วันที่ ศุกร์ กรกฎาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตอบโจทย์ประเทศไทย


IMG_3314


            หลังจากที่นักศึกษา 14 คน ในนามขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ถูกควบคุมตัวและเลือกต่อสู้โดยไม่ประกันตัวนั้น กระแสของสังคมไทยก็จับจ้องไปที่ทางออกของรัฐบาล คสช. ว่าจะดำเนินการต่ออย่างไรต่อไป ท่ามกลางความเห็นแบบขั้วข้างของสังคมที่ยังดำรงความขัดแย้งและเห็นต่างแบบเก่าอยู่

            เสื้อสีความขัดแย้งแบบเก่าบางส่วนกำลังแบ่งแยก ทำสงครามความเชื่อและpropaganda ทางความคิดกันมากมายในขณะนี้ ในสังคมที่มองว่าถ้าเราไม่เคยไปร่วมกับฝ่ายเขาเราก็คงอยู่ฝ่ายตรงข้าม ขณะที่กลุ่มเสื้อสีสุดโต่งบางส่วนไม่เข้าใจว่า ยังมีกลุ่มคนอีกหลายกลุ่มที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนและสังคมประชาธิปไตย ที่เลือกต่อสู้ในเชิงประเด็นเพื่อความเป็นธรรม นักศึกษาหลายคนที่ถูกจับกุมอยู่วันนี้ก็เช่นกัน ส่วนใหญ่ไม่มีสังกัดทางการเมือง

            ขณะที่บางกลุ่มใน “คนเสื้อแดง” มองว่ากลุ่มนักศึกษาเคยเป็นสีเหลือง เพราะไม่เคยเห็นพวกเขาในขบวนการเสื้อแดงมาก่อน เพราะหลายส่วนเติบโตมาจากการต่อสู้ร่วมกับชาวบ้านในปัญหาทรัพยากรท้องถิ่น รวมถึงยังมีกระแสว่า บางคนไม่อยากให้มีภาพคนเสื้อแดงออกมาเคลื่อนไหวร่วมในขบวนเพราะกลัวโดนบิดเบือนประเด็นการต่อสู้เป็นเรื่องเสื้อสี จนคนเสื้อแดงไม่น้อยน้อยใจขอลงจากขบวนรถไฟชั่วคราว

            ขณะที่บางกลุ่มใน “คนเสื้อเหลือง” มองว่ากลุ่มนักศึกษาเป็นเสื้อแดง และการเคลื่อนไหวของพวกเขาจะเข้าทาง ”ระบอบทักษิณ” ในที่สุด เพราะพวกเขาไม่มีข้อเสนอที่ชัดเจนในการเรียกร้องรัฐบาลหรือการปฏิรูปประเทศ ว่าจะเอาอย่างไรไม่ให้เป็นระบอบธุรกิจการเมืองที่มีการทุจริตคอร์รัปชั่นแบบเก่า

            ขณะที่กระแสของการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษาเพื่อต่อต้านอำนาจ คสช. และปฏิเสธการขึ้นศาลทหารนั้น มีโจทก์เก่าหน้าเดิมจำนวนมากที่ต่อต้านรัฐบาล คสช. ออกมาสนับสนุนและเคลื่อนไหวให้กำลังใจกลุ่มนักศึกษา เรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวนักศึกษาโดยเร็ว พร้อมทั้งชี้แนะแนวทางการเคลื่อนไหว

            ทำให้เข้าทางรัฐบาลที่จะการปฏิบัติการข่าวสารว่า กลุ่มนักศึกษามีกลุ่มคนเบื้องหลังคอยชักใย ไปไกลถึงคนแดนไกลที่อาจเกี่ยวข้อง แน่นอน พวกเขาจ้องมองช่วงชิงสถานการณ์ทางการเมืองเพื่อโค่นล้มรัฐบาลอยู่ และรัฐบาล คสช. คงประเมินว่า ถ้าปล่อยให้พวกเขาชนะ อาจจะเพลี่ยงพล้ำในสงครามการเมืองที่ตนเองยึดครองอยู่

