วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความสุขสีเขียว..ไร่เดียวต่อ 1 ครัวเรือน สุขทั้งแผ่นดิน


ผมรู้สึกมีความสุข

ที่ได้เยือนชุมชนมั่นคงหัวคู ตำบลพระยาบันลือ อำเภอลาดบัวหลวง พระนครศรีอยุธยา อีกครา

จากเดิมเป็นชุมชน"คนไร้ที่"เช่าที่ดินนายทุนมานานแล้วกัดฟันบากบั่นรวมตัวเป็นสหกรณ์ซื้อที่ดิน

พอได้อยู่อาศัยหลบแดดฝน ผมกลับมาเห็นน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ชุมชนยิ้มได้พลอยดีใจกับเขาครับ

ย้อนกลับไปเดือนเศษ ราวๆเดือนพฤษภาคม 2558 

ที่เราคณะเอาะเยาะศิลป์ ตะลอนทัวร์ เข้าไปสัมผัสได้สัมผัความรู้สึกจาก"สิ้นหวัง"

น้ำท่าไม่มี กำลังใจหมด กลุ่มก้อนไม่มี ความคิดแตกแยกกลับมาเป็น"มีความหวัง"

อ.กฤตณ์ เพื่อน ดร.สามารถ เข้าไปช่วยชุมชน ตั้งเพิงหมาแหงน ตามภาพแรก^^"

และเริ่มปรับแต่งที่นาว่างและแห้งผากหาทุกวิถีทางเอาน้องน้ำเข้ามาแบบ"กาลักน้ำ"

เข้าไปฝังตัวอยู่กินในชุมชน..มีคำถามมากมาย เป็นใคร ไปอยู่ทำไม เพื่ออะไร?มาเอาอะไร

ไปหาความรู้และใช้ความรู้เดิมที่มีอยู่ ทดลองสิ่งใหม่ๆแต่สิ่งที่ประทับใจคือมี"กัลยาณมิตร"

หรือมิตรที่ดี อย่าง อาจารย์สามารถ จันทร์สูรย์ มายาวนาน

"ลุงเข้ม ยักษ์เขียว"ฉายา อ.กฤตณ์ ได้ไปฝึกดูงานกับลุงทองเหมาะ ปราชณ์ชาวบ้านที่สุพรรณ

เพาะต้นโน่นนี่ เตรียมพื้นที่เตรียมวัสดุ อุปกรณ์ หาวัชพืชร่วมกันกับชาวบ้าน นำต้นปลูกมะนาว

พันธุ์โกมลนี่เป็นชื่ออาจารย์กัลยาณมิตรที่เป็นนักวิชาการชุมชนสายพันธุ์เดียวกัน

เม็ดมะขาม และเม็ดมะอื่นๆเอามาทดลองเพาะด้วยตัวเอง

แต่งปรับที่นาเอาใบไม้แห้งมาผสมเป็นปุ๋ยหมักพร้อมฟางแห้งมาคลุกน้ำหมัก 

ดูเอาเถิดวิถีคนเข้มที่มาด้วยหัวใจ

นำตะไคร้มาปลูกเพราะกลิ่นตะไคร้ไล่แมลงว่างั้นครับ แถมจะนำไปขายเป็นรายได้อีกต่อหนึ่ง

ดินพึงพารากของต้นไม้พึ่งกันไปมาเหมือนคนเรา

เมล็ดข้าวพันธุ์ที่ต้องการ เพาะในกระบะหรือภาชนะเพาะเตรียมไว้

ขนเก็บง่ายไม่ต้องแปลงคราดอย่าง"ตากล้า"ทางอีสานในครั้งก่อน

แรงงานในชุมชนมีสตรีเป็นหลักเพราะพ่อบ้านไปประกอบการงาน

หรือไม่ก็อยู่ลำพัง เลี้ยงลูกหลานที่ไม่ได้เป็นคน"ก่อเกิด"

