วันที่ อังคาร มิถุนายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความสำคัญของคนไม่มีชื่อเสียง


การคำนึงถึงองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นสิ่งดีงาม

เช้ามืดวันนั้น ณ สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่นัดหมาย มีคนจำนวนหนึ่งมารวมตัวกัน จะว่ามากก็มาก จะว่าไม่มากก็ว่าได้ แม้มีจุดเหมือนคือการมาร่วมงานเดียวกัน การวิ่งการกุศล แต่ก็มีความต่างๆ นานาอยู่ในระหว่างนั้น

แน่นอนว่าฉันเป็นหนึ่งในนั้น และฉันก็แตกต่างจากคนอื่น  มองไปรอบกายบางคนมาเป็นหมู่คณะ บ้างก็มาเป็นครอบครัว บางคนกำลังอบอุ่นร่างกายตามหลักวิชาการ จากบนลงล่าง หมุน บิด และยืด เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกกำลังกายอันหนัก

บางคนซ้อมวิ่งโลดแล่นไปมา คึกคักราวกับไม่ใช่คนเพิ่งตื่น เหมือนกระหายอย่างเต็มที่ และรอเวลาแทบไม่ไหว  แต่บางคนก็เดินไปเดินมา เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ราวกับว่ากลัวแรงจะหมดเสียก่อนที่จะออกสู่ท้องถนน

การรวมตัวก่อนเริ่มแข่งขัน หลายคนพยายามแย่งชิงจับจองพื้นที่ตำแหน่งหลังเส้น  คำพูดของการกล่าวรายงานแทบจะไม่มีความหมายในการรับรู้ของคนเหล่านั้น เมื่อถึงขั้นของการกล่าวเปิดโดยประธานผู้ทรงเกียรติและสูงด้วยยศศักดิ์  เป็นเพียงสิ่งบอกว่าใกล้ปล่อยตัวแล้ว แม้การกล่าวเปิดจะอุดมไปด้วยคำพูดที่สวยงามเพียงใด ก็ไม่อาจแทรกเข้าไปเป็นความทรงจำ

ในเวลานั้นมีความแตกต่างของโซนด้านหน้าหลังเส้นสตาร์ท ที่ทุกคนดูมุ่งมั่นและพร้อมทีจะทะยานออกไป ดีกรีความมุ่งมั่นค่อยลดเป็นลำดับ อย่างเบาบางลง เมื่อห่างเส้นนั้นออกมา  ยิ่งห่างออกมามากยิ่งเห็นความผ่อนคลายและสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแบบสบายๆ พื้นที่แนวหลังดูมีความสุขกว่ามากจริงๆ

เมื่อสัญญาณมา คนแถวหน้าพุ่งทะยานสับขาห่างหายออกไป คนแนวหลังเพิ่งเคลื่อนตัว ค่อยๆ ผ่านเส้นนั้นออกมา  กว่าคนสุดท้ายจะผ่านพ้นก็ปาเข้าไปเกือบสิบนาทีแล้ว

กิจกรรมนี้แม้ทำในเวลาเช้าตรู่ของวันหยุด แต่ก็ทำให้รถติดไม่น้อย ขบวนนักวิ่งแห่งท้องถนนค่อยๆ เคลื่อนแถวยาวเหยียดผ่านไป ท่ามกลางสายตาจับจ้องของคนบนรถ ที่คงจะมีทั้งชื่นชมและหงุดหงิด

เพิ่งมารู้ทีหลังว่าโซนหลังเส้นนั้น เป็นพื้นที่ของนักวิ่งมีสังกัด มาในนามชมรมอะไรๆ อย่างนั้น ซึ่งฉันว่ามันน่าจะเป็นความแปรของคำว่า วิ่งการกุศล  เนื่องจากมีสภาพเป็นนักล่ารางวัลมากกว่า

เมื่อฉัน(ซึ่งอยู่แนวหลังและกว่าจะผ่านแนวเส้นมาได้) วิ่งอย่างช้าๆ มายังไม่ทันได้สามหรือสี่กิโลเมตร  เมื่อมีหลายคนทยอยกับแซงฉันขึ้นไป  ก็มีคนวิ่งสวนย้อนกลับมาเสียแล้ว  พวกเขาวิ่งเหมือนม้า ดูไม่ได้มีความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าแต่อย่างใดเลย  พวกเขาคงกลับไปถึงเส้นชัย อาบน้ำ และกินโจ๊กได้สักชาม ก่อนที่ฉันจะกลับมาถึง  และเขาเหล่านั้นจะได้รับการเชิดชู ประกาศชื่อขึ้นรับรางวัล

แต่ฉันก็อยู่ในกลุ่มคนส่วนใหญ่ คนส่วนใหญ่ที่มาด้วยอารมณ์ของการวิ่งการกุศลอย่างแท้จริง  ความรู้สึกที่แท้จริงของคนส่วนใหญ่สะท้อนออกมาด้วยคำถามว่า จะวิ่งครบไหม มากกว่าจะได้รางวัลไหม

บางทีคิดๆ ไปเราก็อยากรู้ว่า ถ้ากิจกรรมนี้มีแต่เฉพาะนักวิ่งล่ารางวัล หรือเจ้าถนนมีสังกัด  มันจะมีจำนวนกี่คน ถ้าไม่มีผู้คนที่ไม่มีชื่อเสียง เข้าร่วมจำนวนมาก บรรยากาศจะเป็นอย่างไร ยังคงประกาศได้ถึงการเป็นการวิ่งการกุศลอยู่หรือไม่

ไม่ว่าจะกระทำสิ่งใด ควรให้ความสำคัญต่อคนที่ไม่ได้ถูกประกาศชื่อด้วยตามสมควร.

โดย พนัง_บางกง

 

กลับไปที่ www.oknation.net