            ถึงวันนี้พูดให้เข้าใจง่ายที่สุด ความขัดแย้งขั้วข้างยังมีอยู่ในสังคม ทิศทางการปฏิรูปยังไม่ชัดเจนที่จะเป็นทางออก เมื่อมีเจตนาบริสุทธ์ต้องการขับไล่รัฐบาลรัฐประหาร พวกเขาย่อมถูกผลักเข้าไปสู่ความขัดแย้งแบบเก่าทันที หนีเสือก็ไปเจอจระเข้ ต่างฝ่ายต่างมีคำตอบต่อโจทย์ประเทศไทยด้านเดียว

            โจทย์สำคัญที่สุดที่สังคมไทยต้องหาทางออกก็คือ จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างไรเพื่อไม่ให้มีการรัฐประหารหรือมีรัฐบาลทหารอีก ซึ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขปัญหาประเทศไม่ให้มีรัฐบาลพลเรือนที่เป็นเผด็จการและใช้อำนาจทุจริตคอร์รัปชั่นในแบบที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน

            นั่นคือโจทย์ของกลุ่มประชาชนที่ขัดแย้งกันทั้ง 2 ฝ่ายในวันนี้ เพราะถ้าไม่มีคำตอบและทิศทางที่ชัดเจน วัฏจักรความขัดแย้งทางการเมืองแบบเก่าก็คงย้อนกลับมาเหมือนเดิม ไม่ต่างจากหลังการรัฐประหารในปี 2549 ที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

            ขณะที่น่าสนใจไม่น้อยว่า กลุ่มคนทั้ง 2 ฝ่ายจำนวนมากในเวลานี้กลับเห็นตรงกันในเรื่องเฉพาะหน้า ว่ารัฐบาลไม่ควรจับกุมกลุ่มนักศึกษาให้เป็นประเด็นความขัดแยงขยายกว้างมาจนถึงปัจจุบันนี้  

            เหตุใดรัฐบาลไม่ให้ “เสรีภาพ” ปล่อยให้กลุ่มนักศึกษาประชาชนได้แสดงออกทางการเมืองและความเห็นได้ เพื่อเสนอทางออกร่วมกันของประเทศในอนาคต แต่หันไปให้ความสำคัญในการควบคุมอำนาจในนาม “ความมั่นคง” อย่างเดียว จนละเลยการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตอบโจทย์ประเทศไทยร่วมกัน

            จนกระทั่งปัญหาความขัดแย้งในขยายตัวมากขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันทั้งภายในและภายนอกในขณะนี้

            ภายในประเทศ กลุ่มนักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัยจำนวนมากได้ออกมาเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักศึกษา รวมถึงกลุ่มองค์กรต่างๆ ออกแถลงการณ์สนับสนุนขบวนการประชาธิปไตยใหม่ มีการร่วมลงชื่อเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวนักศึกษามากกว่า 1 หมื่นคน

           ภายนอกประเทศ สหประชาชาติ สหภาพยุโรปออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ทางการไทยปฏิบัติตามข้อผูกพันของประเทศไทยภายใต้กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและการเมือง และศาลทหารไม่ควรถูกนำมาใช้กับพลเรือน สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติการดำเนินคดีอาญาต่อนักศึกษาซึ่งถูกจับกุมเนื่องจากการชุมนุมโดยสงบในที่สาธารณะ และปล่อยตัวพวกเขาจากสถานที่ควบคุมโดยทันที ขณะที่ Amnesty International บอกว่าพวกเขาเป็น “นักโทษทางความคิด”

