วันที่ พุธ สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ลูกชิ้นน้ำใส-สะอาด ( 1 )


ลูกชิ้นน้ำใส.......สะอาด  ( ( 1 )

        ภาคเรียนจบจากคณะอักษรศาสตร์  คณะที่มีผู้ชายน้อยนับหัวได้  เวลาเรียนหรือทำกิจกรรมจะเหมือนเม็ดเพชรล้อมไพลิน   พ่อแม่ผองญาติต่างคาดว่าเขาต้องได้แฟนเป็น   เพื่อนผู้หญิง  ในคณะ   แต่กระทั่งเรียนจบเขายังหาใครสักคนมาเป็นแฟนไม่ได้     แม้แต่ผู้ชายก็เถอะไม่มีสักคนที่มองเขาว่าน่าสนใจเลย   ทั้งที่ภาคคิดว่าเขาออกจะหล่อ    ขนาดเจ้าหมาน้อยบนถนนมันยังกระดิกหางทักทายเป็นประจำ   

         ภาคย้ายมาอยู่ตึกแถวหน้าวิทยาลัยชื่อดังเป็นอันดับต้นๆของไทย    เพื่อนผู้เป็นเจ้าของบ้านได้รับทุนไปเรียนต่อปริญญาโทถึงเอกที่ประเทศอังกฤษ  บอกให้เขามาอยู่ฟรี     แต่จะต้องช่วยรักษาบ้านให้คงสภาพเรียบร้อย  หรือดูดีกว่าเดิม    แถมกำชับว่าห้ามทำห้องน้ำหายเป็นอันขาด    เพราะภาคเคยบ่นว่าคนชอบออกแบบห้องน้ำชั้นล่างของบ้านตึกแถวให้เป็นที่ซุกหัวนอนของตุ๊กแก     ทุกหลังใช้เนื้อที่ใต้บันไดเป็นอ่างเก็บน้ำไว้อาบ  อีกด้านก็เป็นโถชักโครก    เพื่อนกลัวเขาทุบห้องน้ำทิ้ง     เจ้าเพื่อนสุดหล่อยังแซวว่าคราวนี้เขาจะได้แฟนเสียที  เพราะแถวนี้มีนักศึกษาสาวสวยไม่สวยมากมายให้เลือก   พูดยังกะว่าเขาเป็นพระเอกเร่หารักยังงั้นแหละ
          ข้างบ้านมี  เด็กสาววัยกำลังจะรุ่นคนหนึ่งชื่อจู  ผิวพรรณขาวผ่อง นัยน์ตาชั้นเดียว แก้มบุ๋มน่ารัก  เธอมสำเนียงที่บ่งบอกเชื้อสายจีนขนานแท้      ภาคกับเธอทักทายปราศรัยกันตั้งแต่วันแรกที่เขามา     เพราะเธอนำจดหมายพร้อมกุญแจซึ่งเพื่อนภาคฝากไว้มาให้   ตอนที่เธอยื่นกุญแจ   ตาแป๋วแหววจ้องหน้าเขาอยู่นาน  เป็นครั้งแรก
ที่ชายหนุ่มได้รับความสนใจอย่างจริงๆจังๆจากผู้หญิง  แต่เสียดายที่เธออ่อนวัยนัก    
           เธอคงจะทึ่งในความดูดีของเขา    เขารู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้      ต่อมาเขาและเธอพบกันแทบทุกวัน
           เช้านี้ภาคกลับจากวิ่งออกกำลังกายตอนเช้า  จูกำลังจัดโต๊ะหน้าบ้าน    ท่าทางพยายามล้ำเส้นทางเท้ามากที่สุด    ถ้ารู้จักกันนานกว่านี้ เขาจะเตือนเธอ   เรื่องการเคารพสิทธิของผู้อื่น
           “อาม่าอารมณ์เสียมาก” จูบอกทันทีที่หันมาเห็นเขา
            ชายหนุ่มทำหน้างง จำไม่ได้ว่าเธอหมายถึงย่าหรือแม่   
            “เอายังงี้ซิ    ลื้อจำว่าอาม้า ม้ายังคึกคัก หมายถึงแม่ อาม่านี้เสียงหนักโหน่ย  แก่แล้วหมายถึงย่าอั้ว  ลื้อจำอย่างที่อั้วบอกง่ายลี”   

