วันที่ เสาร์ กรกฎาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องราว-ภาพหาดูได้ยาก..พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯรัชกาลที่ ๙เจ้านายไทยในโลซาน


ในหลวงอานันท์ และพระอนุชาภูมิพล และครูเกลย์องที่อาเดลโบเดนในฤดูร้อน 

 ฯพณฯ ขวัญแก้ว วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวังฝ่ายกิจกรรมพิเศษ เป็นประธานในงานแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  รัชกาล ที่ ๙ และเจ้านายไทยในโลซานน์”  พร้อมจัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์บันทึกความทรงจำในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ขณะศึกษาอยู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างพุทธศักราช ๒๔๗๖-๒๔๙๔  โดยมี มร.ลีซองดร์ เซ.เซไรดารีส บุตรชายของ มร.เกลย์อง เซ. เซไรดารีส ครูส่วนพระองค์ซึ่งเป็นผู้รวบรวมงานเขียนทั้งหมดไว้ในหนังสือเล่มนี้  และ มร.ดาเนียล เบรลาส์ นายกเทศมนตรีเมืองโลซานน์  พร้อมด้วย คุณนิติกร  กรัยวิเชียร  ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม  บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)  และนายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ ลาน living gallery ๑ ชั้น ๓  ณ  ศูนย์การค้าสยามพารากอน  

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และศูนย์การค้าสยามพารากอน ร่วมสนับสนุนการจัดงานเปิดตัวหนังสือ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  รัชกาลที่ ๙ และเจ้านายไทยในโลซานน์”  พร้อมจัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์บันทึกความทรงจำในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ขณะศึกษาอยู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างพุทธศักราช ๒๔๗๖-๒๔๙๔  โดยหนังสือเล่มนี้เป็นการจัดพิมพ์ขึ้นเป็นครั้งที่ ๒ และมีการจัดพิมพ์เป็น     ๓ ภาษาคือ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศส  ซึ่งสำหรับในการจัดพิมพ์ครั้งที่ ๑ นั้นจะเป็นเฉพาะเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษที่ได้มีการเผยแพร่ไปเมื่อประมาณเดือนพฤษภาคมปี 2557 ที่ผ่านมา จากการนำบันทึกความทรงจำของ  เกลย์อง เซ.เซไรดารีส ซึ่งเป็นครูส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙  และเป็นบุคคลที่ได้อุทิศตนเพื่อรับใช้พระบรมราชวงศ์ตลอดระยะเวลา ๒๖ ปี  ก่อนที่จะนำมาเรียบเรียงและพิมพ์เผยแพร่ โดยหนังสือได้กล่าวถึงช่วงเวลาขณะที่ทั้งสองพระองค์ยังทรงศึกษาอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  ถึงแม้ว่า เกลย์อง เซ. เซไรดารีส ไม่เคยแสดงความประสงค์ที่จะให้นำเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ส่วนนี้ออกมาเผยแพร่          ด้วยตระหนักถึงภาระหน้าที่และความจงรักภักดีที่มีต่อพระบรมราชวงศ์ แต่บุตรชายของครูส่วนพระองค์ก็ได้ดำเนินการจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ขึ้นหลังจากที่บิดาถึงแก่กรรมไปแล้ว ๑๕ ปี ทั้งนี้เพื่อสนองพระราชปรารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯรัชกาลที่ ๙ ที่ได้ทรงแนะนำให้ผู้เขียนเรียบเรียงเรื่องราวนี้ขึ้น

Birthday Anniversary party ในหลวงอานันท์ ที่วิลล่าวัฒนา ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๒

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่๙ และสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ พ.ศ. ๒๔๙๓

หนังสือเล่มนี้ได้อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ และภาพสำคัญของพระบรมราชวงศ์ตลอดจนเอกสารสำคัญที่เก็บรักษาไว้ในความดูแลของครอบครัวผู้เขียนมาลงพิมพ์ประกอบ ซึ่งเป็นการเล่าเหตุการณ์ช่วงหนึ่งในประวัติศาตร์ของราชอาณาจักรไทยจากมุมมองของผู้ใกล้ชิดพระบรมราชวงศ์ในขณะนั้นที่น้อยคนนักที่จะทราบมาก่อน

 

