วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สองปีผ่านไป.....ยังคงเป็นปลาสองน้ำ คนสองใจ


สองปีผ่านไป ว่องไวเหมือนเวลาติดปีก รวดเร็วจนแม่มดแก่ตามไม่ทัน แม่มดเลยไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองแก่เสียที

จนถึงเดี๋ยวนี้ คำถามยอดฮิตที่ใครๆต้องการคำตอบจากแม่มดยังคงเป็นคิดถึงเยอรมนีไหม.....โธ่ คิดถึงซิ ถามได้ คิดถึงมากมายทุกวัน

คำตอบประเภทคิดถึง..คิดถึง คะนึงหาของแม่มด (ซึ่งบางที แม่มดก็ตั้งใจตอบ....ให้สะใจคนถามเวลาที่แม่มดมีอารมณ์จะป่วนคนเล่น)

มักจะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งถามต่อแบบคนที่คิดว่ากำชัยอยู่ในมือว่า อยู่เมืองไทย ไม่มีความสุขเลยล่ะซิ

โอ มีความสุขมาก.... มากมายจริงๆ.......เป็นคำตอบที่แสนจะจริงใจของแม่มด

เอ๊ะ ยังไง......คนถามชักมีอาการไม่ได้อย่างใจ

ก็ไม่ยังไงหรอก แม่มดเป็นคนสองใจไง.......คำตอบแบบนี้ สุภาพสตรีไทยเขาไม่ตอบกัน  แต่

แม่มดเป็นปลาสองน้ำ อนุญาตให้ตัวเองจริงใจได้เต็มร้อย....อย่างน้อยก็ต่อตัวเอง

นี่คือหุบเขาเทานุสที่แม่มดจากมา  สวย สงบ อบอุ่นออกอย่างนี้ จะให้ลืมได้อย่างไร

และนี่คือภาพที่แม่มดแลเห็นจากหน้าต่างห้องลูกชายซึ่งอยู่ด้านหลังของตัวบ้าน.....ในฤดูหว่านไถกับฤดูเก็บเกี่ยว.....มีชีวิตชีวาน้อย

กว่าทุ่งนาฝรั่งตรงไหนล่ะ

 

ในสวนเล็กๆของบ้านโน้น  แม่มดปลูกกุหลาบกับลาเวนเดอร์เป็นหลักเพราะแม่มดชอบไม้หอมมากกว่าไม้สวย  ในสวนขนาดจิ๋ว

ของบ้านนี้  แม่มดมีดอกไม้หอมอยู่รอบตัว เริ่มตั้งแต่โมกดอกจ้อยที่แม่มดปลูกเป็นรั้วล้อมบ้าน....ที่เปลี่ยนความกระด้างของกำแพง

คอนกรีตให้อ่อนหวานขึ้นมาทันใด 

เวลาเช้าตรู่ที่แม่มดตื่นขึ้นมารดน้ำต้นไม้ในแสงตะวันอ่อนโยนเป็นเวลาที่แม่มดไม่ยกให้ใครหรือกิจกรรมอื่นใด มิใยที่เพื่อนบ้านจะมา

ชวนให้ไปเดิน ไปวิ่งหรือไปถีบจักรยานเพื่อสุขภาพกาย.....บรรยายเอาหน้าไปอย่างนั้นแหละ  ที่จริง แม่มดเกียจคร้านจะตาย  ห้องยิม

ของหมู่บ้านที่อยู่ห่างออกไปเพียง ๒๐ เมตรซึ่งแม่มดต้องจ่ายค่าส่วนกลางบำรุงทุกเดือน แม่มดยังไม่อยากจะไปเลย

การปลูกไม้หอมไว้รอบบ้านเป็นความสุขมากมายจริงๆนะคะ เรื่องนี้ ขอท้าให้เพื่อนๆพิสูจน์  สนุกกว่าการก้มหน้าอยู่กับไลน์ตั้งเยอะ

 

แม้แต่พืชสวนครัวที่เป็นพืชอาหาร บางทีแม่มดก็ปลูกเพราะเขาให้ดอกหอม อย่างดอกชมจันทร์ไงคะ น้อยครั้งที่แม่มดจะเด็ดดอกมาทำอาหาร  เก็บไว้ให้หอมหวานเมื่อบาน

ตอนค่ำๆดีกว่า

 