             ได้ยินในครั้งแรก  เขารู้สึก ประสาทหูเต้นระบำ  ไม่เคยชินกับการพูดลื้ออั้ว  ยิ่งเป็นเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม
 ชวนมอง   ยิ่งหงุดหงิดนัก
             “ จู คราวหลังแทนตัวเองว่าจู หรือหนูนะ อย่าพูดลื้ออั้ว  ไม่เพราะรู้มั้ย   กับผู้ใหญ่ต้องเรียกว่าห้ามใช้เลย”
              เด็กสาวหน้าเสีย    รับคำเสียงอ่อย   “ไล่ ไล่”
             “ ขอโทษนะจู  ผมเพียงแต่.......”
             “ไม่เป็นไร “   จูขัดขึ้นอย่างเข้าใจ   “ อั้ว เอ๊ย หนู เอ๊ย” จูหยุดตั้งสติสักครู่ก่อนจะเรียบเรียงคำพูด  “จูเรียนน้อย  ขอบใจนะที่ลื้อเอ๊ยคุณสอนจู”
              “ดีครับ” เขาชอบใจที่จูรู้จักคิด  รู้จักปรับปรุงตัวเอง
               เกือบทุกเย็น  เด็กสาวคนนี้จะชะเง้อชะแง้   สอดสายตาลอดช่องประตูเหล็กบ้านเขา  หากไม่เห็นเขาเธอจะไม่ส่งเสียงเรียก   ความที่รู้จักเกรงอกเกรงใจ  อีกทั้งพยายามจะปฏิบัติตนให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้  ทำให้ภาคเอ็นดูจูไม่น้อย
                                  
                วันหยุดใดที่ภาคไม่มีรายการสอนพิเศษ  เขาจะอยู่บ้านอ่านหนังสือ  ตรวจการบ้าน  เตรียมการสอน  และทำงานบ้าน  ซักรีดเสื้อผ้า  เรื่องอาหารการกินก็ง่ายๆ    จนเพื่อนๆเขาหัวเราะเมื่อเขาสาธยายให้ฟัง
                 มื้อเช้า แค่กาแฟ ขนมปังปิ้งไร้สารกันบูด  ไม่แต่งหน้าด้วยบรรดาแยมเนยที่แพงโดยใช่เหตุ   ไม่เปลืองไฟ  ไม่เดือดร้อนหาเครื่องปิ้ง
                 มื้อกลางวันก็ฝากท้องไว้กับร้านอาหาร
                 มื้อเย็น เป็นอาหารสุดยอดชนิดที่ฮ่องเต้อาจจะไม่มีโอกาสลิ้มรส  

                 ข้าวไข่เจียวเพียวๆกับพริกน้ำปลา    หรือไข่ยัดไส้  ไส้หมู  ไส้ไก่  ไส้กุ้ง  ไส้ปูและไส้อย่างอื่นยังแสวงหาอยู่   

                 บางมื้อมีไข่ดาวธรรมดา ไข่ดาวพระเสาร์ ไข่ดาวพระศุกร์  ตามลักษณะของการทอด  ไข่พะโล้  โล้เดี่ยวหรือโล้คู่จะมีชิ้นหมูสามชั้นให้พอไม่เหงา   ไข่ลูกเขยบ้านนอก  ไข่ลูกเขยเมืองนอกคงต้องรอโอกาสได้รับไข่นกกระจอกเทศค่อยทำ

                 นอกจากนี้  ยังมีไข่ปัสสาวะอาชา   ยำไข่เค็มชัยบาดาล  ปลากระป๋องปุกปุย ผักกาดดองตรานกเขา  ทานกับข้าวสวยหรือข้าวต้มร้อนๆก็สุดแสนจะอร่อยเหลือเกินแล้ว   

