วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

[ละครเวที] สดับลมขับขาน (Hear the Wind Sing) : เลือก หรือ ไม่เลือก?


 

นี่คือยุคสมัยที่ค้นหาประโยคสุดท้ายในเรื่องสั้น ชัต อะ ไฟนอล ดอร์ (Shut a Final Door)ของ ทรูแมน คาโพที (Truman Capote)ได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที ขณะที่ยังค้นหาความสงบในตัวเองเสมอผ่านสิ่งที่เรียกว่าสงคราม เผด็จการ ประชาธิปไตย โลกาภิวัตน์ ท้องถิ่นนิยม สิทธิมนุษยชน ความมั่นคงของฝ่ายปกครอง การฆ่าผู้นำทางการเมือง การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ การเรียกร้อง การต่อรอง การผลิต การตอบสนอง การกระทำต่างตอบแทน การถ้อยทีถ้อยอาศัย การอดทนอดกลั้น ความสะใจ ความสาแก่ใจ สันติ เสรี ฯลฯ สายลมเคลื่อนไหวบอกเล่าคำตอบอยู่ตลอดเวลา ผมอยู่ในบริเวณที่เพลง คืนความสุขให้ประเทศไทย และ บทเพลงของสามัญชน กำลังสนทนากัน ขณะที่เพลง โกลบาไลเซชั่น (Globalization)ของ เบรทท์ 5000 (Brett5000)เดินเข้ามาร่วมวง แล้วต่างฝ่ายต่างก็จ้องมองกันและกันในความเงียบที่ไม่เบา

ขณะที่สถานการณ์การค้นหาของยุคสมัยดำเนินไป ในเดือนกรกฎาคม ค.. 2015 ประเทศไทย กลุ่มละคร 206 performing troupe จากคณะดนตรีและการแสดง มหาวิทยาลัยบูรพา เดินทางจากจังหวัดชลบุรีไปยังกรุงเทพมหานคร จัดแสดงละครเวที สดับลมขับขาน (Hear the Wind Sing) ณ ทองหล่อ อาร์ต สเปซ (ถนนสุขุมวิท 55 ซอยทองหล่อ) บทละครเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากนวนิยายชื่อเรื่องเดียวกัน ผู้เขียนบทและกำกับการแสดงคือ อภิรักษ์ ชัยปัญหา การแสดงรอบแรกของละครเรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงค่ำของวันที่ 4 กรกฎาคม (4th of July)

ชาวญี่ปุ่นนามว่า ฮารูกิ มูราคามิ (Haruki Murakami: 村上 春樹)เขียนนวนิยายเรื่อง คะเซะ โนะ อูทะ โอะ คิเคะ (風の歌を聴け: kaze no uta o kike)อันเป็นนวนิยายเรื่องแรกของเขาและเป็นปฐมบทของไตรภาคแห่งมุสิก เผยแพร่ครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม ค.. 1979 ฉบับแปลเป็นภาษาไทยใช้ชื่อว่า สดับลมขับขาน เผยแพร่เมื่อ ค.. 2002 (หลังเหตุการณ์ก่อวินาศกรรม 11 กันยายน ค.. 2001) ผู้เล่าซึ่งไม่ปรากฏชื่อในนวนิยายแทนตัวเองว่า 'ผม' ได้รับการสมมติว่าอายุเฉียดใกล้ 30 ปี ในปี ค.. 1979 เขาเล่าถึงเหตุการณ์ที่อ้างอิงเวลาช่วง 18 วัน ระหว่างวันที่ 8 สิงหาคม ถึง 26 สิงหาคม ค.. 1970 เวลานั้นประเทศญี่ปุ่นอยู่ในฤดูร้อน ซึ่ง 8ปีก่อนหน้านั้นมีเหตุการณ์ลอบสังหารประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี และหากย้อนไปถึง ค.. 1949 ก็คือปีที่ผู้เขียนนวนิยายเรื่องนี้ถือกำเนิด(หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ 4 ปี)แต่ทว่า เมื่อเรื่องราวในนวนิยายได้รับการดัดแปลงและถ่ายทอดผ่านรูปแบบละครเวทีใน ค.. 2015 ณ กรุงเทพฯ ตัวเลขเหล่านี้ไม่ปรากฏ ความคลุมเครือต่างๆ ไม่ถูกทำให้ชัดเจน ตัวอักษรแทนคำว่าสงคราม () บนผนังหลังบาร์มีขนาดสูงใหญ่กว่าตัวละครที่สูงที่สุดในเรื่อง เก้าอี้หลากหลายรูปแบบที่ถูกหยิบไปใช้ในการแสดงผูกโยงอยู่กับความหมายสำคัญ แสงสีขาว สีน้ำเงิน และสีม่วง ซึ่งมีความหมายเฉพาะของมันปรากฏขึ้นในโรงละคร เป็นภาษาที่ไม่ปรากฏในรูปแบบหนังสือ และวัตถุประหลาดชิ้นหนึ่งห้อยลงมาจากเพดาน เพดานที่มีนัยสำคัญต่อทุกตัวละคร วัตถุดูคล้ายตาข่าย ตาข่ายนี้ชวนให้นึกถึงตาข่ายดักฝัน (dreamcatcher) สำนึกหนึ่งที่เชื่อเรื่องตาข่ายดักฝันว่าจะช่วยกรองความฝันให้เหลือแต่ฝันดีเท่านั้นมาสัมผัสตน ฝันดีคืออาหารเลี้ยงชีพของสำนึก เมื่อมันเป็นสัญลักษณ์ทางสังคม การร่วมมือกันเป็นฝันดี หากสำนึกก่อตัวขึ้นเป็นสายลมแห่งฝันร้ายเสียเอง ตาข่ายนั้นก็จะทำหน้าที่อย่างซื่อตรง กักสำนึกนั้นไว้ให้อยู่ในตาข่ายตลอดราตรีกาลและปล่อยให้สูญสลายไปเองเมื่อรุ่งสางมาเยือน สำนึกและวัตถุที่อ้างอิงสำนึกจึงดูคล้ายองค์ประกอบของทัศนคติ อุปมาคล้ายการมองดูภาพในกล้องคาไลโดสโคป (Kaleidoscope) อุปกรณ์ที่ทำให้เกิดภาพที่แปลกตา ภาพพิศวง หากดูได้ไม่นานก็ต้องวางลง สิ่งที่น่าสังเกตคือ ตาข่ายนั้นอยู่ใกล้ระเบียง พลันนึกถึงภาพถ่ายเพื่อการประชาสัมพันธ์ของละครเวทีเรื่องนี้ที่นักแสดงในเรื่องนำตาข่ายนั้นมาครอบศีรษะส่วนหน้า

