วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บรรยิน ตั้งภากรณ์ เปิดใจปมร้อนคดี ชูวงษ์ แซ่ตั๊ง


พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ มาเปิดใจในรายการชุมชนคนชอบช่วย ทางเนชั่นทีวี 22 กรณีการเสียชีวิตและเรื่องโอนหุ้นของชูวงษ์ แซ่ตั๊ง พร้อมแจงได้มีการพูดคุยเพื่อระดมทุน 5000 ล้าน หวังตั้งพรรคกับชูวงษ์ "ร่ำไห้"ขอโทษลูกกับเมีย"ชูวงษ์"จำเป็นต้องปิดบังความลับเรื่องผู้หญิง

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 6 สิงหาคม พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ เปิดใจออกรายการชุมชนคนชอบช่วยทางเนชั่นทีวี โดยระบุว่า รู้จักกับนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง ตั้งแต่ปี 2556 มีความสนิทสนมกันเป็นอย่างดี ไปไหนไปกัน กินเที่ยวด้วยกันทุกเรื่อง คุยกันทั้งเรื่องธุรกิจและเรื่องทางการเมือง เมื่อตกลงจะเล่นเรื่องหุ้นกันจึงได้ชักชวนกันไปเรียนที่สถาบันวิทยาการตลาดทุน(วตท.) จึงได้เป็น วตท.รุ่นที่ 20 ส่วนเรื่องการเมืองได้คุยกันเมื่อช่วงปลายปี 2557 เตรียมทุนไว้ประมาณ 5 พันล้านบาท เพื่อจัดตั้งพรรคการเมืองในชื่อ พรรคชูชาติไทย โดยวางนายชูวงษ์ ไว้เป็นหัวหน้าพรรค

จากนั้นก็มีการชักชวนร่วมทุนกันทำธุรกิจไปซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ โดยผืนแรกซื้อที่ จ.นครสวรรค์ ผืนที่สอง ที่ จ. หวัดพิษณุโลก รวมทุนกันในอัตรา 60/40 นายชูวงษ์ 60 ส่วนตน 40 ซึ่งซื้อที่ดินใน จ.นครสวรรค์วางเงินไป 85 ล้านบาท จากนั้นนำเงินเส่วนที่เหลือไปซื้อที่ดินที่ จ. พิษณุโลก วางมัดจำไป 5 ล้านบาท และชื่อผู้ครอบครองที่ดินเป็นชื่อภรรยานายชูวงษ์ โดยโครงการพัฒนาพื้นที่ทั้ง 2 แห่งมีมูลค่าของโครงการ โครงการละ 2 พันล้านบาท จึงไม่มีเหตุจำเป็นใดที่ตัวเองจะสร้างเรื่องเกี่ยวกับการโอนหุ้นจำนวนเกือบ 300 ล้านบาทตามที่เป็นข่าว เพราะหากนายชูวงษ์ยังมีชีวิตอยู่ และร่วมกันทำธุรกิจตนจะได้ผลตอบแทนที่มากกว่าหลายเท่า จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องไปทำให้นายชูวงษ์เสียชีวิต

จากนั้นมีการรวมกลุ่มกับเพื่อนที่ร่วมอบรมร่วมเรียนด้วยกันเพื่อเปิดพอร์ต ลงทุนร่วมกันหลายคน บางคนหลักแสน บางคนหลักล้าน บางคนก้หลายล้าน พอร์ตทั้งหมดเป็นชื่อของนายชูวงษ์ แต่ตนเป็นผู้บริหารพอร์ต โดยมีโบรกเกอร์อยู่ 2 บริษัท คือบริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด(มหาชน) ซึ่งทั้งหมดมีมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ขณะเดียวกันมีความพยายามผลักดันให้นายชูวงษ์ เป็นประธานรุ่น วตท.20 แต่เนื่องจากนายชูวงษ์ถือหุ้นไว้เยอะจำนวนหลายตัว จึงมีผู้โจมตีหาว่าเป็นนักปั่นหุ้น ทำให้ไม่อยากมีปัญหาจึงถอนตัว

