วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คฤหาสน์กูเด็น เงาอดีตแห่งความรุ่งเรืองบนคาบสมุทรมลายู


 

 

 

  สวัสดีทุกท่านค่ะ   ในบรรยากาศอึมครึม โดยเมฆฝนประปราย แต่สำหรับอิงตะวัน รู้สึกแช่มชื่นหัวใจ เพราะยังสุขกับการบึ่งจากตรังมาทำหน้าที่ต้อนรับ  คุณวิโรจน์ นายกสมาคมมัคคุเทศก์แห่งประเทศไทยและผู้ทรงคุณวุฒิตัดสินแห่งความภาคภูมิใจของคนทำธุรกิจการท่องเที่ยว Thailand Tourism Award 2015 (รางวัลกินรี)และพี่ๆจาก การท่องเที่ยวและประเทศไทย (ททท.)ส่วนกลาง และภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และพี่ๆกองประชาสัมพันธ์ อนุสาร อ.ส.ท. น้องๆสื่อมวลชน ซึ่งเป็นเส้นทางนำเที่ยวที่ต้องออกแบบเองไหม่ๆมีประสบการณ์จัดประมาณ3 ปี ร่วมกับน้องๆบริษัทสตูลวีไอพี ที่ส่งรายการนำเที่ยว Creative Economy เส้นทางสันหลังมังกร คฤหาสน์กูเด็น เมืองสตูล วังประจัน ฉีกแนวจากรายการยอดฮิต หลีเป๊ะ สุดยอดแห่งเกาะโรแมนติกนะคะ และที่รู้สึกดึ่มด่ำกับเรื่องเล่าของชาวพิพิธภัณฑ์ เหมือนดั่งย้อนยุคไปในสมัย ล่าอาณานิคม หรือที่เรียกว่า  ยุค colonial ถึงแม้เราไม่เคยเป็นเมืองขึ้น แต่การได้ปฎิสัมพันธ์ และการค้าเชื่อมโยง ก็สามารถเกิดสิ่งดีๆร่วมกันได้ค่ะ ณ ที่แห่งนี้ "คฤหาสน์กูเด็น"

 

 

คุณจิ๊ดหนึ่งในผู้พิทักษ์ หรือองครักษ์ประจำคฤหาสน์ ออกมาต้อนรับด้วยท่าที ไว้ตัว เก็บอาการ สงบสยบความเคลื่อนไหว   คุณจิ๊ดเป็นแมวไร้เพศ พี่ๆที่พิพิธภัณฑ์คฤหาสน์กูเด็น บอกว่าเธอมารยาทดีมาก เคยลืมเธอไว้ด้านในคฤหาสถ์ 2วัน เธออดกลั้น ไม่ฉี่ ไม่ถ่ายเลย. พอเจ้าหน้าที่เปิดประตูเธอร้องเสียงดัง และวิ่งสวนออกไปหาที่ขับถ่ายด้านนอกอาคารทันที 

 

 

คฤหาสน์กูเด็น สร้างขึ้นโดยพระยาภูมินารถภักดี หรือตวนกูบาฮารุตดิน บินตำมะหงง เจ้าเมืองในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใช้เวลาสร้างเกือบ 20 ปี (ระหว่าง พ.ศ.2441-2459) โดยเงินส่วนตัวของท่าน  ตัวตึก เป็นสถาปัตยกรรมยุโรปแบบโคโรเนียล อาคารก่ออิฐถือปูน 2  ชั้น ประตูหน้าต่างรูปโค้งตามแบบสถาปัตยกรรมยุโรป หลังคาทรงปั้นหยาแบบไทยใช้กระเบื้องดินเผารูปกาบกล้วย  บานหน้าต่างเป็นแผ่นไม้ชิ้นเล็ก ๆ เป็นเกล็ดแนวนอน ช่องลมด้านบนตกแต่งรูปดาวตามลักษณะสถาปัตยกรรมแบบอิสลาม  ( สำหรับพระยาภูมินารถภักดี เป็นอดีตเจ้าเมืองผู้มีความสามารถปราดเปรื่องทั้งในเรื่องการปกครองและปกป้องสมบัติของชาติจนพ้นจากเงื้อมมือนักล่าอาณานิคมจากตะวันตกเชียวนะคะ)

ความจริงเจตนารมณ์ของท่านพระยาภูมินารถภักดี สร้างคฤหาสน์ขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อจะเสด็จปักษ์ใต้ แต่ก็มิได้ประทับแรม ตามคาดหมาย ต่อมาท่านจึงใช้เป็นบ้านพักและศาลาว่าการเมืองสตูล ไปพร้อมๆกันค่ะ เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ประมาณปี พ.ศ.2484 คฤหาสถ์แห่งนี้ใช้เป็นกองบัญชาการทหารญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ

ต่อมาใช้เป็นสำนักงานเทศบาล ใช้เป็นศาลากลางจังหวัดสตูล และตั้งแต่ปี พ.ศ.2508-2509 เป็นโรงเรียนเทศบาล 1ต่อมาใช้เป็นสำนักงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ตามลำดับ กรมศิลปากรได้บูรณะปรับปรุงอาคารคฤหาสน์กูเด็นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 และดำเนินการจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำเมืองมาตั้งแต่ พ.ศ.2540-2543

