วันที่ อังคาร กรกฎาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นั่งรถไฟเที่ยวกันดีกว่า


ในวันอาทิตย์ที่อากาศค่อนข้างอบอ้าว กำลังเบื่อๆ ว่าวันนี้เราจะทำกิจกรรมวันหยุดอะไรกันดี

"ไปนั่งรถไฟเที่ยวกันมั้ย" เป็นคำถามของคุณสามีที่ทำลายความรู้สึกเบื่อๆของฉันลงไปในทันที

มันเป็นความคิดที่ดีทีเดียว เราไม่ได้นั่งรถไฟเที่ยวกันมานานมากแล้วนี่นะ

"ไปสิ ไปไหนกันดีล่ะ"

"ไปเที่ยวพระปฐมเจดีย์กัน"

"ตกลงค่ะ"

และการท่องเที่ยวแบบบ้านๆ ในบรรยากาศสบายๆ ก็เริ่มขึ้นในตอนบ่ายวันนั้นเอง

   

เราสองคนขับรถไปจอดที่แถวๆ สถานีรถไฟศาลายา (เพราะบ้านอยู่แถวพุทธมณฑลสาย 5)

จากนั้นก็ไปซื้อตั๋วรถไฟ กำลังจะถามเจ้าหน้าที่ว่า 2 คนกี่บาทคะ เจ้าหน้าที่ยื่นตั๋วให้พร้อมบอกว่า "ฟรีครับ"

แหม...มันช่างดีอะไรอย่างนี้นะ เรายังไม่เคยได้ขึ้นรถไฟฟรีเลยตั้งแต่มีนโยบายนี้

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของเราที่จะได้ใช้บริการแล้วสินะ ตื่นเต้นจัง ^_^

 

เราสองคนนั่งชมทิวทัศน์สองข้างทางไปเรื่อยๆ ดูผู้คน ดูบ้านเรื่อน ดูสวน ดูนา ที่อยู่ตลอดริมทางรถไฟ

 นานๆ ทีก็เปลี่ยนมาดูผู้คนในรถไฟบ้าง ดูเด็กที่นั่งหลับอยู่บนเก้าอี้ตัวข้างๆ ดูคุณป้าที่มองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง

รถหวานเย็นที่เรานั่งจอดทุกป้ายประมาณ 4-5 สถานี

  

ไม่กี่อึดใจ เราก็มาถึงจุดหมายปลายทาง "สถานีรถไฟนครปฐม"

ที่นี่เราเห็นนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมาคอยใช้บริการของการรถไฟอยู่หลายคน

แม้แต่การประกาศของเจ้าหน้าที่ที่สถานีนี้ ก็มีภาษาอังกฤษประกอบด้วย

  

ออกจากสถานีเดินไปอีกนิดเดียวไม่ทันเมื่อย ก็ถึง "วัดพระปฐมเจดีย์"

เราสองคนเข้าไปกราบนมัสการ "พระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ธรรโมภาส มหาวชิราวุธปูชนียบพิตร"

หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า "พระร่วงโรจนฤทธิ์"

จากนั้นก็เดินเที่ยวชมบรรยากาศร่มรื่นรอบๆ ตัวองค์พระปฐมเจดีย์

วันนี้อากาศค่อนข้างเป็นใจ ถึงแม้จะร้อนบ้างแต่ไม่มาก เพราะเมฆเยอะไม่ค่อยมีแดด

     

"ไปพระราชวังสนามจันทร์กันเถอะ" คุณสามีความคิดบรรเจิดชวนเที่ยวต่อ

แต่เราไม่ได้เอารถยนต์ส่วนตัวมาจะไปกันยังไง และฉันก็ใส่กางเกงขาสั้น ไม่เหมาะสมที่จะเข้าชมพระราชวัง

เลยเดินไปถามคนแถวๆ ตลาด ก็ได้รับคำแนะนำให้เราไปมอเตอร์ไซด์รับจ้าง พี่วินก็ใจดี บอกว่า 2 คน 50 บาท