พ.ต.ท.บรรยิน ยังบอกถึงตำรวจที่กำลังจะออกหมายจับคนปลอมเอกสารการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ว่า ตำรวจกำลังหลงประเด็น ซึ่งต้องถามตำรวจกองปราบว่า ใครเป็นคนปลอม ปลอมอย่างไร ปลอมเมื่อไหร่ เพราะเมื่อมีการโอนหุ้นหรือมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องหุ้นตัวโบรกเกอร์เองจะต้องรีเช็คกลับมายังเจ้าของหุ้น เพื่อยืนยันความถูกต้องและไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรอีก และถ้าหากจะเอาผิดตัวเองต้องเตรียมหลักฐานให้ดี เพราะตอนนี้ตนทำงานเหมือนตำรวจเบอร์โทรศัพท์กี่เบอร์ ติดต่อสื่อสารกับใครบ้าง ตนเตรียมไว้หมดแล้ว อธิบายได้หมด ไม่ต้องถามว่าตนรู้จักหญิงสาว 2 คนที่นายชูวงษ์โอนหุ้นหรือไม่ เพราะตนจะตอบเลยว่ารู้จัก แทบทุกครั้งที่ตนอยู่กับนายชูวงษ์เขาก็จะเอาโทรศัพท์ของตนโทรหาผู้หญิงทั้ง 2 คนนี้ รวมถึงนายชูวงษ์ยังได้เพิ่มหมายเลขโทรศัพท์เพื่อใช้ในการดำเนินการเรื่องหุ้นของเขาด้วย

"ผมต้องขอโทษลูกเมียและครอบครัวของคุณชูวงษ์ด้วย ที่ต้องช่วยปิดบังความลับเรื่องนี้ ผมจำเป็นต้องช่วย เพราะเขาเป็นเพื่อนรักผม เขามีพระคุณกับผมหลายเรื่อง ผมน้ำท่วมปาก ผู้หญิง 2 คนนี้ทำไมผมจะไม่รู้ เขาจะโอนหุ้นให้เพราะอะไรนั้นผมบอกไม่ได้ คนที่บอกได้ คำตอบมีคำตอบเดียวคือคุณชูวงษ์ และผมไม่ได้เป็นคนจัดหาหรือแนะนำให้คุณชูวงษ์ ผมไม่รู้หรอกว่าสเปคใครชอบแบบไหน เขาชอบของเขาเอง" พ.ต.ท.บรรยิน พูดในรายการ


พ.ต.ท.บรรยิน บอกในรายการอีกว่า ก่อนเกิดอุบัติเหตุ 1 วัน ซึ่งเป็นวันที่ 25 มิถุนายน เป็นวันเรียนวันสุดท้ายของ วตท. จึงมีการพูดคุยกันว่า วันพรุ่งนี้(26 มิ.ย.) จะไปไหนดีเพื่อเลี้ยงฉลอง จึงมีการตกลงกันว่าไปออกรอบตีกอล์ฟ พอถึงเช้าวันที่ 26 มิ.ย. ก็ได้โทรศัพท์คุยกับนายชูวงษ์เรื่องการสร้างบ้าน เนื่องจากบริษัทนายชูวงษ์รับสร้างบ้านให้ ซึ่งเป็นบ้านลูกชายของตนที่ กทม. โดยคุยกันว่าหลังจากตอกเสาเข็มเสร็จก็ไม่เห็นมีช่างเข้ามาอีกเลย นายชูวงษ์เลยบอกให้ตนไปคุยกันที่บริษัท เมื่อไปถึงตนยังทักคนขับรถของนายชูวงษ์ว่า วันนี้ลูกพี่เอาถุงกอล์ฟมาด้วยรึเปล่า จากนั้นก็ขึ้นไปหานายชูวงษ์ที่ห้องทำงานชั้น 5 และนายชูวงษ์ก็โทรศัพท์หาลูกน้องให้ช่างเร่งดัดดำเนินการสร้างบ้านให้ลูกชายตน ก่อนจะมีการพูดเรื่องไปออกรอบตีกอล์ฟตามที่นัดหมายกันไว้ แต่ด้วยนายชูวงษ์มีงานเยอะอาจทำให้ลืม จึงได้บอกกลับมาว่า อ้าว ไม่ใช่วันพรุ่งนี้(27 มิ.ย.) เหรอ เพราะวันนี้มีทั้งประชุม และเคลียร์งานอีกเยอะ แต่ด้วยความที่นายชูวงษ์เกรงใจเนื่องจากตนได้นัดแนะผู้หลักผู้ใหญ่ในก๊วนกอล์ฟไว้หมดแล้ว นายชูวงษ์จึงมาเคลียร์กับพี่สาว ที่ชั้น 2 จากนั้นนายชูวงษ์ก็สั่งการให้เลขาบอกกับคนขับรถให้กลับไปเอาถุงกอล์ฟที่บ้าน แล้วตามไปที่สนามกอล์ฟ จากนั้นก็มาขึ้นรถของตน โดยที่ไม่ได้สังเกตว่านายชูวงษ์รัดเข็มขัดนิรภัยหรือไม่