มะนาว มะกรูดก็เหมือนกัน  ไม่ติดลูกไม่ว่า  ขอเพียงมีดอกหอมให้ได้ดอมดมชื่นใจ

แต่ในสวนมีดอกไม้พิเศษอยู่ ๒ พันธุ์ที่เกือบจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับกลิ่นหอมหวานเลย

นาบัวที่คลองมหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม

แม่มดปลูกบัวไว้ในโอ่ง ๓ กอ สำหรับแม่มด มะลิทั้งปวงเป็นไม้ไทยหนึ่งในดวงใจ แต่ไม้ดอกใดจะสง่างามเกินบัวเป็นไม่มีอีกแล้ว

 

พวงครามพันธุ์จากออสเตรเลียเป็นไม้ที่น่าเวทนา  แม่มดซื้อหามาปลูกแม้ราคาจะไม่ย่อมเยาเพราะสีและลักษณะของช่อดอกที่เกือบจะ

เหมือนกับ Wisteria ที่แม่มดเคยปลูกไว้ที่หน้าบ้านโน้น  แม่มดเคยรัก Wisteria นักหนาจนเมื่อมาเห็นพวงระย้าสีม่วงเข้มของพวงคราม

พันธุ์นี้ที่ตลาดต้นไม้แห่งหนึ่ง  แม่มดไม่สามารถก้าวเท้าเดินไปจากที่นั้นได้  บางครั้งเวลาดูแลใส่ใจพวงครามต้นนี้ แม่มดแอบรู้สึกผิด

อยู่ลึกๆ  เพราะตัวเองคงเจ็บปวดหากได้รู้ว่าใครชอบเราเพราะเราเผอิญคลับคล้ายคนที่เขาเคยรักจนหมดใจ

และในสวนเล็กๆของเรามีนกมากมาย เป็นนกเมืองขนสีตุ่นๆที่นักดูนกคงไม่แลแม้แต่หางตา  แต่แม่มดมีความสุขที่จะได้ยินเสียง ได้

เฝ้ามอง แม้ในบางอารมณ์ จะอดรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับการเก็บกวาดมูลนกที่เกลื่อนกลาดไปทั่วไม่ได้

Well, imperfect is beauty!! 

เมื่อมีความสุขกับการฟังเสียงนกร้องได้  ก็ต้องยอมรับปัญหาที่นกพามาให้เหมือนกัน

 

เพื่อนบ้านล่ะเป็นไง....โอ  เพื่อนบ้านน่ารักระดับ AAA เลยค่ะ 

หมู่บ้านของเราเล็กจ้อย  มีบ้านอยู่เพียงสี่สิบกว่าหลังคาเรือน  มีถนนผ่านกลางหมู่บ้านอยู่สายเดียว  เราเลยรู้จักกันเกือบทุกคน  แล้ว

แม่มดเป็นหญิงชราอยู่บ้านคนเดียวซึ่งอาจไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดานักสำหรับคนไทยใจดี  แม่มดเลยมีโอกาสได้รับน้ำใจจากเพื่อนบ้าน

อยู่เนืองนิจ  บางครั้งเป็นเรื่องราวที่น่าเอ็นดูอย่างไม่น่าเชื่อ เช่นตอนที่แม่มดได้รับอุบัติเหตุทางรถยนต์และไม่มีรถใช้ไปประมาณ ๑

สัปดาห์เพราะรถคันจิ๋วที่สั่งใหม่ยังไม่มา  ก็มีเพื่อนบ้านหลายคนอาสาดูแลขับรถรับส่งให้ทั้งๆที่แม่มดก็มีพี่น้องดูแลใส่ใจ  เพื่อนบ้านที่

ซื้อผลไม้ไปไหว้ศาลพระภูมิทุกเช้ามักจะส่งกล้วย ส่งส้มผ่านรั้วมาให้พร้อมทั้งกำชับอย่างขำๆว่า เอาไปแต่กล้วยนะ ไม่ให้ถาด

เพื่อนบ้านคนหนึ่งซื้อน้ำเต้าหู้ใส่งาดำมาเผื่อแม่มดเกือบทุกเย็น  ฯลฯ ฯลฯ 

แล้ววันหนึ่งเมื่อมีการเลือกตั้งคณะกรรมการหมู่บ้าน  ใครไม่รู้เสนอชื่อแม่มดขึ้นไปแล้วใครก็ไม่รู้โหวตเลือกแม่มดขึ้นมาเป็นกรรมการกับ

