วันที่ พุธ กรกฎาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เปิด...แถลงการณ์คัดค้านร่างพ.ร.บ.เปิดป่า-ค้าสัตว์


 


พรบ. ส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าฉบับร่าง ...
มีหลายประเด็นที่เห็นว่าไม่ได้เป็นเรื่องของการอนุรักษ์ แต่ออกแนวทำลายเสียมากกว่า
เช่น เปิดพื้นที่ให้มีการเข้ามาแสวงหาประโยชน์จากป่าอนุรักษ์ ให้อำนาจหัวหน้าอุทยานฯมากเกินไป เปิดช่องให้มีการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า ฯลฯ 

ในประเด็นนี้ ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นนักนิยมไพรมาหลายสิบปี อดวิตกกังวลไม่ได้
คำว่าส่งเสริมการอนุรักษ์ ตามความเข้าใจของผู้เขียนที่มีประสบการณ์กับหน่วยงานของกรมอุทยานฯนั้น
คงไม่พ้นไปจากการหมายถึงอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง
อ้างว่าเพื่ออนุรักษ์ เพราะปล่อยให้ล่าจนประชากรในธรรมชาติลดลง
หวังเพิ่มจำนวนสัตว์นั้นๆผ่านทางการค้ากลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจ
ทว่าในข้อเท็จจริง มีหลายเคสที่มีการอนุญาตให้สัตว์ป่าสงวนสามารถเพาะพันธ์ได้หวังลดการล่า
แต่กลายเป็นว่าการล่าไม่ได้ลดจำวนลง ยังจับกันโครมๆ
สัตว์ป่าที่เพาะพันธ์ได้ ไม่ซื้อกันหรอก ถึงมีก็จำนวนน้อย เพราะมีราคาแพง
สู้จับจากธรรมชาติมาขาย มาสวมตอต่อไม่ได้ กำไรเห็น ๆ 

ดูสถานการณ์นกปรอดหัวโขนเป็นตัวอย่าง แล้วตามด้วยตัวล่าสุดอย่าง นกกางเขนดง
ส่งเสริมให้เลี้ยงกันได้โดยไม่สนใจว่านกจะอยู่ในกรงหรือธรรมชาติ ใช่ไหมครับ ขอให้มันยังมีชีวิตอยู่เป็นพอ
จะเอาป่าเอาสัตว์ป่ามาแปลงเป็นสินค้าเป็นทุนขายกัน อ้างคำอนุรักษ์เรื่อยเปื่อย ...
ร่างกม.นี้ส่งเสริมให้ค้าสัตว์ป่าได้จะเป็นการเร่งการล่าสัตว์มากขึ้นเหตุล่าเพื่อค้าง่าย ต้นทุนต่ำกว่าเพาะเลี้ยง 

เจตนารมณ์ของกฎหมายต้องเป็นการอนุรักษ์สัตว์ป่าและป่าไม้
ไม่ใช่เอามาแสวงหารายได้ คิดแต่เรื่องเงินๆทองๆ....เป็นสิงที่ไม่ถูกต้อง

วิพากษ์กฎหมายเปิดป่า โดย อ.ศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
เสวนาวิชาการ “แก้ไขกฎหมายป่าไม้-สัตว์ป่า ประโยชน์เพื่อใคร?”

  

จากการที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ทำการปรับปรุงพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับดังกล่าวเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ทางกรมอุทยานฯ ได้ปรับปรุงและแก้ไขพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 เป็น “ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า พ.ศ. ....” ในส่วนของพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ยังคงชื่อเดิมไว้

อย่างไรก็ดี การแก้ไขกฎหมายทั้งสองฉบับได้เปลี่ยนแปลงหลักการและบิดเบือนเจตนารมณ์ในการคุ้มครอง อนุรักษ์ผืนป่าและสัตว์ป่าอย่างมีนัยยะสำคัญ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า พ.ศ. ....

