วันที่ อังคาร มิถุนายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

:: กระบวนการในการแข่งขันวอลเลย์บอล ตอนที่ 2 (Side out คืออะไร)...


กระบวนการ Side out ในการแข่งขันเกิดขึ้นในขณะที่ทีมเป็นฝ่ายรับลูกเสริฟ ซึ่งกระบวนการนี้จะมีโครงสร้างดังนี้

ขั้นตอนแรกกระบวนการ Side out คือ การรับลูกเสริฟ (Receive) หากผู้เล่นไม่สามารถรับลูกเสริฟได้หรือรับเสียกระบวนการ Side out ก็ถือว่าล้มเหลวทีมจะเสียคะแนน แต่หากผู้เล่นสามารถรับลูกเสริฟได้ ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนที่สอง คือ การเซต (Set) หากรับลูกเสริฟเข้าจุดพื้นที่การเซต ตัวเซตก็จะเซตบอลให้ผู้เล่นอื่นทำการรุกหรือตบบอลหรือหากไม่เข้าจุด ผู้เล่นคนอื่นอาจจะเซตหรือส่งบอลให้เพื่อนร่วมทีมทำการรุกก็ได้ ขั้นตอนที่สาม คือการรุก ตามรูปแบบแผนการเล่นที่ได้นัดแนะกันไว้ รวมทั้งสามขั้นตอนนี้เรียกว่า การทำการรุกครั้งแรก (First Attack) หากคู่ต่อสู้ไม่สามารถป้องกันได้กระบวนการ Side out ก็ประสบความสำเร็จ แต่หากคู่ต่อสู้สามารถสกัดกั้นได้จะเกิดขั้นตอนที่สี่ คือการรองบอล (Cover) หากรองบอลได้ก็จะสามารถทำขั้นตอนที่ห้า คือทำการรุกโต้กลับ (Counter Attack) ในกรณีเดียวกันหากการรุกครั้งแรกของทีม คู่แข่งสามารถรับและทำการรุกโต้กลับได้ จากการรุกของทีมเราจะเปลี่ยนเป็นการตั้งรับเพื่อทำการรุกโต้กลับจนกว่าทีมใดทีมหนึ่งจะประสบชัยชนะในการเล่นใน Rally นั้น หากเราชนะในการเล่นหมายความว่ากระบวนการ Side out ประสบความสำเร็จ

จากโครงสร้างกระบวนการ Side out เราจะเห็นว่ามีการเล่นหลัก ๆ อยู่ 2 แบบคือ การทำการรุกครั้งแรก (First Attack) และการรุกโต้กลับ (Counter) ดังนั้นเมื่อเราเข้าใจโครงสร้าง ก็จะสามารถเข้าใจสถานการณ์การเล่นที่จะเกิดขึ้น และสามารถใช้ในการวางแผนการฝึกซ้อมในกระบวนการ Side out

การเล่นที่สำคัญที่สุดในกระบวนการ Side out คือ การทำการรุกครั้งแรก (First Attack) โดยเฉพาะในประเภททีมชายที่มีการรุกอันหนักหน่วงและรวดเร็ว หากทีมสามารถทำการรุกครั้งแรกได้เด็ดขาด ทีมก็จะไม่ต้องตกเป็นฝ่ายรับ แต่หากรุกครั้งแรกไม่สำเร็จทีมก็จะต้องพยายามตั้งรับการบุกจากคู่ต่อสู้เพื่อให้ได้เล่นในการรุกโต้กลับ (Counter Attack) จนกว่าจะประสบชัยชนะใน Rally นั้น

สิ่งที่สำคัญในการฝึกซ้อมกระบวนการ Side out

1. การฝึก First Attack
     - ทักษะส่วนบุคคลในการฝึก ประกอบด้วย พื้นฐานการรับลูกเสริฟ การฝึกรับลูกเสริฟแล้วทำการรุก (Receive Attack) การเซตบอลของผู้เล่นตัวเซต การตบบอลของผู้เล่นตัวรุก
     - ทักษะการเล่นเป็นทีมในการรับลูกเสริฟแล้วทำการรุก (Receive Attack) จะใช้แผนการรุกอย่างไรเมื่อรับลูกเสริฟเข้าจุด หรือจะใช้แผนอย่างไรเมื่อรับลูกเสริฟไม่เข้าจุด

2. การฝึก Counter Attack
     - ทักษะส่วนบุคคลในการฝึก ประกอบด้วย การสกัดกั้น (Block) การรับตบ (Dig) การฝึกรับตบแล้วทำการรุก (Dig Attack)
     - ทักษะการเล่นเป็นทีมในระบบการรับตบแล้วทำการรุก (Dig Attack) ระบบการรุกจากการแก้บอลของคู่แข่ง (Freeball Attack)

จากโครงสร้างทั้งหมดที่กล่าวมา หากเข้าใจหลักการในกระบวนการแล้ว จะช่วยให้ท่านเห็นภาพว่าท่านจะต้องฝึกซ้อมทักษะพื้นฐาน ระบบการเล่นอะไรบ้างอย่างไร นอกจากนี้ในการวิเคราะห์เกมส์ในขณะแข่งขัน หรือหลังแข่งขันไม่ว่าจะวิเคราะห์ทีมเราเองหรือคู่ต่อสู้ จะต้องมองในแต่ละกระบวนการเช่น ในกระบวนการ Side out คู่แข่งมีแผนการเล่นอย่างไร เมื่อการรับลูกเสริฟเข้าจุด และเล่นอย่างไรเมื่อรับลูกเสริฟไม่เข้าจุด จุดอ่อนในการรับลูกเสริฟอยู่ตรงไหน หากเราวิเคราะห์ได้ละเอียด ก็จะทำให้เราสามารถโจมตีในจุดอ่อนที่คู่ต่อสู้ทำได้ไม่ดีในกระบวนการ Side out โอกาสประสบชัยชนะก็มากขึ้น.....

โดย นายชำดอก

 

กลับไปที่ www.oknation.net