วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สองบาท


วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่สำคัญของประเทศไทยวันหนึ่งเพราะเป็นงานวัน “ Bike for mom”

งานปั่นรถจักรยานเพื่อแม่แห่งชาติดังนั้นครอบครัวเราจึงไม่ตั้งใจจะออกไปทานข้าวนอกบ้าน

เนื่องจากเกรงว่าจะพบกับเส้นทางขบวนการปั่นจักรยาน

แต่แล้วเราก็เปลี่ยนใจโดยกำหนดจุดมุ่งหมายคือไปไวมาไว

ทั้งนี้เพื่อจะได้เดินทางกลับมาทันชมการถ่ายทอดสดงานในวันนี้    

ดังนั้นเราจึงกำหนดกิจกรรมที่จะทำเพียงสามอย่างคือสูบลมยางรถ      

ทานอาหารและซื้อของใช้ในครัวที่พร่องไป

            แม้จะเป็นวันหยุดแต่ก็มีรถมาเขาคิวต่อท้ายสูบลบยางรถยนต์ยาว      

วันนี้ฉันไม่ได้ใช้บริการเติมน้ำมันพร้อมสูบลมยางไปพร้อมกันเหมือนเช่นเคย           

แต่ก็อดชมพนักงานของปั๊มที่ช่วยมายืนตากแดดรอสูบลมยาง           

เมื่อเสร็จสิ้นขบนวการฉันมอบเงินสินน้ำใจให้พนักงานที่

ตั้งใจทำงานครั้งนี้ยี่สิบบาทเป็นการตอบแทน

เราออกจากปั๊มน้ำและแวะรับประทานสุกี้ยากี้อาหารประจำบ้านในมื้อกลางวัน

ครันพอทานอาหารเสร็จฉันก็แวะเข้าไปในห้างค้าขายของใหญ่ที่มีคนไทยเป็นเจ้าของกิจการ         

ไปหยิบน้ำยาล้างจานยี่ห้อหนึ่งโดยจำราคาสินค้าได้ดี          

แต่ครันมาจ่ายเงินที่แคชเชียร์ฉันก็แปลกใจที่ราคาสินค้าไม่ตรงกับสลากป้ายราคา           

ฉันขอให้แคชเชียร์ช่วยตรวจสอบราคาสินค้าให้แต่กลับถูกปฎิเสธแคชเชียร์

ยืนยันในการจะเก็บเงินตามราคาสินค้าตามบาร์โค้ดของตน

โดยไม่ยอมให้เพื่อนร่วมงานไปตรวจสอบราคาที่ชั้นวางของ

ฉันติดใจไม่หายเพราะแม้สินค้าจะราคาแพงกว่าเพียง”สองบาท”

แต่ฉันเคยได้พบประสบการณ์จากห้างใหญ่ในลักษณ์ดียวกันมานี้

ห้างที่มีผู้ถือหุ้นเป็นชาวต่างชาติว่าหากลูกค้าสงสัยในราคาสินค้า

พนักงานจำเป็นต้องตรวจสอบราคาก่อนการเก็บเงินและหากราคา

ที่ติดไว้ต่ำกว่าราคาที่แสดงในเครื่องคิดราคาสินค้าของแคชเชียร์

ทางห้างจำเป็นต้องเสียค่าปรับแก่ลูกค้าหนึ่งเท่าของราคาส่วนต่างที่เพิ่มขึ้น     

ฉันตัดสินใจเดินกลับไปที่ชั้นวางสินค้าอีกครั้งทั้งๆที่โดนเร่งให้รีบกลับเพราะเชื่อ

ในสายตาของตนเอง       และในที่สุดก็เป็นไปตามคาดสินค้าราคายี่สิบห้าบาท

แต่ฉันถูกเรียกเก็บเกินไป”สองบาท” ฉันตรงไปที่แคชเชียร์พร้อมป้ายแสดง

ราคาสินค้าเพื่อขอเงินส่วนต่างคืน              แคชเชียร์ให้ฉันไปคุยกับฝ่ายประชาสัมพันธ์

โดยยอมคืนเงินที่เก็บเกินจากฉันไปสองบาทแต่ไม่ยอมเสียค่าปรับอีกหนึ่งเท่าตัว

ซึ่งต่างจากประสบการณ์ที่ฉันเคยได้รับจากอีกห้างหนึ่ง           

การโกรธคราวนี้ไม่ได้ขึ้นกับจำนวนเงินที่ต้องเสียเพิ่มแต่ฉันโกรธที่ต้องเสียเวลา

ไปหยิบฉลากราคามายืนยันกับแคชเชียร์                      

ฉันไม่ได้เสียดายเงินค่าปรับสองบาทที่เคยได้จากอีกห้างในอดีต           

โกรธคราวนี้ไม่คุ้มกับการต้องโกรธจริงๆที่สำคัญโกรธตัวเองที่ไม่น่าต้องหัวเสีย

กับเรื่องนี้มากมายและควรใจเย็นกว่านี้            “เสียคนเพราะเงินแค่สองบาทเท่านั้นจริงๆ”

                                                                             P Ink

                                                                   ๑๗ มค. ๒๕๕๘

โดย Sweetsea

 

กลับไปที่ www.oknation.net