เมื่อไปถึงสนามกอล์ฟก็พากันเข้าไปในห้องพักรับรอง ด้วยความที่ตัวเองมีโทรศัพท์หลายเครื่อง โดยลืมไว้ในรถ 1 เครื่อง จึงออกมาเอา จังหวะนั้นคนขับรถของนายชูวงษ์กับขับมาถึงพอดี โดยมีพยานยืนยัน เป็นคนในก๊วนกอล์ฟวันนั้น จึงไม่อยากเสียเวลาบอกให้คนขับรถนายชูวงษ์เอากระเป๋าเสื้อผ้ามา เดี่๋ยวจะถือเข้าไปให้เอง จากนั้นก็บอกกับคนขับรถนายชูวงษ์ว่า เดี๋ยวคุยกับลูกพี่นะว่าจะให้รอที่ไหน ให้รอที่นี่ หรือไปรอที่บริษัท หรือไปรอที่บ้าน แล้วตนก็เดินเข้าไป เมื่อไปถึงก็ได้ยินนายชูวงษ์โทรศัพท์คุยกับคนขับรถบอกให้กลับไปรอที่บ้าน ก่อนจะไปออกรอบตีกอล์ฟก็พากันนั่งกินทุเรียนที่ผู้ใหญ่ในก๊วนติดไม้ติดมือมาฝาก จากนั้นก็พากันออกรอบทั้งหมด จนครบ 18 หลุม จากนั้นก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า นั่งกินดื่มกัน ทางท่านที่ติดธุระก็ขอกลับก่อน วันนั้นตนไม่ได้ดื่มไวน์เลยสักแก้ว เนื่องจากกินทุเรียนไปก่อนหน้า และมีคนทักว่า กินทุเรียนแล้วดื่มแอลกอฮอล์จะขับรถไม่ไหวเอา ส่วนคนอื่นๆดื่มหมด รวมทั้งนายชูวงษ์ด้วย เท่าที่เห็นน่าจะดื่มไวน์ไป 2 แก้ว แต่ด้วยนายชูวงษ์ไม่ใช่นักดื่มก็คงจะมึนๆอยู่บ้าง

พ.ต.ท.บรรยิน บอกอีกว่า กระทั่ง 2 ทุ่มกว่า มีการสั่งเช็คบิล ตนหากุญแจรถอยู่พักใหญ่เนื่องจากลืมไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้าตอนอาบน้ำเปลี่ยนชุด จนประมาณ 3 ทุ่มเศษก็พากันเดินมาขึ้นรถ ระหว่างเดินนายชูวงษ์ยังพูดถึงเรื่องภรรยา บอกว่าต้องคอยเอาใจ ต้องพาไปเที่ยว ซึ่งตนก็บอกว่า ทำไปเถอะสิ่งไหนที่ทำแล้วเขาสบายใจ เมื่อขึ้นรถก็ขับไม่เรื่อย ใช้ความเร็วไม่ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็ไม่ได้สังเกตุอีกว่านายชูวงษ์รัดเข็มขัดหรือไม่ และปกติเวลานายชูวงษ์ขึ้นรถก็จะเป็นคนหลับง่าย พอขับมาถึงจุดเกิดเหตุมีรถข้ามเลนมาทำท่าจะชน ตนก็หักหลบ ภาพที่เห็นตรงหน้าคือเสาไฟฟ้า ในคิดคิดว่าถ้าไม่หลบอีกชนเสาไฟตายแน่ ก็หักพวงมาลัยอีกรอบ จนเสียหลักชนฟุตบาธ

