วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รำลึก 70 ปีปิดฉากสงครามโลกครั้งที่ 2 - เยอรมนีเตรียมบุกโซเวียต


เยอรมนีเริ่มเคลื่อนย้ายทหารมาใกล้กับพรมแดนโซเวียตก่อนที่การรบในคาบสมุทรบอลข่าน จะแล้วเสร็จเสียอีก ( การรบที่บอลข่านเริ่มเมื่ออิตาลีบุกกรีซปลายปี 1940 ก่อนเ1ยอรมนีจะบุกยูโก สลาเวีย สงครามยุติลงในเดือนมิถุนายน 1941 ) พอถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 1941 ทหารเยอรมันเกือบ 700 , 000 นาย ก็ไปปักหลักอยู่ที่พรมแดนโรมาเนีย ด้านติดกับโซเวียตแล้ว ในช่วงนั้น โรมาเนียเป็นพันธมิตรกับเยอรมัน และผู้นำประเทศก็บอกว่า ถ้ามีเรื่องอยากจะทุบโซเวียต ก็ขอให้บอกโรมาเนีย

 

รวมแล้วเยอรมนีและพันธมิตรส่งทหาร 3.2 ล้านนายมารออยู่พรม แดนโซเวียตเพื่อเตรียมบุกครั้งใหญ่ มีการส่งเครื่องบินออกไปบินสอดแนมในเขตของโซเวียต อย่างคึกคัก แต่สตาลินก็ พยายามที่จะไม่เชื่อในข้อมูลข่าวกรองที่ได้มา เพราะเขาเชื่อมั่นในความคิดของเขาว่า ฮิตเลอร์จะบุกโซเวียตหลังจากที่ทำสนธิสัญญาไม่รุกรานซึ่งกันและกันได้ประมาณ 2 ปีแล้วเท่านั้น เขายังเชื่อว่า ฮิตเลอร์จะรบกับโซเวียต หลังจากเสร็จศึกกับอังกฤษ ซึ่งเป็นประเทศเดียวที่ไม่ใช่พันธมิตร แต่เยอรมันยังยึดไม่ได้ นอกจากนั้น ด้วยความเป็นคนชอบหวาดผวา สตาลิน ก็มองว่า ข่าวเรื่องการบุกโซเวียตของฮิตเลอร์ เป็นข่าวปล่อย เพื่อหวังให้เกิดการผิดใจกันระหว่าง 2 มิตรสหายเฉพาะกิจ เยอรมนีและโซเวียต

ผมเคยดูหนังสงครามของโซเวียต ในหนังเล่าถึงความเกรงใจและเกรงกลัวต่อเยอรมนีของฝ่าย สตาลินเป็นอย่างมาก ถึงขั้นมีการกำชับทหารที่ชายแดน ไม่ให้ทำอะไรที่อาจจะทำให้เยอรมันเข้าใจผิด คิดว่าโซเวียตจะทำสงครามกับเยอรมัน อาวุธยุทโธปกรณ์ตามแนวชายแดนของโซเวียตจึงไม่ค่อยมี ขณะที่ชีวิตของคนโซเวียตยังคงดำเนินไปแบบปกติ เพราะเกรงว่าถ้าอะไรกระโตกกระตาก อาจจะถูกเยอรมันหาเหตุบุกเอาได้ง่ายๆ

ก่อนสงครามจะเริ่ม สายของโซเวียตก็ส่งข้อมูลเรื่องวันเวลาของการบุกที่ชัดเจน ประเทศอื่นก็รู้ แต่เป็นเพราะข้อมูลที่สายลับส่งเข้ามาก่อนหน้านี้ มีความคลาดเคลื่อน ข้อมูลที่ถูกต้อง จึงไม่ได้รับความสนใจ นอกจากนั้น เยอรมันก็ยังวางหมากกลลวง โดยทำทีเป็นว่า เป้าหมายหลักของเขาอยู่ที่การพิชิตอังกฤษ โซเวียตจึงโดนหลอกเข้าไปอย่างเต็ม

ประวัติศาสตร์โลกเรื่องที่นโปเลียนพาเอาชีวิตชิตทหารมาทิ้งในรัสเซียมากมาย เมื่อหลงไล่ล่าถล่มรัสเซียลึกเข้าไปในแผ่นดิน แล้วฤดูหนาวอันแสนโหด ก็ทำหน้าที่ปลิดชีพทหารเหล่านี้จนเหลือกลับถึงบ้านไม่กี่นาย อันนี้ เยอรมนีก็ศึกษามาด้วยอย่างดี แต่พวกเขาก็มองว่า งานนี้ โซเวียตสู้ขาดใจแน่นอน ไม่มีถอย เพราะพวกเขาไม่อยากจะเสียแถบทะเลบอลติก มอสโก เลนินกราด และยูเครน เมื่อไม่อยากเสีย ก็ต้องมารบกัน พวกเขามองว่าเยอรมันชนะแน่ กองทัพโซเวียต จะเจอกับความย่อยยับในเขตตะวันตกของประเทศ เยอรมันไม่ต้องไล่ติดตามลึกเข้าไปในแผ่นดิน ซึ่งจะทำให้เกิดความเสี่ยง ฮิตเลอร์บอกว่าสหภาพโซเวียต เป็นแค่โครงสร้างพังๆ แค่ถีบก็พังแล้ว

