วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ข้ามแดนด่านเจดีย์สามองค์ เที่ยวพม่า @ อำเภอพญาตองซู


#ความเดิมตอนที่แล้ว# หลังตักบาตรที่สะพานมอญ เรากลับที่พักเพื่อกินอาหารเช้า เก็บสัมภาระ เพื่อไปด่านเจดีย์สามองค์ ระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร เปิดกระจกรับลมเย็น สูดความสดชื่นให้เต็มปอด ถ้าเป็นตอนนี้คงร้อนโฮก เจอด่านตรวจเป็นระยะ เพราะใกล้ชายแดน  แต่เดิมเรียกหินสามกอง เป็นที่สักการะของคนไทยสมัยโบราณที่จะเดินทางข้ามแดนไปในเขตพม่า

ในปัจจุบันภาพที่เห็นเป็นเจดีย์สีขาวองค์เล็กสามองค์ เกิดจากการที่พระศรีสุวรรณคีรีและชาวบ้านร่วมกันสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2472

วันนี้เราจะข้ามไปเที่ยวอำเภอพญาตองซู ในพม่ากันค่ะ  เตรียมบัตรประชาชนเพื่อทำหนังสือขอผ่านแดน เขาจะเก็บบัตรเราไว้  ให้มาแลกคืนตอนขากลับออกมา  หากท่านต้องการขับรถข้ามไปเที่ยวเอง เตรียมสำเนาทะเบียนรถยนต์ด้วยนะคะ ค่าธรรมเนียมคันละ 50 บาท ด่านเปิด 6.00-18.00 น. นายด่านย้ำว่า ออกมาก่อนหกโมงเย็นนะครับ...  รับทราบคร๊าาา

 

ตรงบริเวณด่านและลานจอดรถ จะมีโต๊ะมาตั้งเรียงกันในเต็นท์ผ้าใบ เสนอแพจเกจทัวร์ให้นักท่องเที่ยว

เลือกเอาตามใจชอบเลยค่ะ สถานที่ ๆ ต้องการจะไปกับเวลาที่อำนวย

ส่วนเราเลือกที่จะขับรถเข้าไปเองค่ะ ด้วยการจ้างไกด์ ในราคา 300 บาท

 
 
ไกด์พม่าพูดไทยได้ เพราะเคยเข้ามาทำงานเป็นลูกจ้างในกรุงเทพ ฯ ค่าแรงวันละ 300 บาท หักค่าอยู่ ค่ากิน แล้วก็บอกว่าไม่พอเก็บ กลับมาอยู่บ้านแล้วข้ามฝั่งมาเป็นไกด์ ได้วันละ สองสามร้อย ก็อยู่ได้ ที่นี่รายจ่ายไม่สูง ตกเย็นกลับบ้านกินข้าว ประหยัดได้อีก
 
 
 
ถนนยังเป็นดินลูกรังสีแดง เรียบบ้าง ขรุขระบ้าง เป็นระยะ
 
ไกด์พม่า เจอไทยขับ ร้องเสียงหลงตลอด ขวา ขวา บอกให้ ขวา ฮ่า ๆ (ทีตอนนั้นขำไม่ออก)
 
เตือนแบบบ่นกระปอดกระแปด ถนนฝั่งพม่า พี่อย่าลืมซิ
 
+ ไม่ได้ลืม คือมันชิน วุ๊ย +
 
 
วัดเสาร้อยต้น
 
อยู่ห่างจากชายแดน ขับรถเข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร สร้างโดยหลวงพ่ออุตตมะ ศาลาหลังใหญ่ของวัดมีทั้งหมด 3 ชั้น
 
จุดเด่นคือเสาที่ใช้ก่อสร้าง ทำจากไม้แดงจำนวนนับร้อยต้น บ้างก็ว่า 105 ต้น บ้างก็ว่า 150 ต้น
 
สรุปว่าเท่าไหร่ ถามไกด์บอกไม่รู้ อ้าว ไกด์ผี ซีดี เถือน ป่ะเนี่ย แล้วพี่ก็ไม่มีเวลาเดินนับนะครับน้อง

