วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

6 เดือนก่อนหลวงพ่อคูณมรณภาพ: กับการอธิฐานจิตที่กลายเป็นจริงของดิฉันค่ะ


 

 

 

6 เดือนก่อนหลวงพ่อคูณมรณภาพ: ว่าด้วยเรื่องการอธิฐานจิตที่กลายเป็นจริง

---------------------

--------------

ในชีวิตดิฉัน ได้ไปกราบหลวงพ่อคูณ 2 ครั้งด้วยกันค่ะ

ถือเป็นเกียรติสูงสุดครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้เดินผ่านห้องต่างๆ ไปถึงชั้นในสุดคือห้องปลอดเชื้อที่พักหลวงพ่อ

ซึ่งว่ากันว่า ถ้าไม่ใช่ VIP หรือลูกศิษย์ที่ท่านโปรดจริงๆ ก็ยากที่จะเข้าถึงห้องปลอดเชื้อ

เต็มที่ก็เข้าได้แค่ห้องกระจกที่ท่านลงมาต้อนรับญาติโยม

ซึ่งดิฉัน ก็ไม่ใช่ทั้ง VIP แถมไม่ใช่ลูกศิษย์ท่านอีก

และในคราวแรกที่ไป ก็ไม่ได้รู้จักใครในวัดเลย

ดิฉันจึงคิดอยู่เสมอว่า นี่คงเป็นแรงจิตอธิษฐานของเราจริงๆ ทำให้หลวงพ่อคูณเมตตา บันดาลโอกาสให้

ดังนั้น อย่าให้เสียทีที่ได้ไปพบท่าน จึงอยากจะมาเล่าประสบการณ์สักนิดหน่อยนะคะ

----------

----------

ก่อนอื่น ขอเกริ่นนิดนึงว่า ดิฉันเองไม่ทราบด้วยเหตุผลใด

คือมักจะได้เข้าไปกราบพระผู้ใหญ่ช่วงระยะ 1ปี-6เดือน ก่อนท่านมรณภาพเสมอ

จะเป็นที่ดิฉันอธิษฐานจิตไว้หรืออย่างไรไม่ทราบได้ ว่าขอให้ได้พบพระสงฆ์ที่มีคุณต่อชีวิตของดิฉัน

ก็เลยมักจะมีอะไรดลใจให้ต้องได้ไปพบพระสงฆ์หลายครั้งด้วยกัน ในช่วงเวลานั้นเวลานี้

เช่น เมื่อครั้งหลวงตามหาบัว ดิฉันมีความร้อนรนใจมากว่าจะต้องไปกราบท่านให้ได้

ทั้งที่ตอนนั้นท่านก็แข็งแรงดี แต่พอผ่านไปไม่นาน ท่านก็เริ่มมีข่าวอาพาธและมรณภาพจากไป

ดิฉันเองก็ระลึกถึงท่านอยู่เสมอจนถึงวันนี้ค่ะ

 

สำหรับหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ

ครั้งแรกที่ดิฉันเหยียบย่างไปวัดบ้านไร่ สิ่งที่อธิษฐานก็คือ ขอให้ดิฉันได้สิ่งพิเศษจากที่นี่ (ไม่ได้เจาะจง)

และก็ไม่ได้คิดว่า จะได้อะไรจริงๆ เพราะจากครั้งแรกเราประมาณต้นปีที่แล้วได้

เราก็ได้ไปนั่งชมท่านทำกายภาพบำบัดเบาๆ คือนั่งชมอยู่ภายนอกห้องกระจกเหมือนคนอื่นๆ ทั่วไป

จะด้วยคำอธิฐานของดิฉันหรือบุญกุศลเดิมชักนำก็ไม่รู้ได้ เลยมีเหตุได้เข้าพบหลวงพ่อใกล้ๆ

ซึ่งขบคิดเท่าไร ก็เป็นความฟลุ๊คอย่างไม่น่าเป็นไปได้จริงๆ และถือเป็นสิ่งพิเศษที่ดิฉันได้รับ

สมความปรารถนา

คือแทบเหมือนเจาะจงให้เราจะได้เข้าไปเลยทำนองนั้นเลยค่ะ

แต่จากรูปนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 คือ 6 เดือนก่อน

โดยครั้งนี้ได้พบและกราบเท้าหลวงพ่ออย่างใกล้ชิด ได้ชมท่านทำกายภาพบำบัดนิดหน่อย

และตอนไปอยู่ใกล้ๆ เรียกว่าทำเอาขนลุกทีเดียว...(>_<)

จริงๆ นะคะ...