เขาด้วยทั้งๆที่ทุกคนรู้ว่าแม่มดแสดงความคิดเห็นทีไร วงแตกทีนั้น ......ก็แม่มดเป็น “ปลาผิดน้ำ” คิดอะไรๆไม่เคยเหมือนชาวบ้านเขา

“นั่นแหละ  เราเลยเลือกป้าไง”  สาวน้อยคนหนึ่งอ้างเหตุผลแบบแปลกๆ

 

สิ่งที่ทำให้แม่มดงงงงกับเพื่อนบ้านอยู่บ้างคือเรื่องของความเชื่อ  สมาชิกภายในหมู่บ้านของเราส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีกิจการขนาดเล็กบ้าง

กลางบ้าง  เรามีมนุษย์เงินเดือนน้อยมาก  พวกว่างงาน (ถ้าการทำงานหมายถึงการทำเงิน) อย่างแม่มดยิ่งมีน้อยใหญ่  ไม่มีใครเลยที่

เลือกแปลงที่ดินเพราะข้างบ้านมีปีบต้นใหญ่ที่ให้ดอกหอมแบบแม่มด หลายคนเชิญซินแสมาเลือกแปลงที่จะปลูกบ้าน  แบบบ้านหลาย

หลังถูกเปลี่ยนเพราะซินแสเห็นว่าประตูหน้าต่างอยู่ผิดที่ผิดทาง  ซินแสกำหนดต้นไม้ที่ควรปลูก สัตว์ที่ควรเลี้ยง วันเวลาที่ควรเข้าบ้าน

วันที่ควรทำบุญบ้าน ฯลฯ  ของแม่มดน่ะ ทุกอย่างกำหนดโดยใจของคนอยู่บ้านกับความสะดวกและความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ

เท่านั้น  ฤกษ์ยามไม่เคยมีที่ทางอยู่ในชีวิตของแม่มด 

 

เมื่อคิดถึงเพื่อนบ้านฝรั่งที่บ้านโน้น  แม่มดก็อดอมยิ้มไม่ได้  คนเยอรมันน่าเอ็นดูไปอีกแบบหนึ่ง  ในสัปดาห์แรกที่แม่มดย้าย

ไปอยู่ในเมืองของเราที่หุบเขาเทานุส  เพื่อนบ้านหญิง ๒ คนนำขนมปังดำกับเกลือ ๑ กล่องห่อในผ้าฝ้ายผืนสวยมาต้อนรับ เธอว่าเป็น

ธรรมเนียมโบราณของชาวเยอรมันอันมีนัยว่า ขอให้อยู่เย็นเป็นสุข มีกินมีใช้ตลอดไปอะไรทำนองนั้น  เพื่อนบ้านอีกครอบครัวหนึ่งนำ

ขนมหวานใส่ห่อสวยผูกริบบิ้นสีฟ้ามาแจกเนื่องในโอกาสที่ครอบครัวได้ลูกชายคนใหม่ ฯลฯ ฯลฯ  เรื่องราวน่ารักของเพื่อนบ้านฝรั่งยังมี

อีกมากมาย  ใครที่คิดว่าฝรั่งจะต้องไม่มีน้ำใจคือคนที่พูดในสิ่งที่เขาไม่รู้จริงๆ

 

ถ้าจะมีอะไรที่ทำให้แม่มดคิดถึงเยอรมนีจับใจก็คงเป็นวิธีใช้รถใช้ถนนของคนไทยที่ทำให้แม่มดอดคิดถึงข้อความที่เคยอ่านในหนังสือ

ฝรั่งเล่มหนึ่งไม่ได้  คนเขียนบอกว่า ทันทีที่เข้าประจำตำแหน่งหลังพวงมาลัย คนไทยที่แสนจะน่ารักก็กลายเป็นปีศาจ !!!

 และดัชนีความโปร่งใสของประเทศไทยที่นักวิจัยตะวันตกสรุปว่าการคอร์รัปชั่นเป็นปัญหาที่หยั่งรากลงลึกถึงระดับของวัฒนธรรม

และระบบการศึกษาในปัจจุบันที่ “เหลวใหล” ที่สุดเท่าที่แม่มดเคยเห็นมา

และการเมืองของบ้านเราที่........ขออนุญาตละไว้ในฐานที่เข้าใจ

และความคลั่งไคล้ในรูปลักษณ์ภายนอกจนละเลยเนื้อหาภายใน

ชักเยอะ  พอก่อนดีกว่า

 

บ้านหลังนี้เป็นที่อยู่ของคนที่ยังอ้อยอิ่งอยู่กับความหลัง  แม่มดมีข้าวของจุกจิกมากมายที่ทำให้คิดถึงวันเวลาที่ผ่านเลย.....