กัดแบบเบา  ๆ เขาก็ยิ้ม ๆ

ตอนนี้เราก็เริ่มรู้ต้วแล้วว่าอย่าถามหาประวัติแบบลงรายละเอียดมาก พี่ท่านคล้ายสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนนำทาง

 

 

บริเวณ ชั้น 1 เดินจนสุดปลายทาง จะเป็นที่ประดิษฐานของ พระพุทธรูป
 

 
 
 
 

 
 
บริเวณชั้น 2 ก็ยังมีพระพุทธรูปศิลปะพม่า ให้สักการะ
 
 เจ้าอาวาสพักที่ชั้นนี้นะคะ ด้านหลังองค์พระ
 
 
ด้านนอกวัดจะพบรูปปั้นพระพุทธเจ้าถือบาตรประทับยืนบนดอกบัว และด้านหลังมีพระอรหันต์ในมือถือบาตรเช่นเดียวกัน
 
เรียงเป็นแนวยาว มีฉากหลังเป็นภูเขา
 
และเหมือนเดิม บ้างก็ว่ามี 120 รูป บ้างก็ว่า มี 128 รูป โดยทางวัดมีความตั้งใจจะสร้างให้ครบ 500 รูป
 
ไกด์มั่วได้อีก บอกมี 500 รูป เราแย้งว่าถึงเหรอ ร้อยกว่านะเชื่อ ห้าร้อยไม่เชื่อ ดูแล้วไม่น่าถึง
 
เคยนับไหม ว่ามีเท่าไหร่ ?  สั่นหัวพร้อมพูดว่าไม่เคยนับเลย...
 
+ อ้าว + อีกครั้ง

 
 
 
 
 
 
 
 
วัดเจดีย์ทอง
 
เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม รูปทรงคล้ายเจดีย์ชเวดากอง เลือกเอาค่ะ ระหว่างเดินขึ้นบันได 225 ขั้น กับขับรถขึ้นไปจนถึงพระเจดีย์ แต่ทางขึ้นค่อนข้างชัน ต้องขับด้วยความระมัดระวัง เป็นอย่างมาก ด้านข้างเจดีย์จะมีแม่ค้าขายดอกไม้ ธูปเทียนให้สักการะบูชา พระเจดีย์ และพระประจำวันเกิด ในราคาชุดละ 20 บาท
 
 
 
 
 
จุดชมวิวที่สามารถมองเห็นได้ทั้งอำเภอพญาตองซูและฝั่งไทย
 

 

วัดตองไว หรือวัดป่าภูผากำแพง ศรีสยาม

 
พระประธานใหญ่


แหงนหน้ามองเจดีย์บนยอดเขาแล้วกังวล เนื่องจากต้องขึ้นบันไดไปร้อยกว่าขั้น ไกด์พม่าก็เชียร์อัพน่าดู ไม่ขึ้นไปเสียดายแย่ วิวข้างบนสวยมาก กลั้นใจ หน่อยเดียว ขึ้นไปเถอะพี่ ไหน ๆ ก็มาแล้ว ไม่ใช่เรื่องกลัวเหนื่อย แต่เป็นเรื่องกลัวความสูงต่างหาก จับราวบันไดเดินขึ้นไปโดยไม่มองกลับลงมา ไม่งั้นคงตัดสินใจไม่ไปต่อ ไม่กล้าหยุดพัก เพราะกลัวถอดใจ เอาเว้ยเฮ้ย เหนื่อยแทบขาดใจ หายใจแทบไม่ทัน ขึ้นไปนั่งหอบ แฮ่ก ๆ ร่างกายเหมือนจะขาดรัก ไม่ใช่ ขาดน้ำ กระหายอย่างมาก คนไทยมีน้ำใจเสมอ เจออีกชุดหนึ่งเดินตามขึ้นมา เห็นสีหน้าและแววตา เว้าวอนสุด ๆ ของเราแล้ว เลยแบ่งน้ำที่ยังไม่เปิดดื่มให้ 1 ขวด กราบงาม ๆ ที่ตักคุณพี่นะคร๊าาาา...
 
