วันที่ พฤหัสบดี มิถุนายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บันทึกการเดินทาง ปี 2015 เกาะบาหลี 8 วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์


 

น้ำไม่เคยเหือดแห้ง กว่า 1000 ปี ได้ไง??

                  วันที่ 7 มีนาคม 2558 เวลา 18.00 น. พอดี หลังจากเราชิมกาแฟขี้ชะมดจนหนำใจ เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที ก็มาถึงวัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่เมือง ปักสิริง

 

 

สิ่งที่เราพบด้านหน้า

เยาวชนเขา..เข้าวัด เป็นกิจวัตร

น้ำใส..เห็นถึง น้ำผุด


                 ปูรา ตีตาร์ เอิมปุล เป็นวัดที่มีสระน้ำกลางวัด โดยสระดังกล่าวจะมีน้ำผุดขึ้นตลอดเวลา ทั้งนี้บาหลีเป็นเกาะ และสระน้ำพุศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ยังไม่เคยเหือดแห้งมากว่า 1,000 ปีแล้ว ชาวบาหลีจึงเชื่อว่า น้ำที่ผุดมานั้น เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ และเป็นต้นน้ำของแม่น้ำปรากรีซัน

 

 

ก่อนจะถึงประตู ก็ มีเทพ


                  ชาวบาหลีเคารพบูชาวัดนี้ ด้วยเชื่อว่ากำเนิดมาจากพระอินทร์ เทพฮินดู ซึ่งได้สร้างหลุมบนโลกให้เป็นบ่อตีร์ตา น้ำอันเป็นยาอายุวัฒนะ หรือ น้ำอมฤต ที่ซึ่งพระองค์ทรงใช้น้ำนี้ชุบชีวิตทหารของทวยเทพที่ถูก มายาดานาวา ราชาอสูรวางยาพิษ

อ้วนถ้วนสมบูรณ์

สมัยก่อน ชาวบาหลี จะเปลือยกายอาบกันตรงนี้เลย


                  สำหรับสระที่อาบน้ำศักดิ์สิทธิ์ด้านหน้าของวัดแห่งนี้ จะเป็นท่อเรียงยาวเหมือนก๊อกอาบน้ำจำนวนหลายก๊อก สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 10 ชาวบาหลีเชื่อว่า น้ำที่ไหลผ่านท่อมากมายเหล่านี้ สามารถรักษาโรค ภัยไข้เจ็บได้สารพัด ผู้คนจึงหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ เพื่อมาสักการะเทพประจำสระ และอาบชำระตน

 

 

ธรรมชาติรอบด้านจะมีต้นไม้ใหญ่จำนวนมาก

 เขาเชื่อว่าเพราะต้นไม้ทุกต้นมีเทพสิงสถิตอยู่


                   และในค่ำคืนวันที่พระจันทร์เต็มดวงของเดือนตุลาคมของทุกปี ชาวบ้านจากหมู่บ้านมานูกายา จะนำหินศักดิ์สิทธิ์จากวัด ปูรา ซากนัน มาทำความสะอาดที่นี่ เป็นพิธีเก่าแก่ ที่สืบทอดมาแต่โบราณ น่าสนใจมาก
                   ช่วงทศวรรษที่ 1900 ได้มีนักโบราณคดีชาวดัตช์ ได้ศึกษาค้นคว้า จนสามารถถอดรหัสความในจารึกโบราณเกี่ยวกับหินศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าว ซึ่ง จากรึกดังกล่าวมีใจความ ว่า “หินนี้จำต้องมีการชำระล้างให้บริสุทธิ์ ณ บ่อน้ำที ปูรา ตีร์ตา เอิมบุล ใน พิธีโอดาลัน” และในความเป็นจริง ชาวบ้านก็ได้ปฏิบัติพิธีกรรม ดังปรากฏในจารึกมากว่าพันปี แม้ไม่เคยทราบความหมายในจารึกโบราณ

ป้อม จุดบริการ เช่าผ้าโสร่งและผ้าถุง

เนียนเลย


                    ทั้งนี้การจะเข้าไปชมปูรา ตีตาร์ เอิมปุล นักท่องเที่ยวทุกคน จะต้องแต่งกายให้สุภาพ เพื่อให้เกียรติสถานที่และทวยเทพ โดย ผู้ดูแล ที่อยู่หน้าวัด จะมีผ้าโสร่ง ผ้าถุง ผ้าคาดเอวไว้บริการ โดยไม่มีข้อยกเว้น แม้ใครจะรู้สึกยุ่งยาก หรืองมงาย แต่ผู้เขียนคิดว่า หากใครสนใจที่จะแลกเปลี่ยนมุมมอง ทัศนคติ ค่านิยมวิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมระหว่างกันของผู้คน ที่มีความแตกต่างในหลักความเชื่อ และศรัทธา การให้ความเคารพ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ในมิตรภาพอันดีระหว่างกัน

ภายในวัดสงบ..


                    คณะเราแม้จะมาในเวลาที่เย็นและจำกัด แต่ก็ได้เห็นวิถีแห่งศรัทธาของชาวบาหลี ชายหนุ่มมาถวายดอกไม้ ธูปเทียน ครอบครัวหนุ่มสาววัยรุ่นที่มาสักการะทวยเทพ แม้กระทั่งเด็กเล็กปฐมวัยที่คุกเข่า กราบ อธิฐานพร้อมแม่ๆและพี่น้อง เป็นกิจวัตร เป็นเรื่องปกติ ที่หาดูได้ยากในสังคมปัจจุบัน

 

ความเชื่อ และความศรัทธา  ทำให้เราต่างจาก..สิ่งมีชีวิตธรรมดาๆทั่วไป

 

                    จึงไม่แปลกที่ ที่แห่งนี้ แม้เวลาถึงเวลามืดค่ำ ก็ยังมีนักท่องเที่ยว ทั้งฝรั่ง เกาหลี ญี่ปุ่น จีน และไทย เดินกันให้ควัก ทำให้ชาวบ้านมีอาชีพเป็นแม้ค้าพ่อค้าขายฝากของที่ระลึกราคาถูก สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ โดยไม่ต้องทิ้งไร่ทิ้งนา อพยพไปหางานทำเมืองใหญ่ๆ เป็นคนไร้ราก ต้นตอปัญหาลูกโซ่เหมือนที่อื่นๆนั่นเอง...ศณีรา รายงาน

 

ฝรั่ง ซ่าส์แค่ไหน ก็ต้องใส่ผ้าถุง

เหมือน..ผ่อนคลายทั้งกายและใจ

นึกถึงอดีตกาล..คงคึกคักกว่านี้

มีเทพก็มีมาร ชาวบาหลีเขาจะบูชาทั้งคู่

เพื่อมารจะได้ไม่รังควาน

วัยรุ่น..ก็แนวนี้

ประตูทรงภูเขาไฟ..มีทุกวัด

ศณีรา รายงาน

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net