วันที่ พุธ สิงหาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ศิลปาชีพเกาะเกิด..ศูนย์เรียนรู้ครบวงจร..ตามแนวพระราชดำริ


 



 

"เดิมเป็นนาร้างแต่ได้ปรับมาสร้างศูนย์ศิลปาชีพเพื่อเป็นสมบัติของแผ่นดินเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อการเกษตร การก่อสร้างหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงและทำเป็นโมเดลเพื่อให้มีการศึกษาโดยมีเนื้อที่ 2 ไร่ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถทรงมีพระราชดำรัสเมื่อ 15 ธ.ค.2540 จัดตั้งศูนย์ศิลปาชีพแห่งใหม่สำหรับการเลือกพื้นที่บริเวณนี้เนื่องจากไม่ไกลจากกทม.มากนัก มีการคมนาคมเดินทางได้สะดวกสบายและเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ จุดประสงค์ของโครงการไม่ต่างจากศูนย์ศิลปาชีพบางไทรแต่จุดเด่นคือมีเนื้อที่กว้างใหญ่ มีโครงการหลากหลายมากขึ้นมีการแปรรูป เช่นน้ำดื่มซึ่งรับรองโดยอย. โครงการศิลปาชีพต่าง ๆ การอนุรักษ์พันธุ์ไม้ เช่นพันธุ์ทุเรียนเก่า ปศุสัตว์ การอนุรักษ์พันธุ์ควายไทยซึ่งสามารถขอไปขยายพันธุ์ได้ โครงการนี้จะได้ประโยชน์กับคนในพื้นที่ เนื่องจากจะเป็นจุดที่มีความเจริญมากขึ้น และเป็นแหล่งเรียนรู้การเกษตร ศิลปาชีพหรือเป็น one stop service  และเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต" พล.อ.มนัส คล้ายมณี ประธานคณะทำงานโครงการก่อสร้างศิลปาชีพเกาะเกิด เกริ่นคร่าว ๆ ถึงศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด ตำบลเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นศูนย์ศิลปาชีพแห่งใหม่ที่ดำเนินการก่อสร้างตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระนางพระบรมราชินีนาถ

 


สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาชีพของราษฎรในประเทศเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านงานศิลปาชีพ เนื่องจากเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ ช่วยให้ราษฎรของพระองค์ได้มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และช่วยอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดินสืบไปชั่วลูกชั่วหลาน...จากแนวพระราชปณิธาณดังกล่าว ได้ทรงมีรับสั่งว่า“ทรงมีพระราชประสงค์จะจัดตั้งศูนย์ศิลปาชีพแห่งใหม่ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์รวมศิลปวัฒนธรรมของทุกภาค ซึ่งจะเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนไทยให้คงอยู่สืบไป โดยทรงให้เลือกหาสถานที่ที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานครมากนัก ”ซึ่งคณะกรรมการดำเนินงาน จึงได้พิจารณาเลือกพื้นที่บริเวณตำบลเกาะเกิด อำเภอปางปะอินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นสถานที่ก่อสร้างศูนย์ศิลปาชีพแห่งใหม่ในเบื้องต้นได้จัดซื้อที่ดินเนื้อที่ประมาณ 750 ไร่ ต่อมาขยายเพิ่มอีก 1,446 ไร่ จนถึงปัจจุบันโครงการศิลปาชีพ ตำบลเกาะเกิด มีพื้นที่ประมาณ 2,028 ไร่ และจัดสรรเนื้อที่ออกเป็น 4 ส่วนได้แก่ พื้นที่ทำเกษตรกรรม กลุ่มอาคารพิพิธภัณฑ์ กลุ่มอาคารฝึกงาน ที่พักอาศัยของสมาชิกศิลปาชีพและกลุ่มหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงการดำเนินกิจกรรม และการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ต่างๆ ภายในโครงการ เป็นไปตามการกำหนดสัดส่วนของพื้นที่ที่ได้วางแนวทางไว้อย่างชัดเจน

 