1. เนื้อหาในร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าฯดังกล่าว ได้เปลี่ยนแปลงคำนิยามในการกำหนดพื้นที่ให้เป็น “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า” แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง กล่าวคือ จากความเดิมในมาตรา 33 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 “เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นสมควรกำหนดบริเวณที่ดินแห่งใดให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าอย่างปลอดภัยและรักษาไว้ซึ่งพันธุ์สัตว์ป่า ก็ให้กระทำได้โดยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกา และให้มีแผนที่แสดงแนวเขตแห่งบริเวณที่กำหนดนั้นแนบท้ายพระราชกฤษฎีกาด้วย บริเวณที่กำหนดนี้เรียกว่า “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า” เป็นเนื้อหาตามร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า ฯ มาตรา 41 ว.2 “เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าที่ดินแห่งใดมีสภาพธรรมชาติเป็นที่น่าสนใจ สมควรสงวนรักษาไว้ให้เป็นแหล่งคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นแหล่งต้นน้ำให้คงเดิมไว้ มิให้เปลี่ยนแปลง และให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติและนันทนาการของประชาชน ให้มีอำนาจกระทำได้โดยประกาศพระราชกฤษฎีกา และให้มีแผนที่แสดงแนวเขตแนบท้ายพระราชกฤษฎีกาด้วย บริเวณที่กำหนดนี้เรียกว่า “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า” ซึ่งตามร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ได้ตัดคำว่า “เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าอย่างปลอดภัยและรักษาไว้ซึ่งพันธุ์สัตว์ป่า” การบัญญัติถ้อยคำดังกล่าวเป็นการเจตนาละเว้นใจความสำคัญของการอนุรักษ์สัตว์ป่าในธรรมชาติ อีกทั้งยังละทิ้งปรัชญาพื้นฐานในการอนุรักษ์และเปลี่ยนแปลงเจตนารมณ์ของกฎหมายในการอนุรักษ์สัตว์ป่าไปโดยสิ้นเชิง

2. ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าฯ เป็นการเปิดช่องทางในการค้าสัตว์ป่าผ่านธุรกิจสวนสัตว์สาธารณะ โดยตัดกลไกที่รัดกุมในการป้องกันและควบคุมการจับสัตว์ป่าจากแหล่งธรรมชาติและการนำเข้าสัตว์ป่าที่ถูกทารุณ ผิดกฎหมายจากต่างประเทศ มาฟอกให้ถูกกฎหมายไทย ผ่านการเป็นสวนสัตว์สาธารณะเพื่อค้าขายต่อไปยังต่างประเทศได้โดยง่าย

ปัจจุบันคำจำกัดความของสวนสัตว์สาธารณะไม่มีความชัดเจน หลักเกณฑ์การขออนุญาตจัดตั้งสวนสัตว์สาธารณะตามกฎหมายลำดับรอง เป็นกลไกที่สามารถจัดตั้งขึ้นได้โดยง่าย ยังไม่มีหลักเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานในการจัดตั้งสวนสัตว์สาธารณะ และร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ ไม่ได้แก้ไขปัญหาในเรื่องดังกล่าว ทำให้เสี่ยงต่อความอยู่รอดของสัตว์ป่าในธรรมชาติเป็นอย่างมากทั้งการถูกล่าและถิ่นที่อยู่อาศัยต้องถูกทำลายนอกจากนี้ตามร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่ ยังมิได้บัญญัติถึงการอนุรักษ์หรือฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์ป่าในถิ่นที่อยู่อาศัยเลย

3. ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าฯ ให้อำนาจในการใช้ดุลพินิจอย่างกว้างขวาง กล่าวคือ บทบัญญัติกำหนดกลไกการตัดสินใจในเรื่องสำคัญต่างๆจากรัฐมนตรีโดยตรงผ่านสายบังคับบัญชาและการเอื้อประโยชน์โดยอธิบดีเพียงผู้เดียว ผ่านการนำเสนอจากหัวหน้าพื้นที่อนุรักษ์ แม้ว่าจะได้สร้างกลไกเพื่อแสดงความชอบธรรมและการมีส่วนร่วมในรูปแบบต่างๆ แต่ท้ายที่สุดแล้วอาจเป็นไปตามความต้องการของผู้มีอำนาจ ทั้งนี้ควรเขียนระบุให้เกิดการจัดการพื้นที่โดยอาศัยข้อมูลตามหลักวิชาการในการบริหารจัดการ มากกว่าเป็นการตัดสินใจเรื่องที่สำคัญโดยใช้ดุลพินิจแค่เพียงอย่างเดียว

4. การแก้ไขปัญหาของชุมชนที่โดนประกาศเขตอนุรักษ์ทับพื้นที่อยู่อาศัย การเขียนระบุลงไปในกฎหมายว่าชุมชนต้องเข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการอนุรักษ์ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยหัวหน้าเห็นควร อาจทำให้เกิดความไม่พอใจและเกิดการไม่ยอมรับหรือให้ความร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมาย นอกจากนี้ยังมีการเขียนเปิดโอกาสให้คนที่อยู่ประชิดขอบป่าสามารถเข้าไปหาประโยชน์ในพื้นที่ป่าได้ด้วย ถือเป็นช่องว่างของกฎหมายอีกรณีหนึ่ง

การผ่อนปรนให้ชุมชนอยู่อาศัยโดยอำนาจบริหารตามมติค.ร.ม. 30 มิถุนายน 2541 และการจัดการกับปัญหาการยึดถือครอบครองพื้นที่ที่บุกรุกอย่างผิดกฎหมาย เป็นกรณีหรือเป็นกลุ่มชุมชนไป เป็นการดำเนินการที่ถูกต้องเหมาะสมแล้วและควรต้องเร่งรัดจัดระเบียบ ให้เกิดความชัดเจนโดยเร็ว

5. ในการกำหนดเขตการบริหารพื้นที่ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มีการกำหนดพื้นที่เป็นโซนต่างๆ สามารถให้เข้าไปท่องเที่ยวได้ทุกตารางนิ้ว แม้แต่ภายในเขตหวงห้ามเองก็ยังเปิดให้เข้าไปท่องเที่ยวได้ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดกับการดำรงชีวิตโดยปกติสุขของสัตว์ป่าเลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้ยังไม่พบว่าการแบ่งเขตต่างๆได้อาศัยข้อมูลหรือเหตุผลทางวิชาการในการกำหนดเขตพื้นที่ดังกล่าวเลย

ร่างพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ....

เมื่อพิจารณาจากร่างพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติพ.ศ. .... แล้วพบว่า หลายมาตรา ในร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่ เป็นการปรับปรุงกฎหมายที่ล้าหลังให้สอดรับกับข้อเท็จจริงในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นข้อดีและอาจมีการเพิ่มเติมเนื้อหาในส่วนที่จำเป็นเพื่อให้เกิดการครอบคลุมการกระทำความผิดในรูปแบบใหม่ๆ อย่างไรก็ดีบางมาตราที่แก้ไขแล้ว เห็นว่าล่อแหลมต่อการกระทำผิดกฎหมายและเปิดช่องให้เกิดการใช้ประโยชน์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติมากเกินไปด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1. การแบ่งแนวเขตการบริหารพื้นที่ภายในพื้นที่ปัจจุบัน มีแผนแม่บทในการกำหนดเขตพื้นที่ต่างๆตามแต่ละพื้นที่อนุรักษ์อยู่แล้ว โดยคำนึงถึงปัญหาและแนวทางการแก้ไขที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ดังนั้นการบัญญัติกฎหมายให้เกิดการโซนนิ่งในลักษณะเดียวกันเพื่อใช้ครอบคลุมทั้งประเทศ ในทางปฏิบัติจะเป็นไปได้ยากและอาจทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการก็เป็นได้