พอชนฟุตบาทรถก็ลอยเหินเลย ก่อนจะตกกระแทกกระดอนไถลจนไปพุ่งชนกับต้นไม้ จนผมสลบ รู้ตัวอีกทีก็มีคนมาเคาะกระจก ผมทั้งเจ็บทั้งจุก ส่วนคุณชูวงษ์คุดคู้ หัวเสียบอยู่ช่วงคอนโซนรถข้างกระปุกเกียร์ ผมยายามจะงัดดึงร่างเขาออกมา แต่ดึงยังไงก็ไม่ออก ผมยังบอกคนที่เข้ามาช่วยว่า ช่วยงัดเอาออกมาหน่อย แต่เขาก็ไม่กล้างัด ผมจึงบอกให้เขาโทรแจ้งกู้ภัยด่วนเลย ส่วนผมก็โทรหาเมียผม บอกว่ารถชน แล้วบอกให้เมียผมโทรบอกเมียของคุณชูวงษ์ เพราะเขามีเบอร์โทรกัน คุยติดต่อกันประจำ จากนั้นญาติของคุณชูวงษ์ก็มาพร้อมๆกับกู้ภัย แล้วก็เห็นเขาปฐมพยาบาลวัดชีพจร ก็บอกว่ายังมีชีพจรอยู่ ก่อนจะยกเขาออกไปปั๊มหัวใจอยู่ครู่หนึ่ง ซึ่งตอนนั้นผมก็ทั้งเจ็บทั้งจุกอยู่ พ.ต.ท.บรรยิน กล่าวในรายการ และร้องไห้กล่าวทิ้งท้ายในรายการว่า ต้องขอโทษลูกกับเมีย และครอบครัวของชูวงษ์ อีกครั้ง ที่ต้องปกปิดความลับเรื่องผู้หญิง มันจำเป็น เพราะเขาเป็นเพื่อนรัก มีพระคุณกับเขามากมาย ผมไม่เคยถือโทษโกรธเคืองครอบครัวของคุณชูวงษ์ เขาจะเป็นเพื่อนรักของผมตลอดไป ผมพร้อมสู้ทุกข้อหาหากถูกดำเนินคดี เชื่อในความบริสุทธิ์ พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

จากนั้นก็มีการชักชวนร่วมทุนกันทำธุรกิจไปซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ โดยผืนแรกซื้อที่ จ.นครสวรรค์ ผืนที่สอง ที่ จ. หวัดพิษณุโลก รวมทุนกันในอัตรา 60/40 นายชูวงษ์ 60 ส่วนตน 40 ซึ่งซื้อที่ดินใน จ.นครสวรรค์วางเงินไป 85 ล้านบาท จากนั้นนำเงินเส่วนที่เหลือไปซื้อที่ดินที่ จ. พิษณุโลก วางมัดจำไป 5 ล้านบาท และชื่อผู้ครอบครองที่ดินเป็นชื่อภรรยานายชูวงษ์ โดยโครงการพัฒนาพื้นที่ทั้ง 2 แห่งมีมูลค่าของโครงการ โครงการละ 2 พันล้านบาท จึงไม่มีเหตุจำเป็นใดที่ตัวเองจะสร้างเรื่องเกี่ยวกับการโอนหุ้นจำนวนเกือบ 300 ล้านบาทตามที่เป็นข่าว เพราะหากนายชูวงษ์ยังมีชีวิตอยู่ และร่วมกันทำธุรกิจตนจะได้ผลตอบแทนที่มากกว่าหลายเท่า จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องไปทำให้นายชูวงษ์เสียชีวิต