 โต๊ะไม้ Cherry Wood ตัวนี้ ลูกชายนั่งมาตั้งแต่ยังต้องใช้เก้าอี้เด็ก

ภาพวาดหมู่บ้านไทยขนาดใหญ่ภาพนี้ถูกร้านค้าในเมืองไทยแกะออกจากกรอบ ม้วนใส่กระบอกตามคำสั่งของลูกค้าเพื่อนำขึ้นเครื่อง

บินไปให้ช่างเยอรมันใส่กรอบให้ใหม่ กว่า ๒๐ ปีต่อมา ภาพเดิมถูกม้วนใส่กระบอกอีกครั้ง  ถูกส่งลงเรือข้ามน้ำข้ามทะเลกลับมาสู่บ้าน

เกิดเพื่อให้ช่างฝีมือที่ราชบุรีใส่กรอบ.....เป็นครั้งสุดท้าย

ภาพนี้คืองานศิลปะที่ลูกชายทำให้แม่เพื่อเป็นของขวัญวันแม่ของเยอรมนีซึ่งเป็นวันอาทิตย์ในสัปดาห์ที่ ๒ ของเดือนพฤษภาคม  ตอน

นั้นนายลูกมดอยู่ชั้นประถม ๑ และเป็นเด็กประเภทมีมือซ้าย ๒ ข้าง คือทำอะไรก็ไม่เป็น ชอบอ่านหนังสืออย่างเดียว

แม่มดวางงานศิลปะที่ลูกทำให้ไว้ในตำแหน่งที่เด่นที่สุดเสมอ  ใครอื่นจะเห็นงามหรือไม่ แม่มดไม่สนใจ

แต่ใช่ว่าแม่มดจะสามารถรักษาทุกสิ่งทุกอย่างไว้ได้  ตรงที่พักบันไดใต้หน้าต่างคู่ขนาดใหญ่  แม่มดเคยนำหนังสืออ่านเล่นชุดโปรด

ของลูกชายมาวางเรียงไว้เพราะลูกย้ายหนังสือเด็กมากมายจากบ้านโน้นมาเก็บไว้ที่บ้านนี้  วันหนึ่งมีพายุฝนกระหน่ำ น้ำซึมเข้ามาตรง

รอยต่อของหน้าต่าง  แม่มดไม่เห็นจนหนังสือบวมพองและขึ้นรา  มีหนังสือของลูก ๓ เล่มที่แม่มดสุดปัญญาจะซ่อมแซมได้

ห้องทำงานเป็นห้องที่พิเศษสุด  หนังสือของลูกรุกรานมาอยู่ในห้องทำงานของแม่ด้วย  ของขวัญวันเกิดแม่ที่ลูกจัดส่งข้ามน้ำข้ามทะเล

มาให้ทุกปีอยู่ในห้องนี้เช่นกัน  แต่ที่พิเศษจริงๆคือโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของแม่ที่ลูกประกอบให้เป็นของขวัญวันที่ ๑๒ สิงหาคมในปีที่แม่

ย้ายกลับมาอยู่เมืองไทย   ลูกยอมรับเป็นครั้งแรกว่าแต่นี้ไป วันแม่ไม่ใช่วันอาทิตย์ในสัปดาห์ที่ ๒ ของเดือนพฤษภาคมอีกแล้ว  โต๊ะ

ทำงานไม่สวยสมบูรณ์ไปเสียทุกแง่มุม  ก็ลูกเป็นเด็กที่มีมือซ้าย ๒ ข้างแต่มีหัวใจที่ทั้งแข็งแรงและอบอุ่น

 

จะมีใครสงสัยความจริงใจของแม่มดอีกไหมหนอหากแม่มดจะบอกว่าความคิดถึงเยอรมนีนั้นไม่เคยห่างหาย แต่ก็รักเมืองไทยเหลือ

เกิน.....ก็แม่มดเป็นปลาสองน้ำ  เป็นคนสองใจ

 

Better Than A Dream          Katie Melua 

 

โดย แม่มดเดือนMarch

 

กลับไปที่ www.oknation.net