ดังนั้น ในร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ ควรยกเลิกการกำหนดเขตพื้นที่การใช้ประโยชน์ในอุทยานแห่งชาติ และกำหนดโดยแผนแม่บทตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่แทน

2. สัดส่วนของคณะกรรมการและอำนาจหน้าที่ควรเพิ่มสัดส่วนให้มีการถ่วงดุลอำนาจกันระหว่างส่วนราชการและภาคเอกชน อย่างละ 50/50 และควรให้มีการเรียกประชุมคณะกรรมการอย่างน้อยปีละ 6 ครั้ง(ทุกสองเดือน) เพื่อให้เกิดการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและทันต่อสถานการณ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว กำกับดูแลให้เป็นไปตามแผนแม่บทตามหลักวิชาการ และให้ประธานสามารถมอบอำนาจหน้าที่ให้รองประธานในการทำหน้าที่แทน(เพื่อแก้ไขปัญหาการไม่เรียกประชุม)

3. การแก้ไขปัญหาชุมชนที่ถูกประกาศเขตอนุรักษ์ทับพื้นที่อยู่อาศัย ควรบรรจุแนวทางบริหารจัดการและการแก้ไขปัญหาลงไว้ในแผนแม่บทที่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของแต่ละพื้นที่ คำนึงถึงหลักการในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ตามหลักวิชาการที่เป็นจริง โดยคำนึงถึงสิทธิชุมชนดั้งเดิมมากกว่าที่จะเขียนบัญญัติลงไปในกฎหมายเพื่อใช้ครอบคลุมในลักษณะรูปแบบเดียวกันหมดทั้งประเทศ

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น องค์กรเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามรายชื่อแนบท้าย จึงขอเรียกร้องให้เพิกถอนการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า พ.ศ. ... จากกระบวนการผลักดันที่นำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายในโอกาสต่อไป เนื่องจากร่างพ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว ได้เปลี่ยนแนวความคิดและทำลายเจตนารมณ์ของกฎหมายเดิมในการจัดตั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลงไปอย่างสิ้นเชิง และอาจส่งผลเสียต่อการอนุรักษ์พื้นที่คุ้มครองอย่างยากที่จะแก้ไขให้กลับคืนมาดังเดิมได้ โดยขอให้กลับไปใช้พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ดังเดิม เพื่อแสดงถึงความจริงใจ ตั้งใจจริงในการอนุรักษ์สัตว์ป่าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนด้วย สำหรับร่างพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ หลายมาตราเป็นการปรับปรุงกฎหมายที่ล้าหลังให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นข้อดีและอาจมีการเพิ่มเติมเนื้อหาในส่วนที่จำเป็นเพื่อให้เกิดการครอบคลุมการกระทำความผิดในรูปแบบใหม่ๆ สำหรับบทบัญญัติที่พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 เช่น มาตรา 7,16 ,17 ,18 ,19 ,23 ฯลฯ มีความชัดเจนและเขียนไว้รอบคอบมากกว่าควรคงไว้และใช้ตามพ.ร.บ.เดิม เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในการแก้ไขกฎหมาย จำต้องคำนึงถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายด้วยว่าถูกตราขึ้นไว้ด้วยวัตถุประสงค์ใดเป็นที่ตั้ง

รายชื่อองค์กรเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า(WCS)ประเทศไทย
มูลนิธิโลกสีเขียว
WWF-ประเทศไทย (กองทุนสัตว์ป่าโลก)
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย
ชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา
มูลนิธิพื้นที่ชุ่มน้ำไทย
สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน
กลุ่มระวังไพร
กลุ่มเยาวชนต้นกล้าน้อย
กลุ่มใบไม้
ชมรมโอเคเนเจอร์
Thai Animal Guardians Association
A call for Animal Rights Thailand
Love Wildlife
มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า
ชมรมฅนรักษ์ช้างป่า
The Voice (เสียงจากเรา)
FREELAND Foundation

โดย ระวังไพร

 

กลับไปที่ www.oknation.net