วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไทยต้องทำให้ “อำนาจละมุน”(soft power) “ผยอง” ได้


ประเทศไทยมี “ของดี” สำหรับส่งออกหลายอย่างถ้ารู้จักสร้างสรรค์พัฒนาและระดมสรรพกำลังของภาครัฐและเอกชนเพื่อผลักดันการ “ส่งออก” จุดแข็งต่าง ๆ ของความเป็นไทย

ผมได้ยินรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศดอน ปรมัตถ์วินัยพูดในรายการ “เดินหน้าประเทศไทย” เมื่อสัปดาห์ก่อนว่าประเทศไทยเราไม่มี hard power แต่มี soft power ที่สามารถสร้างภาพลักษณ์ทางบวก และสร้างรายได้มหาศาลหากทุกฝ่ายร่วมกันอย่างจริงจัง

ท่านแปลคำว่า hard power เป็น “อำนาจผยอง” ส่วน soft power ท่านเรียกว่าเป็น “อำนาจละมุน”

ฟังดูน่ารักดีแม้จะไม่เป็นวลีที่คนไทยคุ้นเคยหรือใช้บ่อยนัก

ในรายการเดียวกันนั้น คุณกอบกาจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬากับคุณวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีวัฒนธรรมก็มาร่วมเพื่อจะยืนยันว่าสามกระทรวงหลักจะประสานกันเพื่อจะสร้างพลังแห่ง “พลังละมุน” ของไทยให้เกรียงไกรไปทั่วโลก

ในหลายกรณี Soft power มีพลังหนักหน่วงและมีประสิทธิภาพมากกว่า Hard power ด้วยซ้ำไป

อำนาจที่แท้จริงของสหรัฐฯไม่ได้อยู่ที่อาวุธยุทโธปกรณ์ หากแต่อยู่ที่ “พลังละมุน” ในรูปของดนตรี, ไอที, วรรณกรรม, การศึกษา, และภาษา

ทำนองเดียวกับที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ประสบความสำเร็จด้วยวัฒนธรรมบันเทิง, เพลง, ละครและอาหาร

และจีนก็กำลังเดินหน้าด้วยการส่งออก “พลังละมุน” ในรูปของการส่งเสริมให้เรียนภาษาจีนผ่านสถาบันขงจื้อ

รัฐมนตรีช่วยดอนบอกว่านักกีฬาไทยเราก็เริ่มจะสร้างชื่อเสียงระดับสากล เสริมภาพลักษณ์ของประเทศได้อย่างดี

ท่านบอกตอนหนึ่งว่า “ถ้าเอ่ยชื่อรัชนกในต่างประเทศ จะมีคนสดุดี แต่ถ้าเอ่ยชื่อนักการเมืองไทย, ก็ไม่มีใครรู้จักสักเท่าไหร่”

ไม่ต้องบอกก็รู้ครับว่าชื่อเสียงของอาหารไทยและวัฒนธรรมไทยกับรอยยิ้มของคนไทยดีกว่าการเมืองไทยหลายเท่า

รัฐมนตรีกอบกาญจน์บอกว่าอาหารไทยติดอันดับหนึ่งในห้าของโลกและความเป็นไทยด้านต่าง ๆ เป็น DNA ของประเทศที่มีคุณค่าเกินกว่าจะตีเป็นราคาได้

รัฐมนตรีวีระก็ยืนยันว่าวัฒนธรรมไทยเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางและเป็นจุดขายที่สำคัญของความเป็นประเทศ เป็นมรดกที่ตกทอดมายาวนาน

แต่แค่สามกระทรวงไม่พอที่จะทำให้ “ละมุนพลัง” ของไทยกลายเป็น brand ชั้นนำของโลกได้ จะต้องระดมคนทุกวงการ โดยเฉพาะคนหนุ่มคนสาว นักคิดนักเขียน นักแสดง นักออกแบบและผู้นำธุรกิจรวมถึงผู้ประกอบการหรือ entrepreneurs ในธุรกิจทุกวงการมาร่วมกันสร้าง soft power ของไทยอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องจากนี้ไป

ผมไม่ค่อยมีความหวังกับการเมืองไทย และยังมองไม่เห็นหนทางที่จะทำให้คุณภาพการเมืองของประเทศพัฒนามากไปกว่านี้

พื้นฐานเศรษฐกิจไทยพอไปได้ แต่การเมืองเป็นอุปสรรคสำคัญยิ่งของการยกระดับประเทศออกจาก “กับดักรายได้ปานกลาง” ดังนั้น ผมจึงเห็นแต่เพียงการสร้าง soft power ของไทยผ่านวัฒนธรรมอาหาร, บันเทิง, มวยไทย, นวดแผนโบราณ, ท่องเที่ยว, แฟชั่นและการจัด events ระดับสากลเท่านั้น

ผมได้รับทราบว่างาน Thai Festival ที่สถานทูตไทยประจำโตเกียวจัดทุกปีเป็นจุดเด่นในญี่ปุ่น มีคนญี่ปุ่นมาเป็นหมื่นเป็นแสนเพราะเขาชื่นชมอาหารไทย, วัฒนธรรมไทย, และความเป็นมิตรของคนไทย

ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะทำให้ Thai Festival กลายเป็น Talk of the Town ของทุกประเทศได้

เราต้องพิสูจน์ว่า “ละมุนพลัง” ก็ “ผยอง” ได้

เพราะผมยืนยัน soft power มีพลังกว่า hard power ได้แน่นอนถ้าเรารู้จักทำให้มันเป็น smart power สำหรับประเทศไทย! 

โดย สุทธิชัย หยุ่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net