                  ชีวิตของเขาราบเรียบกว่าผ้าที่รีดเสียอีก
                 

                   เมื่อมาอยู่ใหม่ๆทั้งอาม่าอาม้า  อาเตี่ย ยกเว้นอาโซ้ยตี้ที่ยังเล็กไม่รู้เรื่องรู้ราวนัก ต่างมองภาคด้วยสายตาแปลกๆ พวกเขาทำท่าแบบสายลับ   ทั้งขยิบตา  ถลึงตา   จูก็ยังไม่เข้าใจเสียงล้งเล้งคล้ายเสียงไซเรนจึงตามมา
                 “ลื้อม่ายกังอีต่านา  อีสิจาโบว  ลื้อสิจาโบ้ว” และอีกหลายประโยคออกมาเป็นชุด   กว่าเขาจะเข้าใจก็ไม่รู้สึกว่าน่าโกรธแล้ว     เรื่องธรรมดาที่ใครๆก็ห้ามจูพูดกับเขา
                  เพราะจูเป็นผู้หญิงส่วนเขาเป็นผู้ชาย      มวลเหล่าสมาชิกร้านลูกชิ้นอาเส็งคงคิด  ว่าชายหนุ่มอย่างเขาเป็นบุคคลอันตราย  ห้ามเข้าใกล้
                  ภาคเคยไปนั่งรับประทาน (กิน)เส้นหมี่ที่ร้าน    อาเตี่ยกับอาม่าม้าจะพยายามหาที่ว่าง  หรือนั่งโต๊ะติดกัน   เพือส่งสายตาสำรวจตรวจตราว่า หมอนี่ไว้ใจได้หรือเปล่า  ทำยังกะว่า เขาซึ่งเป็นคนผิวเม็ดมะขาม ผมหยิกเป็นลอนคล้ายเงาะป่า    ถ้าเป็นผมผู้หญิงก็คงบอกว่าหยิกสวยแบบธรรมชาติ     ฟันหน้าเกแถมเหยินเล็กน้อย   จะต้องเป็นโจรห้าร้อยอย่างนั้นแหละ     ถ้าเขาไม่อายลูกศิษย์ก็จะไปดัดฟันแข่งกับเด็กและจะซื้อเดย์ครีม ไนท์ครีม มาโปะพอกหน้าลดเขม่าควันดำ ให้ผิวขาวนวลขึ้น    แต่จริงๆเสียดายเงินนะ
                  ต่อมาเพื่อมิให้เขาต้องเป็นดาราโดดเด่นในร้าน     ภาคจึงใช้วิธีสั่งแบบ ดีลิพเวอรี่หลังจากจูบอกว่า   “ส่งไล่ ส่งไล่”
                 คนมาส่งเป็นประจำคือ โซ้ยตี๋ ที่ต้องประคองชามก๋วยเตี๋ยวอย่างระมัดระวัง     พร้อมยิ้มตาหยีน่ารัก  วันไหนไม่มีใครจริงๆจูจะมาส่งด้วยตนเอง   
                  ชายหนุ่มจะเปิดประตูบ้านกว้าง   ชนิดมองทะลุห้องน้ำสู่ประตูหลัง     อันที่จริง  เขาจะเดินไปร้านอาหารที่อยู่ไกลออกไปหลายช่วงตึกก็ได้    แต่ความที่มีนิสัยขี้เกียจสันหลังโค้งกับการเดินไปหาอาหารใส่กระเพาะ                      

                   เป็นเพราะชอบเส้นหมี่ลูกชิ้นเป็นชีวิตจิตใจ   เส้นหมี่กับลูกชิ้นแถมเนื้อสดอร่อยกลมกลืน    เป็นอาหารชามโปรดที่ไม่เคยเบื่อ       คล้ายกับเพื่อนอาจารย์หญิงที่โรงเรียนจะสั่งข้าวเหนียวส้มตำทานได้ทานดีทุกวัน  เขาก็เลยเป็นลูกค้าประจำของร้านจู
                  ทุกครั้งที่ภาคชมว่าลูกชิ้นอร่อย จูจะยกนิ้วหัวแม่มือแสดงอาการภูมิอกภูมิใจ
                  “ลูกชิ้นนั้วของจู รสชาดเยี่ยม”
                  เขาสะกดคำว่าเนื้อสำเนียงจูไม่ถูกจริงๆ
                   เธอเล่าว่าเธอไม่มีเพื่อน  วันๆอยู่แต่ในร้าน   การได้พูดคุยกับเขาซึ่งมีความรู้จะทำให้ฉลาดขึ้นบ้าง  เวลามาเก็บถ้วยชามจึงมักจะรีรอดูเขาทำงาน จนบางครั้งแม่เธอตะโกนหาเสียงดังลั่น
                   “อาจู โอ๊ย อาจู ลื้อขือติก่อ   โหวไล่เลียว อา”
                    เธอก็จะบอกว่า   “จูไปเก็บเสื้อผ้าก่อนนะ   ตากไว้ช้นสามเหลียวเปียกหมด”    แล้วไม่ลืมจะแปลคำของอาม้า
                   “แม่ถามว่าไปไหน  ฝนมาแล้ว”       ต่อมาชายหนุ่มก็พูดประโยคนี้ได้โดยไม่ติดขัด เพราะได้ยินถ้อยคำเหล่านี้บ่อยๆตลอดฤดูฝน   เขาแทบจะร้องเพลงงิ้วได้บ้างแล้ว    แม่จูจะเปิดเพลงเผื่อชาวบ้านให้ได้ฟังกันทุกวัน   แม่จูเป็นสมาชิกเสียงตามสาย

                     ......อา ขี่หม่ง ตง ซก ลกไล่ ตั่ว ซี อาอี ฉี เหลียว มา โห่ย โฮย    ของฟังฟรีแต่คนยังปิดหู  รวมทั้งตัวเขาที่ใช้วิธีเปิดวิทยุฟังเพลง  "เย้ยฟ้าท้าดิน " ดังสนั่นหวั่นไหวแข่งกันให้รู้แล้วรู้แรดกันไปเลย
                    

                       (โปรดติดตามตอนจบนะคะ เที่ยงนี้มีเวลาน้อย  เรื่องสั้นตามอารมณ์ของคนชอบคิดชอบเขียนแต่ห่วงเรื่องกระเพาะก็อย่างนี้แหละค่ะ   ขออภัย  ไปทานข้าวเที่ยงแล้วค่า)

โดย YEEKENG

 

กลับไปที่ www.oknation.net