สำหรับแผนการรบ เยอรมนีจะแต่ง 3 หมู่กองทัพ เพื่อให้ไปยึด เมืองและภูมิภาคสำคัญ โดยประกอบไปด้วย หมู่กองทัพเหนือ จะเดินทัพผ่านประเทศแถบทะเลบอลติกเข้าไปทางเหนือของโซเวียต และทำลายเมืองเลนินกราด หรือปัจจุบันคือ เซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก ส่วนหมู่กองทัพกลาง จะบุกไปทางเมืองสมาร์เลน และไปยึดเมืองหลวงอย่างมอสโก ผ่านทางเบลารุส ส่วนหมู่กองทัพใต้ มีภารกิจโจมตีเขตเพาะปลูกและมีผู้คนมากมายของยูเครน ก่อนจะเดินทัพต่อไปยังทางใต้จนถึงแม่น้ำโวลก้า เพราะดินแดนแถบนี้มีแหล่งน้ำมันใหญ่

ในปฏิบัติการณ์บาร์บารอสซ่านี้ เยอรมันแบ่งกำลังอออกเป็น 158 กองพล โดยในส่วนของ 3 หมู่ กองทัพที่ได้พูดถึงไปแล้ว ประกอบไปด้วย 138 กองพล โดยเป็นกองพลทหารทหารราบ 104 กองพล กองพลรถถัง 19 กองพล และกองพลทหารราบยานยนต์อีก 15 กองพล นอกจาก นั้นก็ยังมีอีก 9 กองพลด้านความมั่นคง ที่จะปฏิบัติภารกิจในดินแดนที่ยึดมาได้ อีก 4 กองพลในฟินแลนด์ และกำลังสำรองอีก 2 กองพลซึ่งอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของกองบัญชาการสูงสุดกองทัพบก

รวมแล้ว พวกเขามีรถถังราว 3,350 คัน , ปืนใหญ่ 7,200 กระบอก อากาศยาน 2,770 ลำ หรือเทียบเท่ากับ 65 เปอร์เซ็นต์ของทั้งกองทัพอากาศ ยานพาหนะราว 600,000 คัน และม้า 625,000 ตัว ขณะที่ฟินแลนด์ส่งทหารมาช่วย 14 กองพล โรมาเนียมาอีก 13 กองพล และ 8 กองพลน้อย

นอกจากนั้น เยอรมันยังตัดสินใจนำกองกำลังแนวหลัง อย่าง Waffen – SS และ Einsatzgruppen เข้ามายังพื้นที่ที่ยึดครองได้อีกด้วย เพื่อให้จัดการกับพวกพลพรรคใต้ดิน ที่จะต้องออกมารบกวนการรบของทหารที่รุกคืบหน้าเข้าไป

ทหารของฝ่ายอักษะ จะเปิดฉากรุกเป็นแผง ไล่ตั้งแต่ด้านที่ติดกับชายฝั่งมหาสมุทรอาร์คติก เรื่อยลงมาจนถึงทะเลดำในทางใต้ เรียกได้ว่าเป็นแผงแนวรุกที่กินความยาวหลายพันกิโลเมตร ซึ่งนายทหารบางคนก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับเรื่องนี้สักเท่าไหร่ เพราะเป็นการกระจายกำลังออกไปมากเกินไป

แต่การบุกจริง ล่าช้าไปจากกำหนดการณ์เดิมคือวันที่ 15 พฤษภาคม ถึง 38 วัน จากหลาก หลายเหตุผล เช่นการรบในคาบสมุทรบอลข่านที่ยืดเยื้อ ทำให้เยอรมันต้องเจียดกำลังส่วนหนึ่งไปที่นั่น ระบบการส่งกำลังบำรุงที่ไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นปัญหาอยู่เดิมแล้ว ประกอบกับมาเจอสถานการณ์การรบที่บอลข่าน และปัญหาที่ในฤดูหนาวมีหิมะตกมาก พออากาศอบอุ่น หิมะก็ละลาย ทำเอาน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ซึ่งเรื่องนี้ก็ขัดขวางการบุก

ความล่าช้าในการเปิดศึกกับโซเวียตมีความสำคัญมาก เพราะเยอรมันไม่อยากสู้รบกับโซเวียตในช่วงฤดูหนาว ด้วยกลัวว่าจะเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนดั่งเช่นกองทัพของนโปเลียน

โดย รุสสกี้

 

กลับไปที่ www.oknation.net