ต่อมาก็มีการรวมกลุ่มกับเพื่อนที่ร่วมอบรมร่วมเรียนด้วยกันเพื่อเปิดพอร์ต ลงทุนร่วมกันหลายคน บางคนหลักแสน บางคนหลักล้าน บางคนก้หลายล้าน พอร์ตทั้งหมดเป็นชื่อของนายชูวงษ์ แต่ตนเป็นผู้บริหารพอร์ต โดยมีโบรกเกอร์อยู่ 2 บริษัท คือบริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด(มหาชน) ซึ่งทั้งหมดมีมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ขณะเดียวกันมีความพยายามผลักดันให้นายชูวงษ์ เป็นประธานรุ่น วตท.20 แต่เนื่องจากนายชูวงษ์ถือหุ้นไว้เยอะจำนวนหลายตัว จึงมีผู้โจมตีหาว่าเป็นนักปั่นหุ้น ทำให้ไม่อยากมีปัญหาจึงถอนตัว

พ.ต.ท.บรรยิน ยังบอกถึงตำรวจที่กำลังจะออกหมายจับคนปลอมเอกสารการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ว่า ตำรวจกำลังหลงประเด็น ซึ่งต้องถามตำรวจกองปราบว่า ใครเป็นคนปลอม ปลอมอย่างไร ปลอมเมื่อไหร่ เพราะเมื่อมีการโอนหุ้นหรือมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องหุ้นตัวโบรกเกอร์เองจะต้องรีเช็คกลับมายังเจ้าของหุ้น เพื่อยืนยันความถูกต้องและไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรอีก และถ้าหากจะเอาผิดตัวเองต้องเตรียมหลักฐานให้ดี เพราะตอนนี้ตนทำงานเหมือนตำรวจเบอร์โทรศัพท์กี่เบอร์ ติดต่อสื่อสารกับใครบ้าง ตนเตรียมไว้หมดแล้ว อธิบายได้หมด ไม่ต้องถามว่าตนรู้จักหญิงสาว 2 คนที่นายชูวงษ์โอนหุ้นหรือไม่ เพราะตนจะตอบเลยว่ารู้จัก แทบทุกครั้งที่ตนอยู่กับนายชูวงษ์เขาก็จะเอาโทรศัพท์ของตนโทรหาผู้หญิงทั้ง 2 คนนี้ รวมถึงนายชูวงษ์ยังได้เพิ่มหมายเลขโทรศัพท์เพื่อใช้ในการดำเนินการเรื่องหุ้นของเขาด้วย

"ผมต้องขอโทษลูกเมียและครอบครัวของคุณชูวงษ์ด้วย ที่ต้องช่วยปิดบังความลับเรื่องนี้ ผมจำเป็นต้องช่วย เพราะเขาเป็นเพื่อนรักผม เขามีพระคุณกับผมหลายเรื่อง ผมน้ำท่วมปาก ผู้หญิง 2 คนนี้ทำไมผมจะไม่รู้ เขาจะโอนหุ้นให้เพราะอะไรนั้นผมบอกไม่ได้ คนที่บอกได้ คำตอบมีคำตอบเดียวคือคุณชูวงษ์ และผมไม่ได้เป็นคนจัดหาหรือแนะนำให้คุณชูวงษ์ ผมไม่รู้หรอกว่าสเปคใครชอบแบบไหน เขาชอบของเขาเอง" พ.ต.ท.บรรยิน พูดในรายการ