ในหลวงภูมิพลกับมอเตอร์ไซด์จิ๋วของพลร่มอเมริกันฤดูใบไม้ผลิต พ.ศ.๒๔๘๙

สมเด็จพระราชชนนี และพระโอรส พระธิดา ในสวนของวิลล่าวัฒนา เมืองปุยยี, พ.ศ. ๒๔๘๒

 

 

ส่วนทางด้าน คุณนิติกร กรัยวิเชียร  ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม  บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)  และนายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะหน่วยงานที่สนับสนุนการจัดงานครั้งนี้กล่าวเพิ่มเติมว่า  “การจัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ และการเปิดตัวหนังสือ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙  และเจ้านายไทยในโลซานน์” ครั้งนี้ นอกจากเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ แล้ว ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการเผยแพร่เรื่องราวเกี่ยวกับพระราชวงศ์สมัยรัชกาลที่ ๘-๙  และพระบรมวงศานุวงศ์ ขณะที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ให้คนรุ่นหลังๆ ได้ทราบถึงเรื่องราวเก่าๆ ที่น้อยคนนักที่จะทราบและเคยเห็นมาก่อน ซี่งหนังสือดังกล่าวได้เขียนและถ่ายทอดทั้งภาพและข้อมูลสำคัญต่างๆ ไว้มากมาย จากบุคคลที่เป็นบุตรของครูพระพี่เลี้ยงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งก็คือ ลีซองดร์ เซ.เซไรดารีส”


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงดนตรีเพลงพระราชนิพนธ์กับคุณปรีชา พหิทธานุกร บุตรฯ พณฯเอกอัครราชทูตไทยในสวิสฯ ช่วงเวลาที่ทรงศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยโลซานน์ ด้วยกัน

เจ้านายสองพี่น้องในลานเด็กเล่นของโรงเรียน 
พ.ศ. ๒๔๘๑

สมเด็จพระราชชนนี และพระโอรส พระธิดา ณ วิลล่าวัฒนา มกราคม ๒๔๘๑

 

ในหลวงภูมิพลทรงร่วมทีมฟุตบอลที่ค่าย ลา แกลร์รีแยร์, อาร์เวย์, ฤดูร้อน พ.ศ. ๒๔๘๓

 

ฯพณฯ ขวัญแก้ว วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวังฝ่ายกิจกรรมพิเศษ เป็นประธานในงานแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  รัชกาล ที่ ๙ และเจ้านายไทยในโลซานน์”  โดยมี มร.ลีซองดร์ เซ.เซไรดารีส บุตรชายของ มร.เกลย์อง เซ. เซไรดารีส ครูส่วนพระองค์ซึ่งเป็นผู้รวบรวมงานเขียนทั้งหมดไว้ในหนังสือเล่มนี้  นั่งอยู่ข้างๆ

 

งานเปิดตัวหนังสือ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙” และเจ้านายไทยในโลซานน์” จัดพิมพ์ครั้งที่ ๒

วันศุกร์ที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

 

คุณลีซองดร์ เซ. เซไรดารีสให้สัมภาษณ์สื่อ 

คลิปพิเศษ คุณลีซองดร์ เซ. เซไรดารีสให้สัมภาษณ์สื่อ   แปลไทยโดยดร.จินดารัตน์ ชุมสาย ณ อยุธยา

ภาพปก “หนังสือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙” และเจ้านายไทยในโลซานน์”

ประวัติผู้เขียน

 

ลีซองดร์ เซ. เซไรดารีส เกิดที่โลซานน์ เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๙ เป็นบุตรคนสุดท้องของ เกลย์อง เซ.เซไรดารีส   ผู้ซึ่งมีบทบาทและหน้าที่ฐานะครูส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯรัชกาลที่ ๘ และรัชกาลที่ ๙ หลังจากที่ได้ไปบรรยายในโอกาสและสถานที่ต่างๆ ตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับชีวิตและหน้าที่ของบิดาในการรับใช้พระบรมราชวงศ์ ลีซองดร์ เซ.เซไรดารีส ได้นำบันทึกคำบรรยายมาเรียบเรียงใหม่และคัดเลือกภาพถ่ายจากอัลบั้มของครอบครัวมาประกอบเนื้อหาจนกลายเป็นหนังสือเล่มนี้ ลีซองดร์ เซ.เซไรดารีส เคยผ่านงานในตำแหน่งผู้บริหารของ บริษัทสวิส และระหว่างประเทศหลายแห่งตลอดช่วงเวลา ๓๘ ปีที่ผ่านมา

