้องมาเขียนตารางเวลากันใหม่

เพราะแม้กระบวนการทำประชามติเองจะกินเวลาประมาณ 3 เดือน, แต่ก็ยังมีคำถามที่ชาวบ้านอย่างเราต้องถามเพื่อประกอบการพิจารณาว่าปฏิทินการเมืองจากนี้ไปจะต้องพิจารณาปัจจัยอะไรบ้าง

ประเด็นที่ต้องรอความกระจ่างก็หนีไม่พ้น

๑. สภาปฏิรูปแห่งชาติจะผ่านร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่?

๒. ถ้าผ่านจะเกิดอะไรขึ้น? ถ้าไม่ผ่านก็เดินหน้าต่อไปอย่างไร?

๓. ถ้าไม่ผ่าน, จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างใหม่, และสภาปฏิรูปแห่งชาติใหม่หมดและเริ่มร่างกันใหม่ หากเป็นเช่นนั้นจะต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่?

๔. ถ้าผ่าน, จะทำประชามติหรือไม่? แม้ว่าจะมีความเชื่อจากข่าวที่ออกมาในระยะหลังว่าทั้ง สปช. และคณะกรรมาธิการยกร่างฯต่างก็เห็นพ้องว่าจะต้องทำประชามติ, แต่การประชุมร่วมของ ครม. และ คสช. ก็เพียงแต่ตกลงกันว่าจะเปิดทางให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อให้มีการทำประชามติเท่านั้น แต่นั่นไม่ได้เป็นข้อผูกมัดว่ารัฐบาลและ คสช. จะต้องทำประชามติอย่างแน่นอนเพราะนายกฯยังยืนยันว่า “แล้วแต่สถานการณ์

๕. แม้ว่าในท้ายที่สุดรัฐบาลและ คสช. จะตัดสินใจทำประชามติ, ก็จะต้องลงรายละเอียดแก้ไขเพิ่มเติมในรัฐธรรมนูญชั่วคราวว่าจะต้องดำเนินตามขั้นตอนอย่างไร อีกทั้งยังต้องมาตกลงกันว่าจะตั้งคำถามประชาชนอย่างไรจึงจะถือได้ว่าเป็นการถามความเห็นของประชาชนอย่างถูกต้องเป็นธรรมและรอบด้าน

๖. คำถามต่อมาเมื่อตกลงกันได้แล้วว่าจะทำประชามติหรือไม่และจะทำอย่างไรก็คือว่าหากเสียงส่วนใหญ่ในการกาบัตรในการทำประชามติให้ผ่านจะต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่จึงจะจัดให้มีการเลือกตั้งได้

๗. คำถามใหญ่กว่านั้นก็คือว่าหากร่างรัฐธรรมนูญฯไม่ผ่านประชามติ, จะทำอย่างไรต่อไป? ร่างใหม่เลย หรือจะตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างฯขึ้นใหม่เพื่อทำหน้าที่เดิม หรือจะหยิบเอารัฐธรรมนูญเก่าฉบับใดฉบับหนึ่งมาแก้ไขปรับปรุงเพื่อประกาศใช้?

๘. จากนั้นก็ต้องถามว่าแต่ละขั้นตอนจะกินเวลาเท่าไหร่และจะประเมินได้อย่างไรว่าแต่ละสถานการณ์จะนำไปสู่การเลือกตั้งได้เมื่อใด?

๙. ถึงวันนี้ก็ยังต้องตอบว่าไม่มีใครรู้ แม้แต่นายกฯประยุทธ์เองก็บอกไม่ได้ เพราะแต่ละขั้นตอนมีความเป็นไปได้มากกว่าหนึ่ง และหากออกมาทางใดทางหนึ่ง กำหนดเวลาก็จะต่างไปจากอีกทางหนึ่งอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง

๑๐. อีกทั้งต้องไม่ลืมว่าแม้ว่าในท้ายที่สุดร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านขั้นตอนทั้งหมดแล้ว ก็ยังมีคำถามต่อมาว่าเป้าหมายของการ “ปฏิรูป” ประเทศและการสร้างความ “ปรองดองแห่งชาติ” ที่เป็นเป้าหมายหลักของการรัฐประหารครั้งนี้บรรลุได้สักกี่เปอร์เซ็นต์

๑๑. และหากเป้าหมายหลักของการปฏิรูปบ้านเมืองยังไม่เป็นไปตามที่ประชาชนส่วนใหญ่เรียกร้องต้องการ รัฐบาลที่จะมาจากการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะสามารถตอบสนองความประสงค์อันแรงกล้าที่มีความสำคัญต่อการสร้างประชาธิปไตยและความผาสุกของประชาชนได้จริงหรือ?

โดย สุทธิชัย หยุ่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net