พิพิธภัณฑ์คฤหาสน์ แบ่งเป็น 9 ห้องนะคะ พอก้าวเท้าผ่านธรณีประตู เจอเคาน์เตอร์ให้ข้อมูลข่าวสารหันหน้าไปด้านซ้ายเจอ ห้องข้อมูลข่าวสาร เป็นห้องสำหรับบริการอ่านหนังสือและค้นคว้าข้อมูล บริการชุมชน ภายในห้องมีตู้และชั้นวางหนังสือ โต๊ะ เก้าอี้อ่านหนังสือสำหรับผู้มาใช้บริการค่ะ

พี่ๆเจ้าหน้าที่กล่าวแนะนำภาพรวมของพิพิธภัณฑ์ฯ

ขอมุมนิดนึงค่ะ 

ห้องที่ 2 ห้องภูมิหลังเมืองสตูล จัดแสดงเรื่องราวภูมิหลังเมืองสตูลด้านต่างๆ เช่น สภาพภูมิศาสตร์ ธรณีวิทยา เรื่องราวสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เหตุการณ์สำคัญในอดีตของเมืองสตูล วิถีชีวิตของชนกลุ่มน้อยซาไกและเรื่องราวของเกาะตะรุเตา กดปุ่มฟังเรื่องราวประกอบมีจัดแสดงโบราณวัตถุที่พบจากแหล่งโบราณคดีในจังหวัดสตูล ตัวอย่างทรัพยากรแร่ของจังหวัดและฉากจำลองเหตุการณ์สำคัญๆค่ะ

เดินไปอีกห้องพบ

ห้องวิถีชีวิตชาวสตูล จัดแสดงวิถีชีวิตชาวสตูลในด้านต่างๆ ได้แก่ ชีวิตชาวเล อุรักลาโว้ย ที่เกาะหลีเป๊ะ พี่ๆบรรยายเรื่องราวของโต๊ะคีรี ที่อพยพมาจากน่านน้ำอินโด เรื่องราวการปั้นหม้อ-เผาหม้อแบบโบราณที่บ้านควนโดน ชีวิตชาวประมงที่ปากบารา โดยการจัดแสดงด้วยสื่อต่างๆ ประกอบด้วยหุ่นจำลองแสดงภาพวิถีชีวิต เครื่องฉายวีดีทัศน์พร้อมระบบเสียง

 

ห้องบ้านเจ้าเมือง จัดแสดงอัตชีวประวัติของพระยาภูมินารถภักดี เจ้าเมืองสตูล ผู้สร้างคฤหาสน์กูเด็น จัดแสดงแบบเครื่องเรือน เป็นข้าวของเครื่องใช้ตามแบบที่พระยาภูมินารถภักดีเคยใช้ แสดงเป็นมุมต่างๆ เช่น มุมห้องนอน มุมพักผ่อน และมุมห้องทำงาน

 

ห้องเรือนชานชาวบ้านสตูล จัดแสดงแบบบ้านจำลองชาวบ้านสตูล โดยจัดแสดงให้เห็นวิถีชีวิตชาวบ้านด้านต่างๆ เช่น ห้องครัว ห้องอาหาร ห้องนอน ห้องแต่งตัว

 

ห้องรับแขกร่วมสมัยกูเด็น จัดแสดงชุดรับแขกร่วมสมัยคฤหาสน์กูเด็น โดยสร้างขึ้นใหม่ตามรูปแบบเดิม

 

 

ห้องวัฒนธรรมชาวไทย-มุสลิมในสตูล จัดแสดงตู้หุ่นจำลองแสดงการละเล่นของชาวไทยมุสลิม ตู้หุ่นจำลองแสดงภาพโรงเรียนปอเนาะ มุมจัดแสดงห้องละหมาด พิธีการเข้าสุนัต หุ่นจำลองพิธีกินเหนียว (แต่งงาน)ค่ะ

 

 

 

 

สิ่งที่ประทับใจที่สุดที่ทางเจ้าบ้านมอบให้คือชิมโรตีกาป๊าย ..

ขนมที่เล่าขานตำนานคนจีนอพยพ ซึ่งกาปาย แปลว่าเรือสำเภา สมัยโบราณคนจีนติดต่อกับคนอินเดียได้ดัดแปลงขนมโรตีของชาวอินเดีย โดยวิธีนำไปผิงให้เกรียมกรอบ เก็บไว้กินได้เป็นเดือน จึงใช้เป็นเสบียงอาหารในเรือสำเภา ระหว่างอพยพจากเมืองจีนไปประเทศต่าง ๆ และคนจีนนำโรตีกาปาย เข้ามาเผยแพร่ที่เมืองสตูลนับเป็นร้อยปีแล้ว หรือชื่อสมัยใหม่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ฟ่อปิ้ง

 

ขอบคุณชาวพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสตูลที่นำขนมโรตีกาปายทั้งรสจืดรสเค็มให้ชิม พร้อมแนะนำให้ไปซื้อพร้อมแอบชมห่างๆวิธีการอบดั้งเดิมด้วยเตาโบราณและถ่านไม้ ที่สำคัญถ้าทานให้ได้อร่อยสุดต้องกับกาแฟคั่วดั้งเดิมของบ้านตันหยงโป และบ้านเกตรี ค่ะ แล้วพวกเราก็ตามไปชิมร้านที่ทำถึงที่ เลยล่ะค่ะ คณะมาคราวนี้ถึงสตูลจริงๆค่ะ

 

เรื่องราวในประวัติศาสต์ทุกสิ่งมีค่า ที่นำความภาคภูมิใจและบทเรียนที่ทรงคุณค่าต่อลูกหลาน เก็บรักษาไว้ ให้ดี

รักทุกท่านค่ะ

อิงตะวัน

โดย อิงตะวัน

 

กลับไปที่ www.oknation.net