วันที่ พุธ มิถุนายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เจอ..ลอดช่องสิงคโปร์..เจ้าอร่อยเข้าแล้วซี..ที่..เมืองเพชร..


 

เจอ..ลอดช่องสิงคโปร์..เจ้าอร่อยเข้าแล้วซี..ที่..เมืองเพชร..

         ฉันยังคงป้วนเปี้ยนเวียนวนอยู่กับถนนสายของกินอร่อยๆ แห่งเมืองเพชรบุรี หลังจากที่ได้ลิ้มชิมรสชาติ “ข้าวแช่ ป้าเอื้อน” ที่อร่อยมากไปแล้วในเอ็นทรีที่ผ่านมา ในเอ็นทรีนี้จะพาไปกิน “ลอดช่องสิงคโปร์” กะทิสด

        ลอดช่องสิงคโปร์ เป็นชื่อขนมหวานสัญชาติไทยประเภทน้ำแข็งใสหวานเย็น ที่มีชื่อเหมือนประเทศสิงคโปร์ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 28 ที่ไทยกวาดเหรียญทองมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่หาได้เกี่ยวข้องกับประเทศสิงคโปร์ไม่ และลอดช่องนี้ก็ไม่ได้มีขายที่สิงคโปร์ (ตอนที่อยู่สิงคโปร์พยายามมองหาลอดช่องสิงคโปร์ก็ไม่เจอ เจอแต่ข้าวมันไก่) แต่ในทางกลับกัน เราอาจจะได้ยินผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ให้ฉายาประเทศสิงคโปร์ว่า “ประเทศลอดช่อง”

        ลอดช่องสิงคโปร์ เป็นขนมไทยแท้ทำจากแป้งมัน ต่างจากลอดช่องใบเตยน้ำกะทิที่ทำจากแป้งข้าวเจ้า ฉันเปิดดูในกูเกิลพบว่า.. เดิมในปี พ.ศ. 2504 ขนมลอดช่องสิงคโปร์ต้นตำหรับมีขายอยู่ที่ร้าน “สิงคโปร์โภชนา”ซึ่งตั้งอยู่ข้างโรงหนังชื่อ สิงคโปร์ (หรือโรงหนังเฉลิมบุรี) บนถนนเยาวราช จึงได้ชื่อว่า “ลอดช่องสิงคโปร์” แม้ฉันไม่รู้จักโรงหนังสิงคโปร์ แต่พอจะนึกภาพออกว่า ข้างโรงหนังหรือที่เรียกว่า “วิกหนัง” ในสมัยเด็กๆ มักมีร้านขายขนมหวานน้ำแข็งใสเพื่อให้คนที่มารอดูหนัง ก่อน “หนังเข้า” ได้กินอะไรเย็นๆ ไปก่อน.. เหมือนวิกหนังที่ จ. ตรัง บ้านฉันก็มีร้านน้ำแข็งใสขายอยู่ข้างหน้าวิกทุกวิก และฉันก็ชอบไปนั่งกินเสียด้วย ไม่ว่าจะไปดูหนังหรือไม่ดูหนังก็ตาม (ปัจจุบันหายไปหมดทั้งวิกหนังและร้านน้ำแข็งใส มีเหลืออยู่ร้านเดียวที่หน้าวิกเฉลิมตรัง แต่วิกหนังถูกทลายพังไปหมดแล้ว)

         ร้านที่ขายลอดช่องสิงคโปร์บางแห่งจะผสมน้ำกะทิเสร็จแล้วใส่ไว้ในโหลแก้วใหญ่ๆ ลอยน้ำแข็งก้อนใหญ่ๆ ห่อถุงพลาสติกให้ความเย็นไว้ จะทำให้ลูกค้าเห็นชัดเจนและรู้สึกอยากกิน หรือไม่ก็แยกตัวลอดช่องไว้ต่างหาก เมื่อลูกค้าสั่งจึงจะตักตัวลอดช่องใส่แก้วแล้วผสมน้ำเชื่อม น้ำกะทิสดอันหอมหวาน ตักน้ำแข็งบดละเอียดใส่ทีหลังก็ได้ สำหรับเด็กบ้านนอกเข้ากรุงอย่างฉัน..เท่าที่ฉันจำได้.. ร้านลอดช่องสิงคโปร์ที่ฉันชอบกินจะอยู่ย่านประตูน้ำ ใกล้ๆ กับแผงขายขนมจีนน้ำยาใส่ลูกชิ้นเม็ดโต เมื่อฉันกินขนมจีนเสร็จมักจะตบท้ายด้วยลอดช่องสิงคโปร์..ปัจจุบันคงไม่มีแล้ว