 

 

จนในที่สุดได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของกระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากเป็นผู้ที่ทุ่มเทให้กับการส่งเสริมและพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และประเทศไทยมาโดยตลอด ด้วยความผูกพันที่มีต่อราชอาณาจักรไทยประกอบกับความมุ่งมั่นที่จะสืบสานความสัมพันธ์ที่มีมาเนิ่นนานระหว่างเมืองโลซานน์กับประเทศไทยทำให้ ลีซองดร์ เซ.เซไรดารีส เกษียณออกมาจากหน้าที่ต่างๆที่รับผิดชอบก่อนกำหนดตั้งแต่ปลายปี พ.ศ.๒๕๕๑ เพื่อที่จะได้อุทิศตนอย่างเต็มที่ให้กับการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้ยั่งยืนสืบไป

 

ในหลวงกับครอบครัวเสด็จพระราชดำเนินกลับจากทรงเรือบนทะเลสาบเจนีวา โลซานน์ อูซี-เก พ.ศ. ๒๕๐๓

 

 

อารัมภบท

เป็นเรื่องไม่ธรรมดานักที่ใครสักคนจะมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับพระราชวงศ์ และยิ่งยากขึ้นไปอีกที่จะได้รับเลือกให้เป็นครูถวายคำแนะนำหลักการเบื้องต้นในการดำเนินชีวิตของจอมคนแต่วิถีแห่งโชคชะตาอันแสนวิเศษก็เกิดขึ้นกับเกลย์อง เซไรดารีส บิดาของผู้เขียน ซึ่งเป็นครูส่วนพระองค์ในรัชกาลที่ ๘ และ ๙ ตั้งแต่ครั้งที่ยังทรงพระเยาว์           หนังสือเล่มนี้ผู้เขียนตั้งใจเขียนขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระคุณของพ่อ และใคร่ขอบันทึกไว้เพื่อเป็นอีกหนึ่งหน้าในประวัติของราชวงศ์ที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์เมื่อสองสามปีที่แล้ว ขณะเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทที่วังไกลกังวล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้มีพระราชปรารถที่จะให้ผู้เขียนค้นคว้าเรื่องราวต่างๆ ของทั้งสองพระองค์ขณะทรงพระเยาว์ และเรื่องของครูส่วนพระองค์ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

โดยทรงแนะว่าจำเป็นที่จะต้องบันทึกเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ช่วงนั้นเอาไว้ เนื่องจากเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในรัชสมัยของรัชกาลที่ ๙ มีผู้เขียนเอาไว้ในหนังสือจำนวนมากมายจนนับไม่ถ้วน แต่หนังสือเล่มนี้จะเล่าเรื่องราวในช่วงเวลาที่น้อยคนนักจะทราบมาก่อน โดยตั้งวัตถุประสงค์ในการเขียนเอาไว้สามประการ ประการแรกเพื่อสนองพระราชปรารถที่จะเผยแพร่เรื่องราวขณะที่พระองค์และพระบรมเชษฐาธิราชรัชกาลที่ ๘ ยังทรงพระเยาว์ และทรงใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวพร้อมด้วยสมเด็จพระราชชนนีสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ และครูส่วนพระองค์ ประการที่สองก็ด้วยต้องการกระชับมิตรภาพที่ผูกพันกันมาผ่านเรื่องราวในประวัติศาสตร์ระหว่างประเทศไทย กับประเทศสวิตเซอร์แลนด์โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงเทพมหานคร กับเมืองโลซานน์ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น และท้ายสุดเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติในวาระแห่งการเจริญพระชนมพรรษาครบ ๗ รอบปีนักษัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในปี พ.ศ.๒๕๕๔

 