ห้องแล็บกลางทุ่ง อาศัยข้างๆชายคาบ้านที่มีจำกัด

ทั้งเห็ดทั้งข้าวอยู่รวมกัน

ป้าๆหญิงแกร่ง แข็งแรงกันจริงๆนับถือหัวใจครับ

ป้าพร หรือ พอลล่า ที่ท่านเรียกชื่อตน นี่ท่านเก่งทุกอย่างครับ ทำอาหาร

ให้คณะเอาะเยาะศิลป์ มีจักรยานเป็นพาหนะปั่นขายผัก ขายกล้วยแปรรูป

นี่หล่ะ

เขาว่าการเปลี่ยนแปลงใดๆใช้คนไม่เยอะแต่ต้องมีใจหนักมาก

 

ผักตบชวาตามร่องคลองมีเยอะ

 

รถเก่งของท่านอาจารย์กฤตณ์ จิตนะ กลายเป็นเกวียนบรรทุกฟาง

บรรทุกวัสดุอุปกรณ์การเกษตร ฯลฯ

ผมงึดหลาย!!

ช่วยกันออกแรง แข็งขัน

เด็กๆจากต่างคนต่างเล่นก็มีกิจกรรมทำงานร่วมกัน

เพราะอาจารย์กฤตณ์ช่วยปรับแต่งความคิดเรียนและเล่นเป็นประโยชน์

เราคุยกันว่าต้องให้เด็กมามีส่วนร่วมเป็นไม้มือและให้มีความรู้รอบด้าน

ลูกปลาดุก ตะเพียน และปลาอื่นๆ จะตามมา

เตรียมเพาะเมล็ด ถุงชำทำการกรอกดินเอง ไม่นานก็งอก

ทำน้ำหมักอินทรีย์ด้วยตนเอง

มาวันนี้ โปรโมเตอร์ใหญ่ หายเหนื่อยด้วยมีความตั้งใจ

อยากเห็นชุมชนที่ท่านเคยมาสนับสนุนเมื่อหลายปีก่อนครั้งทำงานอยู่กระทรวงวัฒนธรรม

ดร.สามารถ จันทร์สูรย์ มาเป็นอาจารย์หลักสูตรการพัฒนาชุมชนวัยหลังเกษียณจากกรมฯ

ให้ทายอายุกันเล่นครับ?

วิศวะกรใหญ่จากการเคหะแห่งชาติ จบหลักสูตรสิ่งแวดล้อมศึกษา

มาก็เพราะคำว่ากัลยาณมิตรนี่แหละ

ดร.คมสัน  พิลาสมบัติ ดร.หมาดๆ มาร่วมเดินทางสายพัฒนาชุมชน

เสี่ยวฯอีสาน

ก็กลายมาเป็นเสี่ยวของชุมชน ไทบ้านและเด็กๆที่นี่เหมี๋ยนเดิม

กราบงามๆอีกรอบที่ อบต.พระยาบันลือมอบงบประมาณมาสร้างลานกีฬา

เพื่อสาธารณะกลางชุมชนและยังจะมีไฟฟ้าส่องสว่างตามถนนหนทางอีก

สะเทือนไปยัง งานการศึกษาทั่วไป ที่จะรับสมัครนักศึกษา"บัณฑิตจิตอาสา"

มาร่วมทำกิจกรรมดีๆให้มีกิจกรรมเพื่อ"รับใช้ชุมชน"โดยอาจารย์มนตรี ชินสมบูรณ์ มานำร่องก่อน

ครูเสี่ยวๆ ก็จะมามีส่วนร่วมกับเราท่านที่นี่

เพราะมีกลุ่มคน"แปลกๆ"ที่มีหัวใจเดียวกันเพื่อชุมชน

ระยะเวลาเดือนเศษ ปลาดุกที่ปล่อยไว้ กำลังพอ"ป่น"พอต้มใส่หม้อปลาร้าภาษาถิ่นอีสาน

นำเนื้อปลาที่ต้มน้ำปลาร้ามาตำโขลกกับพริกสดหรือแห้งตำแรงๆสะเทือนฮอดวัดนั่นหล่ะ

คือ "ป่นปลา"