ตัวละครพระ-นางในละครเพลงเรื่อง จันทร์เจ้าขา ที่โกโบริและอังศุมาลินนั่งชมในภาพยนตร์เรื่อง คู่กรรม(Sunset at Chaopraya) .. 2538 นั้นร้องที่ริมระเบียง ซึ่งแสดงการขับร้องนั้นโดยผู้หญิงทั้งคู่ (นันทิดา แก้วบัวสาย และศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์) ขณะที่เพลง จันทร์เจ้าขา ในละครเวทีเรื่อง สดับลมขับขาน เกิดขึ้นที่ริมระเบียง ขับร้องโดยตัวละครหนึ่งเดียวที่แต่งองค์ทรงเครื่องและแสดงจริตให้ดูเหมือนมีสองเพศในร่างเดียว (ผู้แสดงในรอบสื่อมวลชนคือ สัณห์ไชญ์ เอื้อศิลป์) เพลงนี้เป็นเพลงเอกในละครเพลงเรื่อง จันทร์เจ้าขา ฉบับ พ.. 2474 ละครที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเสรีภาพในการตัดสินใจ เมื่อเข้ามาอยู่ในละครเวที สดับลมขับขาน ก็ยังแฝงนัยถึงเสรีภาพในการตัดสินใจ สิ่งที่น่าสังเกตคือ ริมระเบียงในละครเวทีเรื่อง สดับลมขับขาน ดูเหมือนเป็นโครงสร้างย่อส่วนอย่างล้อไปกับริมระเบียงของ ทองหล่อ อาร์ต สเปซ ซึ่งเปิดหน้าไปทางทิศตะวันตก และไม่ต้องขึ้นย่อหน้าใหม่ ขณะที่อีกเพลงหนึ่ง นั่นคือ ด๊อนท์ ธิงค์ ทไวซ, อิส ออล ไรท์ (Don't Think Twice, It's All Right) เพลงที่เขียนโดย บ๊อบ ดีแลน (Bob Dylan) อยู่หน้าบี (B-side) ในแผ่นเดียวกับเพลง โบลวิ่น อิน เดอะ วินด์ (Blowin' in the Wind) ออกจำหน่ายใน ค.. 1963 ได้รับการนำมาเรียบเรียงใหม่ให้เป็นเพลงหลัก (Theme) ของละครเวทีเรื่อง สดับลมขับขาน เพลงนี้มีนัยสำคัญ อย่างน้อยที่สุดได้ก่อให้เกิดคำถามว่า เหตุใดจึงไม่เป็นเพลง โบลวิ่น อิน เดอะ วินด์ คำตอบของคำถามนี้อาจอยู่ที่ไหนสักแห่ง ในสายลม ในประโยคแรกของเพลง ด๊อนท์ ธิงค์ ทไวซ, อิส ออล ไรท์ หรือในบรรทัดสุดท้ายในเรื่องสั้น ชัต อะ ไฟนอล ดอร์ 

 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับละครเวที สดับลมขับขาน http://on.fb.me/1RfBCYk

โดย respiration

 

กลับไปที่ www.oknation.net