 
  
คราวนี้ไกด์ไหวตัวทัน เดินนับขั้นบันไดไปด้วย แล้วประกาศอย่างภาคภูมิใจว่า 150 ขั้น
 
 
 
 
 

 

 
เดินไปข้างเจดีย์ มองลงมา สัมผัสสายลมเย็น ๆ  ครู่เดียวก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

 
 
 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

ตลาดพญาตองซู

ในตลาดร้านขายทอง วางทองไว้ในตู้โชว์กระจกใส โดยไม่มีใครกล้าขโมย ห่างกันไม่กี่กิโล ตัดภาพมาที่พี่ไทย ต้องมีตำรวจนั่งเฝ้า

หน้าตลาดเห็นมีร้านขายหมากสำเร็จรูป เดินเข้าไปในตลาดก็จะเห็น หมากแห้ง หมากสด ใบพลู วางขาย เป็นที่นิยมของคนพม่า

ปัจจุบันมีคนไทยเข้าไปตั้งโรงงานผลิตน้ำดื่มในเมืองพญาตองซู ใช้ชื่อว่า NGWE CHINTHE ตราสิงห์ทอง

 
 
 
 



 


 



 


 
 
 
น้ำมันเพื่อรักษาโรคอะไรไม่รู้ รู้แต่ว่าเป็นหัวของเลียงผา ฟังได้แค่นี้ก็ถอยออกมา
 
สุดจะหาคำบรรยายกับภาพที่เห็น
 
 

 
พระนอนตาหวาน
 
สงบ เงียบมาก ตอนไปไม่มีใครเลย มีแต่พวกเรา ยืนมองหน้าพระพุทธรูป ให้ความรู้สึกถึงความมีเมตตา
 
มีกล่องรับบริจาคตั้งไว้ แล้วแต่จิตศรัทธาจะทำบุญ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
กลับมาฝั่งไทย แวะเอาบัตรประชาชน ถามจากนายด่านว่าบริเวณนี้ มีร้านอาหารอะไรพอจะแนะนำได้บ้าง
 
ร้านอาหารบ่อพลอย
 
 
เปรี้ยวสะใจ ต้องเอาไปสรงน้ำ ซะก่อนรอบนึง
 
 
เพื่อนสั่ง ถามก่อนแล้วนะว่า เป็นรายการอื่นดีไหม
 
มาแบบแข็งและเหนียว ใครสั่งคนนั้นรับผิดชอบไป
 
 
 
 
ต้มยำหม้อนี้ เห็นสีสันแล้ว ก็คงพอเดาออกว่า จัดจ้านจริง ๆ เผ็ดเหลือหลาย
 

 
 
แขกนั่งขายของ เรียกว่าอะไร ไม่ทราบค่ะอยู่ตรงลานจอดรถ
 
ชิมได้ ไม่ซื้อ ไม่เป็นไร เราก็อยากชิมนะแต่เกรงใจ เพราะไม่ซื้อแน่นอน ช่วงนี้งด ของมัน ของทอด
 

 
ป้อมปี่ (POM PEE)
 
อุทยานแห่งชาติเขาแหลม
 
 จุดชมวิวดูพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม แห่งหนึ่งของภาคตะวันตก
 
ป้อมปี่เพี้ยนมาจากภาษากระเหรี่ยงคำว่า "เปอปี่" หมายถึงต้นอ้อ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ค่ำแล้ว หิวด้วย ช่วยกันมองหาร้านอาหารข้างทาง ซึ่งไม่ค่อยจะมี เห็นป้ายห้างหนึ่ง ก็เลี้ยวขวับเข้าไปทันที
 
สองทุ่มกว่าแล้ว ยังลัลล้า อยู่ตรงนี้เลย กองทัพเดินด้วยท้อง อิ่มก่อนค่อยว่ากันต่อ
 
...รอดตายไปอีกมื้อหนึ่ง...

 

:- แล้วพบกันใหม่นะคะ สวัสดีค่ะ -:

โดย see-you

 

กลับไปที่ www.oknation.net