มะนาวพันธุ์"โกมล" ของ ดร.แดนสระแก้ว แห่งวไลยอลงกรณ์ โยกมาปลูกชุดแรกๆเริ่มแตกยอด

ตะไคร้ข้างคันคูที่ยกร่องขึ้นมาก็เริ่มเฉียว น้ำใหม่แทนที่น้ำเดิม ลงลูกปลาลงไป

หนุ่มๆปราดเปรียว"รุ่นกลาง"ตามความหมายของพี่ลูกเสือแห่งเนชั่น

เริ่มมาเยือนชุมชนบ่อยขึ้นเพราะสีเขียวแห่งความสุขของชุมชนมั่งคง

ทั้งต้นไม้และน้ำที่มีแร่ธาตุอาหาร สารอินทรีย์ อนินทรีย์สาร

ในดิน บนดิน เริ่มลงปลาในร่อง คลองคู

ดูแล้วมีความสุข ต่างก่อนครั้งมาเยือนคลุกฝุ่นหัวฟู

เลยได้ถ่ายคู่ เบนซ์ หัวคู

วิศวะกรจากการเคหะ กำลังเตรียมการ"กาลักน้ำ"

จากพื้นที่ใกล้เคียง

ได้เวลาที่เด็กๆในชุมชนที่จะมีโอกาสทำนา โดยวิธีการดำทีละต้น

ขอบคุณ อ.กฤตณ์ที่ทำหน้าที่เป็น"ครู"ที่ดีของเด็กและชาวบ้านที่นี่

อาจารย์มนตรี ยิ้มร่าดีใจจะได้ทำการปักดำร่วมกับชุมชนและขบวนการฟันน้ำนม

ผมก็จะตามลงไปดำนำแหน่

แต่ที่แน่ๆก็เป็นการดำนาแบบใหม่ครั้งแรกในชีวิต

เพราะแต่ใหนแต่ไรมาพ่อแม่เคยสอนดำนาแบบ 2-3 ต้นกล้ามาตลอดซอดปัจจุบัน

การสาธิต บอกกล่าววิธีดำนาแบบ"ต้นเดียว"

หนุ่มเบนซ์วัยเตาะแตะ ก็ลงมาช่วยดำนา ปลูกฝังความคิดดีๆก็ต้องเริ่มจากวัยนี้

เพราะเมื่อถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว ผมก็เคยอ่านอยู่เด๊หล่ะ

ถ้าผลการปักดำแบบนี้ได้ผลมีรวงข้าวให้เห็น"มากกว่า" ถือเป็นนวัตกรรมการปักดำแบบใหม่

การดำนาทั่วไปต้องเปลี่ยนไป๋ เป็นแน่แท้

แต่จะมีสักกี่ชุมชนในประเทศไทยที่ยังรักษาการปักดำโดย"คนในชุมชน"อยู่

เพราะมองไปในทุ่งที่ใหนก็มีแต่นาหว่านกันหมดแล้วเพราะมีเนื้อที่เยอะครับ

จะไม่หว่านได้อย่างไร นาใช้รถไถทีละทุ่งกว้างๆใครจะดำกับ"เอ็ง"!!

ผมนึกตาม ต้องมีคนบอกเยี่ยงนี้อย่างแน่นอน ที่นี่ต้องปรับเจียมตัว

แต่วันนี้ได้พิสูจน์กับตัวเองว่าปักดำนาแบบนี้ ต้นกล้าเล็กๆดำทีละต้น"ทำได้"

ถ้ามีที่ดินจำกัดสำหรับคนที่ไม่มีที่ดินมากมายเป็นสิบเป็นร้อยไร่พันไร่หมื่นไร่

เลยผุดขึ้นในหัวในใจ"ลองรัฐบาลให้"ครัวเรือนละ 1 ไร่"ไปบริหารจัดพื้นที่แบบนี้นะ

มีมาตรการกลไกหนุนเสริมต่างๆเช่น หาพื้นที่ว่างๆ งบประมาณ ฯลฯ

รัฐจะสนับสนุนคนเมืองรุ่นใหม่ที่จะกลับใจไปอยู่ท้องทุ่ง..ผมว่ามีคนผงกหัว หงึกๆ

แม่นบ่ หำน้อย..?

