วันที่ พุธ กรกฎาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทำไมคนไทยยิ่งเรียน-ยิ่งโง่ ก็เพียงเพราะ..ความเป็นอื่น(The Otherness)


 

มีประเด็นข่าวใหญ่ที่ธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งรับสมัครงานแล้วไประบุรับเฉพาะบุคคลที่วุฒิการศึกษารับปริญญาตรีที่จบการศึกษาจาก 14 สถาบันการศึกษาเท่านั้น (ตามรายชื่อในภาพประกอบ) ซึ่งเป็นการกำหนดคุณสมบัติเฉพาะบุคคลในการเข้าทำงาน จนเกิดเป็นการสร้างความไม่ยุติธรรม สร้างความจงเกลียดจงชังให้เกิดขึ้นใน "ความเป็นคนอื่น"  ไม่ใช่บุคคลที่องค์การต้องการรับเข้ามาทำงาน 

จนเกิดเป็นกระแสต่อต้านธนาคารแห่งนั้น!!!

 


 

เรื่องนี้ ผู้เขียน (จขบ.)จึงต้องพิจารณาในรายละเอียดในแง่มมุมของสังคมและวัฒนธรรมของสังคมไทย

คนไทยไม่ค่อยรู้จักคำว่า "ความเป็นอื่น" (the otherness) แต่ก็เห็นได้จากมีการเลือกปฏิบัติ หรือไม่ปฏิบัติกับคนที่ไม่ใช่พวกเดียวกันกับพวกตัวเอง และทำกันจนเคยชิน  เช่น การเลือกรับคนเข้าทำงานเพราะสถาบันเดียวกับตนเอง เป็นการแบ่งแยกพวกตัวเองและพวกคนอื่นๆ

สังคมไทยมีการเลือกปฏิบัติใน"ความเป็นอื่น" (the otherness) มีการไม่เลือกพวกเขา แต่เลือกพวกเรา เพราะปฏิเสธพวกเขา-ยึดมั่นเอาพวกเรา ตัวกู-พวกกู ตัวแก-พวกแก .... ตัวกู-ของกู-----จนเกิดเป็นข้อจำกัดของการพัฒนาสังคมให้เจริญก้าวหน้า กลายเป็นความโง่ดักดานของผู้ปฏิบัติเช่นนั้น  คิดว่าพวกตัวเองฉลาดอยู่แต่ฝ่ายเดียว  แต่แท้จริงคือยิ่งเรียนมากก็ยิ่งโง่หนักเข้าไปอีก

การมีอยู่ของคนเหนือ คนอีสาน คนภาคกลาง คนภาคใต้ คนชายแดน คนชายขอบ ชนกลุ่มน้อย ลูกจีน ลูกอีสาน ลูกชาวนา ลูกชาวไร่ ลูกชาวเขาลูกชาวเล ... ฯลฯ
หรือแม้แต่..คนจบมหาลัยรัฐ มหาลัยเอกชน เป็นต้น
นี่ก็คือการมีอยู่ของ "ความเป็นอื่น" (the otherness) ที่เกิดขึ้นจริงในสังคมที่ยังโง่เขลาเบาปัญญานั้น

 


 

“ความสัมพันธ์ทางอำนาจในวัฒนธรรมแบบที่อ่อนแอแบบนี้จะใช้ความรู้ชุดหนึ่ง เพื่อสร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาชุดหนึ่ง ที่ระบบสังคมสร้างขึ้นมา สร้างตำแหน่งแห่งที่ (places) หรือสร้างความเป็นสถาบัน ก็สร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาชุดหนึ่ง
เช่นเดียวกันกับการจัดประเภทและความสำคัญ ระบอบการเหยียดสีผิวในประเทศแอฟริกาใต้ ก็เกิดจากกฎเกณฑ์ชุดหนึ่ง ที่มองว่าคนผิวสีมีสติปัญญาต่ำกว่า มีความเป็นมาและประวัติศาสตร์ที่ด้อยกว่า และเคยเป็นทาสมาก่อน ซึ่งความรู้สึกเดิมที่เป็นทาสอันเป็นผลมาจากพัฒนาการจากประวัติศาสตร์เชื้อชาติ
คนผิวขาวจึงใช้ความรู้ชุดหนึ่งขึ้นมาเพื่อตัดสิน และกีดกันคนผิวสีออกจากสังคมไปสู่ชายขอบ หรือ สร้างความเป็นอื่นให้กับพวกเขา ทั้งที่ระบอบการเหยียดสีผิว เรียกว่าเป็นมายาคติอีกชุดหนึ่งที่มนุษย์ชนนั้นสร้างขึ้นมาเพื่อกีดกันมนุษย์ด้วยกันเอง