พ.ต.ท.บรรยิน บอกในรายการอีกว่า ก่อนเกิดอุบัติเหตุ 1 วัน ซึ่งเป็นวันที่ 25 มิถุนายน เป็นวันเรียนวันสุดท้ายของ วตท. จึงมีการพูดคุยกันว่า วันพรุ่งนี้(26 มิ.ย.) จะไปไหนดีเพื่อเลี้ยงฉลอง จึงมีการตกลงกันว่าไปออกรอบตีกอล์ฟ พอถึงเช้าวันที่ 26 มิ.ย. ก็ได้โทรศัพท์คุยกับนายชูวงษ์เรื่องการสร้างบ้าน เนื่องจากบริษัทนายชูวงษ์รับสร้างบ้านให้ ซึ่งเป็นบ้านลูกชายของตนที่ กทม. โดยคุยกันว่าหลังจากตอกเสาเข็มเสร็จก็ไม่เห็นมีช่างเข้ามาอีกเลย นายชูวงษ์เลยบอกให้ตนไปคุยกันที่บริษัท เมื่อไปถึงตนยังทักคนขับรถของนายชูวงษ์ว่า วันนี้ลูกพี่เอาถุงกอล์ฟมาด้วยรึเปล่า จากนั้นก็ขึ้นไปหานายชูวงษ์ที่ห้องทำงานชั้น 5 และนายชูวงษ์ก็โทรศัพท์หาลูกน้องให้ช่างเร่งดัดดำเนินการสร้างบ้านให้ลูกชายตน ก่อนจะมีการพูดเรื่องไปออกรอบตีกอล์ฟตามที่นัดหมายกันไว้ แต่ด้วยนายชูวงษ์มีงานเยอะอาจทำให้ลืม จึงได้บอกกลับมาว่า อ้าว ไม่ใช่วันพรุ่งนี้(27 มิ.ย.) เหรอ เพราะวันนี้มีทั้งประชุม และเคลียร์งานอีกเยอะ แต่ด้วยความที่นายชูวงษ์เกรงใจเนื่องจากตนได้นัดแนะผู้หลักผู้ใหญ่ในก๊วนกอล์ฟไว้หมดแล้ว นายชูวงษ์จึงมาเคลียร์กับพี่สาว ที่ชั้น 2 จากนั้นนายชูวงษ์ก็สั่งการให้เลขาบอกกับคนขับรถให้กลับไปเอาถุงกอล์ฟที่บ้าน แล้วตามไปที่สนามกอล์ฟ จากนั้นก็มาขึ้นรถของตน โดยที่ไม่ได้สังเกตว่านายชูวงษ์รัดเข็มขัดนิรภัยหรือไม่

เมื่อไปถึงสนามกอล์ฟก็พากันเข้าไปในห้องพักรับรอง ด้วยความที่ตัวเองมีโทรศัพท์หลายเครื่อง โดยลืมไว้ในรถ 1 เครื่อง จึงออกมาเอา จังหวะนั้นคนขับรถของนายชูวงษ์กับขับมาถึงพอดี โดยมีพยานยืนยัน เป็นคนในก๊วนกอล์ฟวันนั้น จึงไม่อยากเสียเวลาบอกให้คนขับรถนายชูวงษ์เอากระเป๋าเสื้อผ้ามา เดี่๋ยวจะถือเข้าไปให้เอง จากนั้นก็บอกกับคนขับรถนายชูวงษ์ว่า เดี๋ยวคุยกับลูกพี่นะว่าจะให้รอที่ไหน ให้รอที่นี่ หรือไปรอที่บริษัท หรือไปรอที่บ้าน แล้วตนก็เดินเข้าไป เมื่อไปถึงก็ได้ยินนายชูวงษ์โทรศัพท์คุยกับคนขับรถบอกให้กลับไปรอที่บ้าน ก่อนจะไปออกรอบตีกอล์ฟก็พากันนั่งกินทุเรียนที่ผู้ใหญ่ในก๊วนติดไม้ติดมือมาฝาก จากนั้นก็พากันออกรอบทั้งหมด จนครบ 18 หลุม จากนั้นก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า นั่งกินดื่มกัน ทางท่านที่ติดธุระก็ขอกลับก่อน วันนั้นตนไม่ได้ดื่มไวน์เลยสักแก้ว เนื่องจากกินทุเรียนไปก่อนหน้า และมีคนทักว่า กินทุเรียนแล้วดื่มแอลกอฮอล์จะขับรถไม่ไหวเอา ส่วนคนอื่นๆดื่มหมด รวมทั้งนายชูวงษ์ด้วย เท่าที่เห็นน่าจะดื่มไวน์ไป 2 แก้ว แต่ด้วยนายชูวงษ์ไม่ใช่นักดื่มก็คงจะมึนๆอยู่บ้าง