ในหลวงทั้งสองพระองค์ กับครูเกลย์องที่อาเดลโบเดนในฤดูร้อน พ.ศ. ๒๔๘๑

บทส่งท้าย

นับเป็นเกียรติประวัติอันสูงส่งที่สุดในชีวิตของ เกลย์อง เซไรดารีส ที่โอกาสถวายงานสมเด็จพระราชชนนีในการอภิบาลแนะแนวทางให้แด่องค์กษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เคารพรักของชาวไทยกว่า ๖๘ ล้านคน และทั่วโลกต่างสรรเสริญความมุ่งมั่น และทุ่มเทที่ทรงมีต่อราชอาณาจักรของพระองค์คราวที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ มีพระมหากรุณาธิคุณให้ผู้เขียนได้เข้าเฝ้าฯ เป็นการส่วนพระองค์ครั้งหนึ่ง ได้มีพระราชดำรัสกับผู้เขียนว่า ทั้งพระองค์และพระบรมเชษฐา            ธิราชรัชกาลที่ ๘ ทรงนับถือครูส่วนพระองค์มาก และมีพระราชประสงค์ที่จะแสดงให้บุตรชายของครูส่วนพระองค์ที่ได้เคยถวายการสอนสิ่งต่างๆ แด่พระองค์มามากมายได้รับรู้ถ้อยคำแสดงความกตัญญูต่อครูผู้ล่วงลับที่ตรัจจากพระโอษฐ์กระทบลงตรงใจผู้เขียนและเป็นช่วงเวลาที่ผู้เขียนจะไม่มีวันลืมชั่วชีวิต

 

ลีซองดร์ เซ.เซไรดารีส

โลซานน์ และ กรุงเทพ พ.ศ. ๒๕๕๔

 

การบรรเลงดนตรีบทเพลงพระราชนิพนธ์ โดยสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา

 

คุณนิติกร  กรัยวิเชียร (ที่2จากซ้าย) ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม  บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)  และนายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์มร.ดาเนียล เบรลาส์ นายกเทศมนตรีเมืองโลซานน์  (ที่3 จากซ้าย)และ มร.ลีซองดร์ เซ.เซไรดารีส บุตรชายของ มร.เกลย์อง เซ. เซไรดารีส ครูส่วนพระองค์ซึ่งเป็นผู้รวบรวมงานเขียนทั้งหมดไว้ในหนังสือเล่มนี้  เสวนา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙และเจ้านายไทยในโลซานน์

 

 

 คุณนิติกร กรัยวิเชียร  ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม  บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)  และนายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะหน่วยงานที่สนับสนุนการจัดงานครั้งนี้กล่าวเพิ่มเติมว่า  “การจัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ และการเปิดตัวหนังสือ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙  และเจ้านายไทยในโลซานน์” ครั้งนี้ นอกจากเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ แล้ว ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการเผยแพร่เรื่องราวเกี่ยวกับพระราชวงศ์สมัยรัชกาลที่ ๘-๙  และพระบรมวงศานุวงศ์ ขณะที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ให้คนรุ่นหลังๆ ได้ทราบถึงเรื่องราวเก่าๆ ที่น้อยคนนักที่จะทราบและเคยเห็นมาก่อน 

 

ช่วงสัมภาษณ์พิเศษ "ความประทับใจในบันทึกความทรงจำของครูส่วนพระองค์ในรัชกาลที่๙" โดย มร.ลีซองดร์ เซ.เซไรดารีส ผู้รวบรวมภาพถ่าย  ดร. อดิเทพ  เวณุจันทร์ และ ดร. จินดารัตน์ ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้แปล

ตัวแทน นักเรียน โรงเรียน จากหัวหิน รับมอบหนังสือ 

ถ่ายภาพร่วมกัน

 

 

การจัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์บันทึกความทรงจำในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์เมื่อครั้งทรงพระเยาว์  และขณะยังศึกษาอยู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างพุทธศักราช ๒๔๗๖-๒๔๙๔ จำนวน  ๔๐ รูป ที่หาชมได้ยาก 

เปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ ๒๑-๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๘  ณ ลาน living gallery ๑ ชั้น ๓ ณ  ศูนย์การค้าสยามพารากอน ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐-๒๑.๐๐ น. ซึ่งภายในงานมีการจำหน่ายหนังสือ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙ และเจ้านายไทยในโลซานน์”  ในราคาเล่มละ699 บาท หรือสามารถหาซื้อได้ที่ศูนย์หนังสือเอเชียบุ๊คทุกสาขา รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว นำทูลเกล้าขึ้นถวายโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net