ประเทศแอฟริกาใต้จึงเกิดการเหยียดผิวสี และต่อสู้รบราฆ่าฟันกันมาเป็นทศวรรษ

 


(ภาพประกอบ การโพสต์ท่าแสดงกิริยามารยาทของพนักงานธนาคารแห่งหนึ่งในประเทศไทย)

 

เรื่องการเลือกปฏิบัติเพราะ"ความเป็นอื่น" (the otherness) นี้มีอยู่จริง มีการปฏิเสธสถาบัน มีการสร้างสถาบันนิยม หรือแม้แต่ความรู้สึกเป็น"ภูมิภาคนิยม"

หรือแม้แต่การสร้างความรังเกียจคนภาคใต้  รังเกียจคนอีสาณ และการรังเกียจคนสามจังหวัดชายแดนใต้ จนถึงขนาดว่า มีธนาคารพาณิชย์บางแห่งพุ่งเป้า (scope) ประเด็นในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อหากแม้ว่า  บ้านเลขที่ผู้ขอกู้เงินมาจากรหัสไปรษณีย์ขึ้นต้นด้วย 94 95 96 (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) เช่นเดียวกับไม่ใช่คนที่มีรหัสเลขประตำตัว 13 หลักนั้นก็ปฏิเสธและสร้างเงื่อนไขต่อการพิจารณาสินเชื่อด้วยดอกเบี้ยในอัตราสูงลิ่ว 

เช่นเดียวกับองค์กรบางแห่งไม่ยอมรับนักศึกษาที่จบมาจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าทำงาน !!

นี่คือความเจ็บช้ำของ "คนชายขอบ" ที่ถูกเลือกปฏิบัติเพียงเพราะ "ความเป็นคนอื่น" ที่ไม่ใช่ "คนอย่างพวกเรา"

 

มีใครกล้าปฏิเสธเรื่องนี้ว่าไม่มีอยู่จริงในสังคมไทยได้บ้าง  แต่ถ้าหากอีกฝ่ายหนึ่งโต้ตอบกลับคืน เช่นเดียวกับที่คนผิวสีดำโต้ตอบคนผิวขาวในประเทศแอฟริกาใต้ ประเทศชาติก็พินาศลงได้ !!!

ลองว่า ถ้าหาก มหาวิทยาลัยนอกเหนือ 14 แห่งนั่น ไม่เฉพาะแต่ มรภ. มทร. ได้เลือกปฏิบัติต่อ ธ.ไทยพาณิชย์ แห่กันไปถอนเงินจาก ธ. ไทยพาณิชย์ดูบ้างล่ะ ....?

 


 

สังคมไทยจะเกิดอะไรขึ้น เลือกปฏิบัติ หรือไม่เลือกปฏิบัติแล้วได้อะไร..?
หากพวกเขาเลือกปฏิบัติด้วยมาตราการตอบโต้เอาค้น เบื้องต้น ธ.ไทยพาณิชย์ก็เจ๊งได้ครับ 

  
เพียงเพราะใครทำ(ก่อน)..?   เพราะคนที่คิดว่าตนเองฉลาดกว่า มีศักดิ์ศรีเหนือกว่าคนอื่น.....ใช่หรือไม่?

นี่แหละที่มีคนกล่าวว่า ทำไมคนไทยยิ่งเรียน จึงยิ่งโง่ เพราะเหตุนี้นี่เอง

………………………………………………..

 

อ้างอิง: https://www.gotoknow.org/posts/587493

 

โดย NN1234

 

กลับไปที่ www.oknation.net