วันที่ พุธ มิถุนายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปฏิรูปอย่างไรให้พ้นจากวงจร เลือกตั้ง-รัฐประหารซ้ำซาก


ใครที่เสนอให้ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” ต้องตอบให้ได้ว่าจะปฏิรูปอย่างไรการเลือกตั้งของไทยจึงจะไม่กลายเป็นธุรกิจซื้อขายเสียง และไม่ให้ “นักเลือกตั้ง” ผูกขาดอำนาจทางการเมือง?

เพราะเพียงแค่เสนอว่าต้อง “ปฏิรูป” ก่อนแล้วจึงจะ “เลือกตั้ง” โดยใช้เวลา 2 ปีนั้นไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันว่าการเลือกตั้งจะบริสุทธิ์ใสสะอาดและประชาชนจะได้คนมีคุณภาพเข้ามาทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติอย่างแท้จริงได้

วงจรอุบาทว์การเมืองของไทยไม่อาจจะยุติได้หากคำว่า “ปฏิรูป” หมายถึงเพียงการแก้ไขกฎหมายและตั้งองค์กรใหม่มาแทนของเก่าโดยไม่ได้ยกเครื่องสังคมไทยอย่างแท้จริง

เพราะวงจรแห่งความชั่วร้ายของการเมืองไทยคือการสลับกันเล่นบทระหว่างนักเลือกตั้งกับทหารเท่านั้น

เลือกตั้งเสร็จ มีการโกงกิน แบ่งผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม ครอบงำสังคม ประชานิยม เล่นพรรคเล่นพวก คอร์รัปชั่นมโหฬาร จัดสรรอำนาจกันไม่ลงตัว ทหารก็ก่อรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ ตั้งนักวิชาการมาร่างรัฐธรรมนูญ เลือกตั้งใหม่ กลุ่มนักเลือกตั้งที่รอจังหวะก็กลับเข้ามาเล่นเกมการเมืองอีกรอบ วนเวียนกันอยู่อย่างนี้ ประเทศไทยจึงเข้าขั้นเป็น “คนป่วย” ที่อาการหนักมากขึ้นทุกที

ไม่ว่าจะยืนอยู่ข้างไหน, คนไทยที่ห่วงใยบ้านเมืองก็เริ่มจะเห็นพ้องต้องกันว่าเรากำลังจะกลายเป็นสังคมที่มีอาการเจ็บป่วยหนักหน่วงขึ้นทุกที

ตั้งแต่ “ติดกับดักรายได้ปานกลาง” (Middle-income trap) ไปถึงคุณภาพการศึกษาที่ย่ำแย่ เลยไปถึงการขาดความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศ และความไร้เสถียรภาพทางการเมืองที่มาจากการเกมการเลือกตั้งสลับกับการยึดอำนาจโดยทหารที่ยังมองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายถ้ำ

หากไม่ปฏิรูปอย่างจริงจังและรอบด้าน, สิ่งที่เราเรียกว่า “ระบอบประชาธิปไตย” ของไทยก็จะเป็นเพียงเรื่องของเปลือกที่ไม่มีแก่นสารของการปกครองภายใต้หลักการ “โดยประชาชน, ของประชาชน, เพื่อประชาชน” อย่างแท้จริง

เพราะกลุ่มการเมืองเชื่อว่าเขา “ซื้อ” ประชาชนได้และเมื่อ “คุมเสียงในคูหาเลือกตั้ง” ได้แล้ว, เขาจะทำอะไรก็อ้างคำว่า “อาณัติ” ของประชาชนได้

ดังนั้น การที่เราพยายามจะเอาระบบเลือกตั้งแบบฝรั่งเศส, เยอรมัน, อังกฤษ, สหรัฐฯมาใช้ก็เป็นเพียง “รูปแบบ” หรือ “ฟอร์ม” เท่านั้น แต่ไม่ได้เอาเนื้อหาและสาระกับปรัชญาของการเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยเลย

จึงจะโทษใครเขาไม่ได้ หากระบบ parliamentary democracy ของอังกฤษที่เราไปลอกเลียนมาใช้ไม่อาจจะสะท้อนถึงความต้องการของประชาชนที่แท้จริง

หรือเอาระบบเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาแบบอเมริกันมาเป็นแม่แบบของไทย แต่กลับกลายเป็น “สภาผัวเมีย” ที่เน่าเหม็นเละเทะ สร้างความผิดหวังให้กับประชาชนคนไทยไปทั่ว

จึงอย่าได้หวังว่าการจะเอาระบบ open list ของเยอรมันหรือฝรั่งเศสหรือฝรั่งมังค่าที่ไหนมาใส่ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว เราจะสามารถบรรลุเป้าหมายของการสร้างระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย

คำถามวันนี้จึงอยู่ที่ว่าถ้าจะ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” จะต้องปฏิรูปอะไร, อย่างไร, เพื่อใคร, และจะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมได้อย่างไร

งานปฏิรูปเป็นงานใหญ่ จะเกิดขึ้นได้ต้องเป็นการร่วมมือของประชาชนทุกภาคส่วน และต้องมาจากข้างล่าง มิใช่สั่งกำกับลงไปจากข้างบน อีกทั้งยังจะต้องมีความกล้าหาญที่จะปรับเปลี่ยนระบบและวิธีการคิดแบบเดิม ๆ

งานปฏิรูปเกิดไม่ได้ในปีหรือสองปี แต่ต้องเป็นการทำงานต่อเนื่องและต้องมีความตื่นตัวกันตั้งแต่ระดับรากหญ้าไปถึงผู้มีอันจะกินและมีอำนาจทั้งหลายที่ต้องสำนึกตรงกันว่า “ประชาธิปไตย” มิใช่การ “เลือกตั้ง” แต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นการ “มีส่วนร่วม” อย่างจริงจังของประชาชนทุกกลุ่มทุกอาชีพ

โจทย์วันนี้คือจะให้ปฏิรูปสู่ความเป็นประชาธิปไตยสำหรับคนไทยทุกระดับชั้นได้อย่างไรในขณะที่ “การเมืองระยะเปลี่ยนผ่าน” จะต้องเดินหน้าด้วยการยอม “ปรองดอง” ของกลุ่มการเมืองและผลประโยชน์เพื่อการไม่ให้กระบวนนี้ตกอยู่ในอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง, ไม่ว่าจะเป็นทหาร, พลเรือน, ข้าราชการหรือปัญญาชนก็ตาม

โดย สุทธิชัย หยุ่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net