ถึงแม้บางท่านจะลงความเห็นว่า หลวงพ่ออยู่ได้ด้วยยาและไม่ค่อยรับรู้อะไรแล้ว

แต่จากที่ดิฉันรู้สึกคือตรงกันข้ามกันเลย

เพราะการที่ท่านหลับตาตลอด ท่านอาจไม่ได้หลับอย่างที่หลายคนเข้าใจ

ดิฉันคิดว่า ท่านอยู่ในองค์ภาวนาของท่านมากกว่าที่ปรารถนาจะรับรู้โลกภายนอก

คือสังเกตจากอาการต่างๆ ของท่าน และที่เคยพบพระสายกรรมฐานท่านมักจะอยู่ลักษณะนี้

ยิ่งเมื่อดิฉันอธิษฐานจิตถึงท่าน คือชัดเลยค่ะ เหมือนท่านจะรับรู้ได้ทันที น่าอัศจรรย์จริงๆ 

แต่เล่าไปใครจะเชื่อ เราเองก็ยังอธิบายไม่ได้ มันเลยยิ่งยากที่จะเล่าเข้าไปใหญ่

ตัวท่านเองก็มักถ่อมตัวว่าเป็นพระธรรมดามาตลอด แต่ดิฉันเองก็ไม่อาจเชื่ออย่างนั้นได้เลย

เพราะสำหรับดิฉัน หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เป็นพระสงฆ์ที่เพียบพร้อมที่สุดรูปหนึ่งในโลกนี้ก็ว่าได้

เห็นได้จากบารมีของท่านจนวาระสุดท้าย ตลอดจนปฏิปทาของการเป็นพระนักพัฒนา

สร้างสาธารณูปโภคมากมาย มีแต่คำว่า "สำเร็จ" อย่างเดียว

ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยว่า พระธรรมดา จะทำได้ง่ายๆ

ดิฉันเองก็ขออนุโมทนาต่อบุญบารมีที่ท่านสร้างมาด้วย

และขอให้ดิฉันเป็นผู้ทำสิ่งใดๆ "สำเร็จ" ตามรอยหลวงพ่อด้วย

 

และอีกประการที่ดิฉันเชื่อมั่นเรื่องอภิญญาของพระสงค์มาก แบบปักใจเชื่อไม่ลังเลสงสัยใดๆ อีก

เพราะจากที่เคยประสบกับตัวมากับหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน สิงห์บุรี

ครูบาอาจารย์สำคัญรองจากองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในชีวิตของดิฉันเอง

จึงมั่นใจถึงที่สุดแล้วว่า อำนาจพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ไม่เป็นรองใครในโลกนี้

ดิฉันนี่น้ำตาร่วงพรั่งพรูมาแล้ว เพราะหลวงพ่อจรัญรู้วาระจิตเข้าให้

ท่านเป็นอย่างที่เข้าร่ำลือกันจริงๆ อันนี้คือความเชื่อของดิฉันนะคะ ใครจะว่าไงดิฉันไม่สนใจล่ะ

แต่ที่แน่ๆ การอธิษฐานจิตถึงพระที่มีอภิญญา ถ้าเราทำด้วยความตั้งใจจริง ท่านรับรู้แน่นอนค่ะ

แม้ว่าเราจะไม่ใช่บุคคลพิเศษ ก็กลายเป็นคนพิเศษขึ้นมาได้

 

 

บางท่านอาจจะว่าดิฉันคิดไปเองหรือเปล่า bla bla ซึ่งก็มันน่าคิดอยู่ แต่สุดท้ายก็สุดแท้แต่ใครๆ จะคิดกันไป

เพียงแค่อยากมาแชร์ประสบการณ์และบันทึกไว้เป็นไดอารีในบล็อกนี้เท่านั้นค่ะ

เรื่องราวการที่ได้พบหลวงพ่อเมื่อสัก 6 เดือนที่แล้วถือเป็นมงคลในชีวิตดิฉันและครอบครัวมากๆ

 

และถึงอย่างไร หลวงพ่อก็จากไปแล้ว ดิฉันก็ขอกราบไว้อาลัยท่านผ่านไดอารีหน้านี้ด้วย

เชื่อว่าท่านเข้าสู่ดินแดนที่ห่างไกลความทุกข์แล้วแน่นอน บุญกุศลอันใดของดิฉันที่สำเร็จดีแล้ว

ก็ขอให้สำเร็จแด่หลวงพ่อคูณด้วย ถือเป็นเครื่องสักการะบูชาแด่ท่านที่จากไป

ส่วนดิฉันยังอยู่ตรงนี้ สิ่งที่เป็นเครื่องระลึกถึงหลวงพ่อสำหรับดิฉันไม่ใช่เครื่องราวของขลังใดๆ เลยค่ะ

ถึงจะมีพระของหลวงพ่อคูณบูชาอยู่ ก็ไม่ได้พกติดตัวค่ะ เพราะยึดถือคำสอนของท่านมากกว่า

โดยเฉพาะ...."เกิดมาสร้างบารมี"

   

อาจจะมาเล่าช้าด้วยเวลาน้อย

ก็ยังดีกว่าขาดบันทึกหน้านี้ไปนะคะ

 

 

/////// ////// เอิ่ม...อีกนิด ข่าวลือเรื่องลูกศิษย์ที่ว่าหยิกแขนหลวงพ่อ

ถ้าเป็นพี่คนนี้ที่ดิฉันรู้จัก พี่เค้าเป็นคนใจดีมากคนนึงเลยนะคะ แถมรักและเคารพหลวงพ่อมากๆ

ไม่น่าจะจริงตามข่าวได้ค่ะ

 

///  บายบายค่ะ // ไม่ค่อยได้เล่นเน็ตเลย ช่วงนี้ in love กับการฝึกสติปัฏฐาน4 ตามแนวหลวงพ่อจรัญมากๆ ค่ะ...

โดย narakna_um

 

กลับไปที่ www.oknation.net