          ปัจจุบันรัฐบาลได้พยายามใช้ไม้แข็งในการแก้ไขปัญหาอย่างเข้มงวด โดยใช้การทำงานแบบเก่าปฏิบัติการจิตวิทยาลงพื้นที่กดดันให้กลุ่มนักศึกษาและครอบครัวของเขายอมรับการประกันตัวและกระบวนการในศาลทหารต่อไป จนลืมโจทย์ของประเทศไทยที่แท้จริงไปในที่สุด

          ในขณะที่ร่างรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปประเทศไทยยังไม่มีคำตอบ รัฐบาลทำไมไม่หยุดใช้อำนาจแบบเดิมแล้วเริ่มมาวางแนวทางประเทศไทยตาม Road Map ให้ได้ตามเป้าหมาย โดยคลี่คลายความขัดแย้งและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศที่เป็นปัญหาที่แท้จริง ที่เราต้องผ่าน “เผด็จการพรรคการเมืองในระบบรัฐสภา” ที่เรามีผู้นำที่มีอำนาจแทรกแซงการทำงานตรวจสอบถ่วงดุลขององค์กรอิสระต่างๆ ได้ จนมีการใช้อำนาจละเมิดสิทธิมนุษยชนและทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างมโหฬารที่ผ่านมา

            นั่นคือการแก้ไขระบบเผด็จการพรรคการเมืองให้รัฐสภาเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยยกเลิกการบังคับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สังกัดพรรคการเมือง ซึ่งเป็นการลิดรอนสิทธิทางการเมือง เนื่องจากทั่วโลกไม่มีการบังคับเพื่อรอนสิทธิ์ดังกล่าวและไม่ได้แก้ปัญหา ส.ส.ขายตัวได้แต่อย่างใด กลับกัน การบังคับ ส.ส.สังกัดพรรคเป็นการสร้างระบอบเผด็จการนายทุนพรรคมากยิ่งกว่าเดิมด้วย

            รวมถึงต้องแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายพรรคการเมืองและกฎหมายการเลือกตั้งที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เพื่อให้ประชาชนหรือกลุ่มการเมืองสามารถจัดตั้งพรรคการเมืองตามอุดมการณ์ทางการเมืองที่หลากหลายได้อย่างเสรีโดยไม่จำกัดจำนวนสมาชิกและสาขาพรรคที่ต้องใช้ทุนมหาศาล และเพื่อป้องกันไม่ให้มีนายทุนเป็นเจ้าของพรรคการเมืองและเป็นเผด็จการพรรคการเมืองในระบอบรัฐสภา จนแก้ปัญหาไม่ได้เหมือนเช่นที่ผ่านมา

            โดยกฎหมายการเลือกตั้ง ต้องอนุญาตให้ประชาชนที่ใช้แรงงานในโรงงานต่างๆ เลือกตั้ง ส.ส. ในเขตที่ทำงานได้เหมือนกับทหาร เพื่อให้ ส.ส.ได้ทำงานรับใช้คนที่อยู่ในพื้นที่อย่างแท้จริง

            เพื่อให้รัฐสภาเรามีพรรคตามอุดมการณ์ทางการเมืองที่หลากหลาย ให้กลุ่มประชาชนสังกัดและร่วมกำหนดนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นนายทุน แรงงาน ทหารหรือข้าราชการเกษียณอายุ เราอาจจะมีพรรคเสรีนิยม พรรคอนุรักษนิยม พรรคศาสนา พรรคสิ่งแวดล้อม พรรคแรงงาน พรรคสังคมนิยม จนกระทั่งพรรคคอมมิวนิสต์ แข่งขันกันในระบบรัฐสภาอย่างเป็นประชาธิปไตย ให้รัฐสภามีทางเลือกทางนโยบายและเป็นทางออกของสังคมในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้อนาคต ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

             ถ้ารัฐสภามีทางออก รัฐประหารก็จะไม่ใช้คำตอบอีกต่อไป.

IMG_5114

[เผยแพร่ครั้งแรก หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 5 กรกฎาคม 2558]

โดย เมธา

 

กลับไปที่ www.oknation.net