        ปกติฉันจะไม่กินลอดช่องสิงคโปร์สุ่มสี่สุ่มห้า เพราะเวลาที่อากาศร้อนๆ ลอดช่องสิงคโปร์ที่ผสมน้ำกะทิไว้แล้ว บางครั้งหากเจอกะทิสดที่ไม่สู้ดีก็จะทำให้ลำไส้ของฉันปั่นป่วนได้ ฉันจึงไม่ได้กินลอดช่องสิงคโปร์บ่อยครั้งนัก และลอดช่องสิงคโปร์อร่อยๆ ก็ไม่ได้มีให้พบเจอง่ายๆ เช่นกัน จึงนับว่า ...นานแล้วที่ฉันไม่ได้กินลอดช่องสิงคโปร์ กระทั่งเมื่อฉันไป จ. เพชรบุรี และไปเจอ “ข้าวแช่” กับ “ลอดช่องสิงคโปร์” เข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ

        ฉันเดินทางกลับไปเพชรบุรีอีกครั้งเพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากที่ได้ลิ้มรส “ข้าวแช่ ป้าเอื้อน” ไปแล้วเมื่อกลางสัปดาห์..ครั้งนี้ฉันขับรถไปเอง ยามสายแล้ว..พอถึงเขาวังฉันขับรถเลียบเลาะไปตามถนนเส้นเก่า แบบเดาๆ เอา และหลงเข้าไปในถนนที่ผ่านหน้าสถานีอนามัย “เอื้อน อนามัย” โดยบังเอิญ ฉันดีใจมากและมองเห็น “ป้าเอื้อน”กำลังมีลูกค้ามุงซื้อข้าวแช่เต็มหน้าร้าน ฉันนึกในใจว่า “เดี๋ยวค่อยกลับมาแวะซื้อขากลับบ้าน ตอนบ่ายๆ” และฉันมองดูร้านขาย “ลอดช่องสิงคโปร์ เจ๊ไน้” ที่ฉันกินวันก่อนขายอยู่ไม่ไกลจากร้านป้าเอื้อนแล้วหมายตาหมายใจไว้ว่า “เดี๋ยวจะแวะกินลอดช่องสิงคโปร์ด้วย”

        เวลาสิบโมงกว่า..ตะวันโด่งแล้ว..ฉันรีบขับรถมุ่งตรงไปยังหาดสำราญ –ปึกเตียน-ชะอำ เพื่อลงพื้นที่ปฏิบัติการเก็บข้อมูลก่อน

หาดเจ้าสำราญวันนี้..น่าเที่ยวกว่าแต่ก่อนเยอะเลย กล่าวได้ว่า..หาดสำราญ..ยังให้ความสำราญ..

ชาวบ้าน เที่ยวทะเลแบบบ้านๆ ยังมาหาความสงบสุขจากทะเลได้ที่..หาดเจ้าสำราญ..ร่มรื่น กินแบบไทยๆ

ชายหาดยังสวย..หาดเจ้าสำราญ..มีที่ให้เด็กๆ เล่นน้ำอย่างสนุกและค่อนข้างปลอดภัย จะเห็นมีแนวหินกันคลื่นเป็นระยะๆ

หาดสำราญ เคยเป็นที่ "เจ้า" สำราญ..วันนี้..ประชาชนก็ได้รับความสำราญ เพราะความร่มรื่น สะอาดของชายหาด

ในขณะที่..อีกหาด..ปึกเตียน..กำลังร่อแร่...จะสิ้นลมหายใจเฮือกสุดท้าย เต็มไปด้วยร้านค้า รกร้าง รุงรังริมหาด เหมือนหนังเรื่อง หาดหลอกคืนหลอน ยังไงยังงั้น

สงสารนางพันธุรัตน์..จะต้องสิ้นลมหายใจในไม่ช้า..หากไม่มีใครทางการบ้านเมืองมาดูแล หาดปึกเตียน..ด้วยความเสื่อมโทรมสุด ใครก็ได้ช่วยด้วย หากพระอภัยยังเอาแต่เป่าปี่ สุดสาครและพระฤาษีถูกรีสอร์ตและร้านค้าโลโซบดบังทับถม หาไม่เจอ

         ฉันกลับมาในเมืองเพชรบุรีในตอนบ่ายสอง...เมื่อมาถึงร้านข้าวแช่ป้าเอื้อน..

