วันที่ อังคาร สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หุ่นวังหน้า : ชุดรามเกียรติ์



หุ่นตัวพระ

         หุ่น  เป็นการแสดงในงานมหรสพของไทยที่มีมาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา  เอกสารฝ่ายไทยและบันทึกของชาวต่างชาติ  กล่าวถึงการแสดงหุ่นที่มีควบคู่มากับการแสดงโขนและละคร  ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนกลางสืบเนื่องมาถึงอยุธยาตอนปลาย  โดยในสมัยอยุธยาตอนปลายมีหลักฐานแสดงว่า  มีการแสดงหุ่นไทยและหุ่นต่างภาษา คือ หุ่นลาว  หุ่นมอญ  และหุ่นพม่า

         ในสมัยรัตนโกสินทร์  พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงฟื้นฟูการมหรสพของหลวง  รวมทั้งการแสดงหุ่น  โดยโปรดให้ฝึกหัดการแสดงหุ่นขึ้นในวังหลวง  ซึ่งหุ่นหลวงที่ได้รับการฟื้นฟูในครั้งนั้นได้ออกแสดงในงานสมโภชวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  เมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๒๗


หุ่นตัวนาง

         ต่อมา  ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  โปรดให้ระดมช่างฝีมือสร้างหุ่นหลวงขึ้นสำหรับเล่นเรื่องรามเกียรติ์  และได้ทรงแกะหัวหุ่นพระยารักใหญ่และพระยารักน้อย  ซึ่งมีความงามเป็นเลิศด้วยพระองค์เอง  การแสดงหุ่นไทยในสมัยนั้นนอกจากเรื่องรามเกียรติ์แล้ว  ยังนิยมเล่นเรื่องละครนอกอื่นๆ เช่น สังข์ศิลป์ชัย และพระอภัยมณี  เป็นต้น

         การแสดงหุ่นได้รับความนิยมสืบเนื่องในรัชกาลต่อ ๆ มา  นอกจากหุ่นหลวงซึ่งเป็นหุ่นแบบไทยแล้ว  ยังปรากฏมีหุ่นจีนและหุ่นของชาติอื่น ๆ ด้วย  การแสดงหุ่นเป็นที่นอยมในงานมหรสพที่จัดขึ้นเนื่องในงานพระราชพิธีและเทศกาลต่าง ๆ อาทิ  งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก  พระราชพิธีโสกันต์  งานเฉลิมพระราชมณเฑียร  งานพระบรมศพ  งานพระศพ  งานสมโภชช้าง  และงานวัด เป็นต้น  หลักฐานการแสดงหุ่นยังคงปรากฏให้เห็นในภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ ๓ ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม  และฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ ๔ ที่วัดทองธรรมชาติ  วัดโสมนัสวรวิหาร  กรุงเทพมหานคร  และวัดมัชฌิมาวาส  จังหวัดสงขลา


ทศกัณฐ์

         ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ  ซึ่งมีพระนามเดิมว่า  พระองค์เจ้ายอดยิ่งประยูรยศบวรราโชรสรัตนราชกุมาร  ทรงเป็นพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์ใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว  และเจ้าคุณจอมมารดาเอม  ประสูติเมื่อวันพฤหัสบดี  เดือน ๑๐ แรม ๒ ค่ำ ปีจอสัมฤทธิศก  จุลศักราช ๑๒๐๐ (พุทธศักราช ๒๓๘๑) ได้พระราชทานอุปราชาภิเษกเป็นพระมหาอุปราช  กรมพระราชวังบวรสถานมงคล  เถลิงพระราชมณเฑียรในพระบวรราชวังหรือวังหน้า  ในพุทธศักราช ๒๔๑๑  เมื่อพระชันษา ๓๑ ปี

         กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญทรงโปรดการช่างและศิลปะแขนงต่าง ๆ โดยทรงให้การอุปถัมภ์ช่างฝีมือเอก  ทรงตั้งโรงละครและคณะงิ้วผู้หญิงที่เรียกกันว่า  งิ้ววังหน้า  ทั้งทรงมีฝีพระหัตถ์ถนัดในทางศิลปะและประณีตศิลป์ของไทย  ทรงมีฝีพระหัตถ์ในการเขียนเครื่องถ้วยที่รู้จักกันดี คือ กระโถนวังหน้า  เป็นกระโถนเล็ก ๆ ที่เรียกว่า  กระโถนค่อม  ซึ่งทรงเขียนเป็นภาพรามเกียรติ์ปิดทองสวยงามมาก  วังหน้าในสมัยของพระองค์จึงเป็นแหล่งศิลปวิทยาการด้านต่าง ๆ ที่สำคัญ  และงานประณีตศิลป์แห่งวังหน้าซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีอีกประการหนึ่ง คือ งานการสร้างหุ่น  มีทั้งหุ่นจีนและหุ่นไทย  ซึ่งปัจจุบันเก็บรักษาไว้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพฯ


เขนลิง

         หุ่นวังหน้า  ที่กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญทรงสร้างขึ้นนี้  มีหลักฐานว่าได้เคยเล่นถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัวทอดพระเนตร  ในงานสมโภชช้างเผือกที่หน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์  ดังมีปรากฏในหนังสือข่าวราชการ  เมื่อวันที่  ๒๘  มิถุนายน  พุทธศักราช ๒๔๑๙  ตอนหนึ่งว่า

         “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงเสด็จออกประทับ ณ พลับพลาหน้าโรง  ทอดพระเนตรหุ่นอย่างใหม่ของกรมพระราชวังบวรสถานมงคลได้ทรงคิดขึ้นใหม่นั้น  ปลูกโรงลงในท้องถนนตรงหน้าพลับพลา  โรงนั้นยาวประมาณ ๑๐ วา ตัวหุ่นนั้นสูงประมาณ ๘ นิ้ว....เมื่อเชิดนั้นไม่เห็นตัวคนเชิด  แลเจรจาหรือพากย์ก็ดีไม่เห็นตัวคนพากย์คนเจรจา  มีแต่ตัวหุ่นออกมาเต้นรำท่าทางต่าง ๆ แลในโรงนั้น รางพื้น รางเพดานเพื่อจะได้เชิดแลเหาะ”


เขนยักษ์

          หุ่นวังหน้าที่สำคัญซึ่งยังคงตกทอดมาถึงปัจจุบัน คือ หุ่นชุดรามเกียรติ์  อันประกอบด้วย หุ่นตัวพระ หุ่นตัวนาง หุ่นยักษ์ หุ่นลิง หุ่นไพร่พลลิง หุ่นไพร่พลยักษ์ ตัวถือธง ตัวกางกลด หุ่นรูปม้า หุ่นฤาษี หุ่นพราหมณ์ หุ่นนางค่อม หุ่นตัวกากที่เป็นชาวบ้านชายหญิง และหุ่นตัวนก เป็นต้น

         เครื่องแต่งกายของหุ่นมีความประณีตมาก  โดยใช้เส้นไหมทองกรึงเป็นลวดลายลงไปบนพื้นแพรไหมเนื้อบางที่มีซับในเป็นผ้าดิบ ตามริมผ้าห้อยหน้า ผ้าห้อยข้าง ผ้ารัดสะเอว และเชิงผ้าห่มหน้านางที่มีแถบเงิน แถบทองและผ้าตาด  มีการตรึงเส้นไหมทองทับไปเป็นลวดลาย  และถมลายตรงกลางด้วยไหมสี หรือวางเลื่อมเงิน เลื่อมทองเล็ก ๆ  หรือปักลูกปัดแก้วสีต่าง ๆ เครื่องแต่งกายบางชุดปักแซมด้วยปีกและขาแมลงทับ  โดยมีเส้นไหมทองกรึงล้ออยู่รอบ ๆ นอกจากนี้ยังมีการใช้แถบเงินขนาดเล็กพับขัดกันไปมา  ประดับตามขอบของเครื่องแต่งกายหุ่นตัวเอกทุกตัว  และมีการใช้โลหะคล้ายเลื่อมที่โค้งนูนปูดขึ้นมาคล้ายขันคว่ำขนาดจิ๋วมีรูตรงกลาง  สำหรับร้อยเข็มหรือปักลูกปัดในเครื่องแต่งกายแทบทุกชิ้นของหุ่นชุดนี้