ส่วนขากลับเดี๋ยวไปรับ เที่ยวเสร็จแล้วโทรเรียกได้เลย

เรื่องกางเกงขาสั้น ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะบริเวณหน้าป้อมจำหน่ายตั๋วเข้าชมพระราชวังมีโสร่งขายผืนละ 70 บาท

 

 

เราไปถึงเกือบสี่โมงเย็นซึ่งใกล้เวลาปิดพระตำหนักต่างๆ จึงต้องรีบเดินดู แต่ถึงจะรีบยังไง

เจ้าหน้าที่ที่ประจำแต่ละห้อง ก็คอยอธิบายให้ข้อมูลอย่างดี

  

ได้เวลากลับ ดูตารางรถไฟว่าจะมาถึงสถานีนครปฐมประมาณ ห้าโมงกว่า ก็เลยรีบไปขอออกตั๋ว

แต่ทางเจ้าหน้าที่บอกว่า รถไฟจะมาถึงประมาณหนึ่งทุ่ม ให้มาขอตั๋วประมาณหกโมงเย็น

"อ้าว! ไหงเป็นงั้น" ไม่เป็นไร ทุ่มนึงก็ทุ่มนึง เราจึงออกไปเดินเที่ยวแถวถนนคนเดินก่อนเป็นการฆ่าเวลา

พอได้เวลาหกโมง ก็มาออกตั๋ว และนั่งรอรถไฟอยู่ที่สถานี

 

พอถึงเวลาหนึ่งทุ่ม ได้ยินเสียงประกาศจากเจ้าหน้าที่ว่า รถไฟจะมาถึงประมาณสองทุ่มยี่สิบ

ตายละหว่า! นี่ต้องนั่งรออีกเป็นชั่วโมงเหรอเนี่ย แผนที่วางไว้ในใจว่าจะไปแวะ

กินอาหารอร่อยๆ ที่เซ็นทรัลศาลายาก็อาจจะต้องมีอันยกเลิกไปน่ะสิ เอาไงดี

 

เราจึงตัดสินใจ หาแผน 2 คือรถประจำทาง ถามคนแถวนนั้นจนในที่สุดได้ขึ้นรถประจำทางปรับอากาศสาย 997

ค่าใช้จ่ายคนละ 35 บาท รถแอร์เย็นๆ นั่งสบาย ถือว่าไม่แพงเลย

รถออกทุ่มครึ่งตรงเวลาเป๊ะ ไปลงแถว ม.มหิดล แล้วก็นั่งแท็กซี่ต่ออีก 40 บาทไปสถานีรถไฟศาลายาเพื่อไปเอารถที่จอดไว้

สามทุ่มไปถึงเซ็นทรัลศาลายา เราสองคนรีบวิ่งไปยังร้านอาหารที่ตั้งใจไว้แบบวัดดวง ว่าจะยังเปิดอยู่มั้ย

แต่ก็ต้องผิดหวัง ร้านปิดซะแล้ว มื้ออาหารเย็นของเราจึงจบที่ KFC

 

การท่องเที่ยวแบบไม่ได้ขับรถไปเอง ที่ต้องพึ่งพาขนส่งสาธารณะก็สนุกไปอีกแบบ

บางอย่างเราไม่สามารถกำหนดได้ดั่งใจเหมือนเวลาเอารถไปเอง ก็ต้องหาทางแก้ปัญหากันไป

ทำให้เราได้พูดคุยกับคนท้องถิ่นมากขึ้นเพื่อสอบถามข้อมูลเส้นทางต่างๆ

และก็ทำให้รู้ว่า รถไฟฟรี ก็ดีนะ ทำให้เราได้มีโอกาสมองเห็นบ้านเรื่อนและวิถีชีวิตคนอื่นๆ มากขึ้น

ถึงแม้จะไม่ค่อยจะตรงเวลาไปบ้าง แต่ก็.. "ฟรี" นะ ไม่ว่ากัน ^_^

 

 ...................................

โดย น้องอร

 

กลับไปที่ www.oknation.net