         “โอ้ โน ข้าวแช่หมดแล้ว” ป้าเอื้อนกำลังเก็บของจะกลับบ้านแล้ว ฉันเห็นมีลูกค้าสองคนสามีภรรยา น่าจะเป็นคนกรุงเทพฯ เดินมาที่ร้านป้าเอื้อนทีหลังฉัน พอรู้ว่าข้าวแช่หมดแล้ว ภรรยาก็บอกป้าเอื้อนว่า “ขอซื้อแต่เครื่องก็ได้ค่ะป้า” เธอคงหมายถึงเครื่องเคียงเท่าที่เหลือ น่าจะมีปลายี่สก กะปิทอด และหัวไชโป๊วหวาน ฉันได้ยินสามีตะโกนตามมาว่า “เดี๋ยว..ข้าว..ไปหุงข้าวเอาเองที่บ้านก็ได้” ฉันนึกในใจว่า “เออ..นี่..น่าจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของข้าวแช่ ป้าเอื้อน แน่ๆ เลย”

ฉันรู้สึกผิดหวังเล็กๆ ที่ไม่ได้กินข้าวแช่ แต่ฉันยังมีลอดช่องสิงคโปร์ไว้คอยปลอบใจ แล้วฉันก็เดินจากป้าเอื้อนไปยังร้าน “ลอดช่องสิงคโปร์ เจ๊ไน้” ใกล้ๆ กันนั้น หน้าตลาดสดเพชรบุรี พอไปถึงแม่ค้าบอกว่า

          “ลอดช่องหมดแล้ว มีแต่เผือกกวนและสับปะรดใส่น้ำแข็ง เอาไหมคะ”

         “โอ้..โน..ลอดช่องสิงคโปร์หมดแล้ว” ฉันรู้สึกผิดหวังห่อเหี่ยวที่ขนมที่ตั้งใจเอาไว้หมดทั้งสองอย่าง แต่ฉันยังไม่ลดละความพยายาม ฉันถามแม่ค้าลอดช่องสิงคโปร์ว่า

         “คุณคะ ยังมีลอดช่องสิงคโปร์ขายตรงไหนอีกไหมคะ..เมื่อสักครู่..ที่ขับรถเข้ามาในถนนวันเวย์รอบตลาด ด้านโน้น เห็นมีลอดช่องสิงคโปร์อยู่เจ้าหนึ่ง ที่หัวถนน เลยหอนาฬิกามานิดหนึ่ง (ฉันหมายถึง หอนาฬิกาที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญก่อนเลี้ยวเข้าถนนวันเวย์ เพราะฉันขับหลงต้องยึดหอนาฬิกาเป็นหลัก ฮิๆ)

         “อ๋อ..เป็นลอดช่องสิงคโปร์ เจ๊ไน้ สาขา 3 ลอดช่องสิงคโปร์เหมือนกันค่ะ ขายอยู่ที่หน้าศาลเจ้า” แม่ค้าบอก

         “โอเคค่ะ..ขอบคุณมาก รีบไป เดี๋ยวหมดจะอดกินอีก” ฉันรีบกลับมาขับรถเวียนอีกรอบไปจนเจอหอนาฬิกา แล้วเริ่มผ่านหน้าศาลเจ้าอีกครั้ง

ถนนวันเวย์ บ้านเก่าสวยโดนใจ

ศาลเจ้า ใกล้ๆ หอนาฬิกา

“อา..นั่นไง..ลอดช่องสิงคโปร์ เจ๊ไน้” ที่ฉันเห็นตั้งแต่ตอนที่ขับรถผ่านมาครั้งแรกแล้ว ..

ในที่สุดฉันก็ได้กินลอดช่องสิงคโปร์สมใจอยาก..และอร่อยมากด้วย ฉันเป็นคนบ้านนอกที่ชอบกินขนมหวานน้ำแข็งใสหลายอย่าง และเจ้านี้มีขนมน้ำแข็งใสหน้าตาดูดีน่ากินสะอาดสะอ้านมี หัวมันเชื่อม สับปะรด พุทราเชื่อม เผือกกวน เฉาก๊วย ลูกชิด ฯลฯ ฉันจึงซื้อสับปะรดเชื่อมและหัวมันเชื่อมน้ำแข็งใสใส่ถุงกลับบ้านด้วย และนึกในใจว่า..

“ฮิๆ ดีหละ มาเพชรบุรีครั้งต่อไป ฉันต้องไม่พลาด..ข้าวแช่ป้าเอื้อน และลอดช่องสิงคโปร์เจ๊ไน้ กับขนมหวานน้ำแข็งใสอื่นๆ อีกแล้ว” 

โดย Chaoying

 

กลับไปที่ www.oknation.net