หุ่นยักษ์ถือธง

         หุ่นวังหน้าของกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ  มีรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ  และถือได้ว่าเป็นงานวิจิตรศิลป์โดยแท้  เพราะได้รวมศิลปะศาสตร์อันวิจิตรแขนงต่าง ๆ คือ  จิตรกรรม  ประติมากรรม  ประณีตศิลป์  กลศาสตร์  นาฏศิลป์  ดุริยางคศิลป์  และวรรณศิลป์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

         การแสดงหุ่นวังหน้ามีปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์ไทยเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ  เพราะคงจะเลิกแสดงภายหลังจากที่กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญเสด็จทิวงคต  เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๒๙ และคงเก็บรักษาไว้ต่อมา  จนกระทั่งเมื่อพื้นที่พระบวรราชวัง หรือวังหน้าได้เปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑสถาน  จึงมีการรวบรวมหุ่นต่าง ๆ ของวังหน้ามาจัดแสดงไว้


พนักงานกั้นกรรชิง


ฤาษี


เสนายักษ์ขี่ม้า


พราหมณ์ถือบัณเฑาะว์ และหุ่นสวมลอมพอก


พรานธนู



จักรพันธุ์  โปษยกฤต  หุ่นวังหน้า  นางเบญกาย  ๒๕๔๐  สีน้ำ  ๓๐.๕ x ๔๐.๕  ซม.

         เมื่อเวลาผ่านไปหุ่นเหล่านี้ได้เสื่อมสภาพและชำรุดลงอย่างมาก  ในคราวฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี จึงมีการดำเนินงานซ่อมหุ่นหลวงหรือหุ่นใหญ่ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากบริษัทปูนซีเมนต์ไทย มีนายจักรพันธุ์  โปษยกฤต และคณะเป็นผู้ซ่อม



จักรพันธุ์  โปษยกฤต  หุ่นวังหน้า  ตัวพระ  ๒๕๔๐  สีน้ำ  ๓๐.๕ x ๔๐.๕  ซม.

         ต่อมาในระหว่างปีพุทธศักราช ๒๕๓๖ – ๒๕๓๘ และ พุทธศักราช ๒๕๔๐ กรมศิลปากรได้รับการสนับสนุนจากบริษัทปูนซีเมนต์ไทยอีกครั้ง  ในการให้ทุนอนุรักษ์หุ่นวังหน้า ชุดรามเกียรติ์  โดยมีนายจักรพันธุ์  โปษยกฤตและคณะรวม ๒๒ คน เป็นผู้ดำเนินการซ่อม  ภายหลังการซ่อมแล้วเสร็จจึงได้ส่งมอบคืนแก่กรมศิลปากร

         ภาพประกอบหุ่นวังหน้าที่ผมนำมาให้ชมนี้  เป็นเพียงส่วนหนึ่งเพื่อที่จะแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายในประเภทของตัวหุ่น  หากท่านต้องการที่จะชมของจริงที่สวยสดงดงามและมากกว่านี้  ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่พระที่นั่งทักษิณาภิมุข  ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร  กรุงเทพมหานครครับ...

***********************

ข้อมูลอ้างอิง : ศิลปากร. กรม. สมุดบันทึกศิลปวัฒนธรรม ๒๕๔๕,  หุ่นวังหน้า. กรุงเทพมหานคร : บริษัท เอ.พี. กราฟิค ดีไซด์ และการพิมพ์ จำกัด, ๒๕๔๕.

 

โดย สอนสุพรรณ

 

กลับไปที่ www.oknation.net