พ.ต.ท.บรรยิน บอกอีกว่า กระทั่ง 2 ทุ่มกว่า มีการสั่งเช็คบิล ตนหากุญแจรถอยู่พักใหญ่เนื่องจากลืมไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้าตอนอาบน้ำเปลี่ยนชุด จนประมาณ 3 ทุ่มเศษก็พากันเดินมาขึ้นรถ ระหว่างเดินนายชูวงษ์ยังพูดถึงเรื่องภรรยา บอกว่าต้องคอยเอาใจ ต้องพาไปเที่ยว ซึ่งตนก็บอกว่า ทำไปเถอะสิ่งไหนที่ทำแล้วเขาสบายใจ เมื่อขึ้นรถก็ขับไม่เรื่อย ใช้ความเร็วไม่ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็ไม่ได้สังเกตุอีกว่านายชูวงษ์รัดเข็มขัดหรือไม่ และปกติเวลานายชูวงษ์ขึ้นรถก็จะเป็นคนหลับง่าย พอขับมาถึงจุดเกิดเหตุมีรถข้ามเลนมาทำท่าจะชน ตนก็หักหลบ ภาพที่เห็นตรงหน้าคือเสาไฟฟ้า ในคิดคิดว่าถ้าไม่หลบอีกชนเสาไฟตายแน่ ก็หักพวงมาลัยอีกรอบ จนเสียหลักชนฟุตบาธ

พอชนฟุตบาทรถก็ลอยเหินเลย ก่อนจะตกกระแทกกระดอนไถลจนไปพุ่งชนกับต้นไม้ จนผมสลบ รู้ตัวอีกทีก็มีคนมาเคาะกระจก ผมทั้งเจ็บทั้งจุก ส่วนคุณชูวงษ์คุดคู้ หัวเสียบอยู่ช่วงคอนโซนรถข้างกระปุกเกียร์ ผมยายามจะงัดดึงร่างเขาออกมา แต่ดึงยังไงก็ไม่ออก ผมยังบอกคนที่เข้ามาช่วยว่า ช่วยงัดเอาออกมาหน่อย แต่เขาก็ไม่กล้างัด ผมจึงบอกให้เขาโทรแจ้งกู้ภัยด่วนเลย ส่วนผมก็โทรหาเมียผม บอกว่ารถชน แล้วบอกให้เมียผมโทรบอกเมียของคุณชูวงษ์ เพราะเขามีเบอร์โทรกัน คุยติดต่อกันประจำ จากนั้นญาติของคุณชูวงษ์ก็มาพร้อมๆกับกู้ภัย แล้วก็เห็นเขาปฐมพยาบาลวัดชีพจร ก็บอกว่ายังมีชีพจรอยู่ ก่อนจะยกเขาออกไปปั๊มหัวใจอยู่ครู่หนึ่ง ซึ่งตอนนั้นผมก็ทั้งเจ็บทั้งจุกอยู่ พ.ต.ท.บรรยิน กล่าวในรายการ และร้องไห้กล่าวทิ้งท้ายในรายการว่า ต้องขอโทษลูกกับเมีย และครอบครัวของชูวงษ์ อีกครั้ง ที่ต้องปกปิดความลับเรื่องผู้หญิง มันจำเป็น เพราะเขาเป็นเพื่อนรัก มีพระคุณกับเขามากมาย ผมไม่เคยถือโทษโกรธเคืองครอบครัวของคุณชูวงษ์ เขาจะเป็นเพื่อนรักของผมตลอดไป ผมพร้อมสู้ทุกข้อหาหากถูกดำเนินคดี เชื่อในความบริสุทธิ์ พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

โดย ทีมข่าวเนชั่นทีวี

 

กลับไปที่ www.oknation.net