วันที่ เสาร์ กรกฎาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไอ้สากหัก


 

 

................................................................................................... เร่งบรรเลงเพลงครัว      รัวสากครก

................................................................................................... โขลกเป๊กโป๊กดังกองศึก รุกหิวโหม

................................................................................................... ข่าตะไคร้พริกกระเทียม     ใส่จู่โจม

................................................................................................... กะปิโถมโขลกซ้ำ            ย้ำโอชา

................................................................................................... อันเชิงครัวใช่เพียงหญิง    งามจวัก

................................................................................................... ชายก็หนักเชิงชั้น         มิน้อยหน้า

................................................................................................... จะเผ็ดเปรี้ยวคาวหวาน   เร่งบอกมา

.................................................................................................... ชาติอาชาคะนองครัว        จะรี่โรม

 

 

..... สัปดาห์ก่อน .. ได้รับของฝากจากคุณเพื่อนบ้านใจดี เป็นเห็ดนางรมหลวง (เห็ดออรินจิ) ห่อใหญ่  นั่งคิดอยู่นาน

ว่าจะนำเธอ (ก็ชื่อมีคำว่า “นาง” นี่นะ ถือว่าเป็นเพศหญิงไปเลยก็แล้วกันครับ) ไปทำอะไรกินดี   เพราะปกติเห็ดชนิดนี้

ผมจะนำมาปรุงอาหารในฐานะหนึ่งในสารพัดผักที่ใส่รวมไว้ในราดหน้า ผัดซีอิ้ว หรือกะเพาะปลาเท่านั้น     ไม่เคยปรุง

เป็นอาหารโดยมีเธอเป็นนางเอกชูโรงซักที

 

 

..... ตอนแรกว่าจะลองเอามาผัดน้ำมันหอยดู    แต่ยังลังเลพะวงว่าจะทำอย่างไรไม่ให้กลิ่นเห็ดขึ้นมามากเกินไป พอดี

นึกขึ้นได้ว่ายังมีชะอมที่ซื้อมาทำชะอมไข่เมื่อวันก่อนเหลืออยู่นี่นา   กะทิ เนื้อหมู ข่า ตะไคร้ ก็ยังมีพร้อมเป็นกำลังพล

สำรองอยู่ในตู้เย็น ไม่ต้องออกไปตลาดหาซื้อให้เสียเวลา



..... พอความคิดมาน้ำลายก็เริ่มหก    รีบจัดแจงยกครกออกมา ซอยข่า ตะไคร้ ฝานผิวมะกรูด ปอกกระเทียม ล้างพริก

แห้ง ควักกะปิออกมาไว้ 1 ช้อน ก่อนนั่งโขลกออกมาเป็นเครื่องแกงเผ็ด        จากนั้นจัดการหั่นเห็ด เด็ดชะอม เตรียม

เนรมิตเห็ดนางรมหลวง ให้กลายเป็น  ‘แกงเห็ดนางรมหลวง’  มันซะเลย  (ไม่ต้องง้อเห็ดเผาะที่ปีนี้ราคาแพงเกิน

ทำใจซื้อหามากินไหว)    ใช้เวลาโป๊งเป๊งโครมครามอยู่ในครัวอยู่อีกพัก    ไม่นานก็ทำเสร็จออกมาหน้าตาดูดีไม่ขี้เหล่

รสชาติไม่เลว ได้ความเหนียวนุ่มของเห็ดนางรมหลวงมาแทนที่ความกรุบมันของเห็ดเผาะ


..... ไม่เสียทีที่เป็นศิษย์ก้นครัวของอาจารย์พ่อมาตั้งแต่เด็กเหมือนกันวุ้ยเรา ...



..... ในความเป็นครอบครัวข้าราชการชั้นผู้น้อย    กิจกรรมที่ร่วมกันทำภายในครอบครัวในวัยเด็กของผม จึงไม่ใช่เรื่อง

ของการท่องเที่ยวพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์    แต่เป็นการเตรียมอาหารสำหรับมื้อเย็นของทุกวัน   โดยมีคุณพ่อรับ

หน้าที่พ่อครัวใหญ่  ส่วนผมกํบน้องสาวคอยเป็นลูกมือช่วยล้างผัก เด็ดผัก ตามแต่พ่อครัวใหญ่จะมีคำสั่ง ซึ่งกับเด็กวัย

ห่วงเล่นอย่างผมในตอนนั้นบอกได้เลยว่าเป็นอะไรที่น่าเบื่อมาก   ยิ่งวันไหนจะต้องโขลกเครื่องแกง โดยเฉพาะเครื่อง

แกงเผ็ดที่มีส่วนผสมสายแข็งอย่างข่า ตะไคร้ ความน่าเบื่อก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า  เพราะมันหมายถึงว่าถ้าผมยังอยาก

ออกไปเล่น จำเป็นต้องสับสปีดการทิ่มครกให้เร็วขึ้นเต็มกำลังความสามารถ     มีอยู่ครั้งหนึ่งเคยทำความเร็วในการทิ่ม

ครกไว้เป็นสถิติ ที่พ่อกับแม่ยังคงเอามาพูดถึงจนถึงทุกวันนี้ ด้วยความเร็วเฉลี่ยเป็นคำอุทานว่า ...


..... “อิ๊บอ๋ายแอ๊ววว !!! สากหัก !! .......... ”



..... ผมเองก็ไม่คิดมาก่อนเหมือนกันครับว่า ประสบการณ์ความน่าเบื่อในวันนั้น  จะมอบพื้นฐานการทำอาหารเอาไว้ให้

ในวันนี้     เพราะตั้งแต่เด็กจนโต พ่อไม่เคยบอกผมเลยว่าถ้าจะทำอาหารแบบนั้นแบบนี้ต้องมีวัตถุดิบอะไรบ้าง ต้องใช้

อะไรเท่าไหร่ เติมลงไปตอนไหน ทุกอย่างมาจากความทรงจำในการถูกใช้ให้ช่วยทำทั้งนั้น   ซึ่งตัวผมเองก็ไม่เคยรู้มา

ก่อนเลยว่าตัวเองทำได้ จนเมื่อได้มาลองทำ

 

 

..... เขียนถึงเรื่องนี้แล้วนึกถึงเพื่อนของผมหลายคน ที่เคยบ่นให้ผมฟังว่า       “ลูกทำอะไรไม่เป็นเลย พ่อแม่ต้องคอย

ทำให้ตลอด”   ซึ่งเกือบทั้งหมดของเพื่อนผมที่พูดแบบนั้น    ถ้าตัวเองก็ไม่ได้ทำเองเหมือนกัน ก็ทำเองโดยไม่เคยใช้

หรือเรียกลูกมาช่วยทำเลย

 

..... ผมเลยถือโอกาสนี้คุยข่มพวกมันไปซะเลยว่า ...


..... “ถ้าเครื่องแกงไม่เคยผ่านมือกูมาเป็นร้อยครก จนสากหักไป 1 อัน เพราะถูกใช้ให้ทำ   วันนี้กูจะทำกับข้าวให้พวก

มึงกินกันได้มั้ยล่ะ”

 

 

 

 

 

........................................................................................................................................ พรายพิลาศ

 

 

 

 

 

 

โดย พรายพิลาศ

 

กลับไปที่ www.oknation.net