เด็กๆพวกนี้ก็จะได้มีดินพร้อมผักผลไม้และระบบวิธีคิดแบบพอเพียงว่ามั๊ยครับ

ผมจึงจำกัดความหมายความสุขสีเขียวไร่เดียวพอเพียงทั้งแผ่นดิน

ดีมั๊ยมั๊ยครับพี่น้อง!!

พี่น้องเอาแล้ว ฝ่ายนโยบายจะเอาด้วยหรือเปล่าเล่า พุธโธ่ พูดไป!!

รอต้นกล้าเติบโตและออกรวงก่อนเถิดนายจะได้เห็นประจักษ์

ว่านาแปลงเล็กๆแค่นี้จะได้สักเกวียนสักถุงป่านถุงปุ๋ยหนอ ปุ๋ยที่ว่าเป็นอินทรีย์หาใช่เคมีครับ

ผู้บริหารและปลัดอบต.อบต.พระยาบันลือ ใจดีมีงบเทพื้นปูนเป็นลานอเนกประสงค์ให้ชุมชน

เด็กๆได้เล่นกีฬานานาชนิด เพื่อสุขภาพและพบปะกิจกรรมอื่นๆของชาวบ้านอย่างเป็นระเบียบ

 บ้านเล็กกลางทุ่งอยุธยาน่าอยู่ครับ ร่มรื่นดีกว่าอยู่กล่องบนตึกเป็นใหนๆ

ไม่ต้องพึ่งแอร์คอนฯแต่นอนแคร่แลลมแลตะวัน

 จุดสีฟ้านั้นผมตั้งชื่อว่า"BlueTube"เป็นจุดเริ่มของตาน้ำระบบท่อน้ำสีฟ้าที่ใต้ดินที่เชื่อมต่อกันทั้งหมู่บ้านชุมชน

ถ้า"กาลักน้ำ"มาได้ก็สบายทั้งหมู่บ้านเลยทีเดียวครับพี่น้อง

 ขอบคุณพี่คนเก่ง

หญิงแกร่งเสาหลักแห่งหมู่บ้านนี้ที่เป็นแรงหลักของชุมชน

ตอนเย็นย่ำเราท่านก็ยังต้องมาประชุมเป็นเนืองนิตย์เพื่อสรุปงานเตรียมวางแผนกิจกรรม

เพื่อผ้าป่า"โซล่าเซลล์"เพื่อจัดการน้ำชุมชนอย่างยั่งยืน

ขอเชิญเราท่านมาทำบุญด้วยกันผ่านบล็อกนะครับ ช่วงประมาณกลางเดือนสิงหาคมนี้

ปัญหาทุกปัญหาจะหาทางออกได้หากร่วมกันทำ แก้นำมาถกนำมาสนทนากัน

ถ้าไม่แก้จะอึมครึมครับเหมือนบ้านเมืองเราบางช่วงบางตอนทำอะไรก็"ไม่ส่วง"

หรือไม่โล่งคอโล่งใจ

 

 ไม่ใช่แค่ปัญหาแหล่งน้ำหรอกครับอื่นๆอีกเยอะ เพียงแต่ว่าเราจะ"ใจมั๊ย"

ที่จะเกี่ยวแขนเดินทางสายกลางเพื่อการพัฒนา"ความสุขสีเขียว"นำกัน

ขอบคุณ Youtube 

 เพลง กลับมาทำไม จาก ภาพยนตร์ แหยม ยโสธร

https://www.youtube.com/watch?v=VIjZEKzf_x8

.

.

จนกว่าจะพบกันใหม่

เพราะเราท่านคือเพื่อนประชาชน

เสี่ยวไทบ้าน

สวัสดีครับ

 

โดย ไทบ้าน

 

กลับไปที่ www.oknation.net