สำหรับกิจกรรมที่เห็นผลสำเร็จประกอบด้วยหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงเจตนารมณ์ในการก่อตั้งหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงขึ้นมาเนื่องมาจากการที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเล็งเห็นถึงปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกินในภายภาคหน้าเนื่องจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ผืนดินยังคงมีจำนวนเท่าเดิม ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาขาดแคลนที่ทำกินในอนาคต พระองค์จึงทรงให้หาต้นแบบ(Model) ในการทำมาหากินที่จะช่วยให้ราษฎรสามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้ โดยดำเนินการมาแล้วกว่า 8 ปี บนเนื้อที่ประมาณกว่า 70 ไร่ปัจจุบันมีครัวเรือนจำนวน 21 ครัวเรือนใช้อาชีพเกษตรกรรมเลี้ยงชีพได้อย่างมั่นคงปกครองดูแลกันเองโดยมีผู้ใหญ่บ้านทำหน้าที่หัวหน้าหมู่บ้าน หลักสำคัญของสมาชิกคือ ต้องอยู่ร่วมกันด้วยดี ทั้งยังมีการดำเนินงานที่มีความหลากหลายคือนาข้าว พันธุ์ที่ปลูก ได้แก่ ข้าวหอมปทุม ข้าวขาวตาแห้ง เป็นต้น พืชไร่ ไม้ผล มีการปลูกไว้หลากหลายชนิด เช่น กล้วย มะม่วง มะพร้าวน้ำหอม ขนุน กระท้อน ทุเรียน เป็นต้น นอกจากนี้แล้วยังพยายามที่จะทำการรวบรวมสายพันธุ์กล้วยและทุเรียนไว้ มากมายหลายสายพันธุ์ พืชผักสวนครัว ทำการปลูกในลักษณะหมุนเวียนตามความต้องการของตลาด อาทิเช่น พริก มะเขือ แตงกวา คะน้า เป็นต้น โดยมีการปลูกทั้งแปลงเพาะปลูก และปลูกแซมตามร่องสวน ซึ่งถือเป็นผลผลิตหลักให้แก่โครงการในปัจจุบัน งานไม้ดอกไม้ประดับ ซึ่งผลผลิตส่วนใหญ่จะนำมาใช้ในการประดับตกแต่งพื้นที่

ศูนย์ศิลปาชีพนี้จะมีผลิตภัณฑ์ออกวางจำหน่ายภายใต้ชื่อของศิลปาชีพเกาะเกิด ที่ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของโครงการริมถนนสายเอเชียฝั่งขาเข้าซึ่งรายได้นับล้านบาทแต่ก็มีค่าใช้จ่ายที่มากเท่าตัวถึง 2 ล้านบาท ศูนย์ฯยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่องต่อไป ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะเป็นสถานที่รวบรวมเหล่าช่างศิลปาชีพหลายแขนง รวมทั้งผลงานอันทรงคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม ที่ยิ่งใหญ่ต่อไป

 

 

ประมวล เกษมสันต์ ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผ่านโครงการก่อสร้างศิลปาชีพ ตำบลเกาะเกิด เล่าว่า แต่เดิมเป็นทหารและได้รับเลือกให้เข้ามาอยู่มาในพื้นที่โครงการเนื่องจากไม่มีที่ทำกินซึ่งได้อาศัยในหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงเนื้อที่ 2 ไร่ และทำการเกษตรแบบพอเพียงปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงปลาซึ่งใช้ชีวิตอย่างพอเพียงทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น เพราะรู้จักวิธีการเลี้ยงชีพ รู้จักการใช้ชีวิต ทำอะไรก็ให้รู้จักประมาณตน โดยจะเน้นวิถีแบบเกษตร ซึ่งได้เรียนรู้กับเจ้าหน้าที่ ทำให้มีองค์ความรู้ และอยากให้มีโครงการเช่นนี้ในทุกจังหวัดเกษตรกรสามารถนำโครงการไปปรับใช้ได้

“ย้ายเข้ามาอยู่วันแรกวันที่ 11 พฤษภาคม 2547 สิ่งที่ได้รับทุกบ้านเลยก็คือจะได้ที่ดินทำกิน ครอบครัว ละประมาณ 2 ไร่ และก็บ้านอีกหนึ่งหลัง ที่ดินก็จะโล่ง ๆ เพื่อนสมาชิกต้องช่วยกันบุกเบิก ช่วยกันขุด ร่องน้ำ ทำแปลงปลูก กว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางก็ใช้เวลาเกือบ 2 ปีทุกวันนี้ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีหลักในการใช้ชีวิตไม่เหมือนแต่ ก่อนที่หาเช้ากินค่า มีรายได้จากการทำงานในโครงการประมาณเดือนละ 14,000 บาท และก็ยังมีรายได้จากการขายพืชผลทางการเกษตรที่ปลูกเองอีกประมาณเดือนละ 5,000 บาท รวมแล้วก็ตกประมาณเกือบ 20,000 บาทต่อเดือน ซึ่งรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างมาก

 

นันทพร สูยะศุนานนท์ ผู้จัดการสถานีวิทยุจราจรเพื่อสังคม (TRS 99.5) เปิดเผยว่า TRS 99.5 ได้จัดโครงการ“ปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดําริ”ครั้งที่ 12 เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยนําพาสมาชิก TRS Fan club ร่วมศึกษาการทําการเกษตรแบบเดิม เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ จากชาวบ้านหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ณ โครงการก่อสร้างศิลปาชีพเกาะเกิดอ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยาซึ่งได้ศึกษาการทําการเกษตรแบบดั้งเดิม พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากชาวบ้านหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการปลูกข้าวและร่วมทดลองดํานานําแนว “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” มาประยุกต์ใช้ในชีวิตและการงานได้จริงจนเกิดการ “แบ่งปัน” ให้กับผู้คนรอบข้าง เนื่องจากได้เรียนรู้จากพฤติกรรมจริง สัมผัสจริง

 

โดย countrygirl

 

กลับไปที่ www.oknation.net