วันที่ อังคาร สิงหาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อมีแต่หนังสือ...ทำไมจึงเรียกห้องสมุด


ฉันทำงานห้องสมุดค่ะ

ตอนวันเด็ก หลาน ๆ มาร่วมกิจกรรมแล้วถามว่า

ที่นี่มีแต่หนังสือทำไมเรียกห้องสมุดทำไมไม่เรียกห้องหนังสือ 

และเมื่อคราวร่วมประชุมส่งเสริมการอ่านระดับจังหวัด

มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งถามในที่ประชุมว่า

"ผมสงสัย...ก็มีแต่หนังสือเต็มไปหมดทำไมเรียกห้องสมุด...ใครจะตอบผมได้บ้าง"

ฉันจึงยกมือขึ้นและเล่าตามที่จำได้จากการอ่าน

ท่านพยักหน้า...อ้อ...แบบนี้พอเข้าใจ

ผ่านมาหลายปีก็ยังคงมีคำถามมาเนือง ๆ ว่า

ทำไมห้องสมุดที่มีแต่หนังสือ...จึงยังมีคนเรียกว่า "ห้องสมุด" 

ทำไมไม่เรียกว่าห้องหนังสือ

มาค่ะ...ฉันจะเล่าให้ฟัง

การครั้งหนึ่งนานมาแล้ว....

สยามประเทศของเรายังไม่มีระบบการพิมพ์หนังสือใช้ 

เราใช้วิธีจะบันทึกตัวหนังสือโดยวิธีจารลงบนแผ่นไม้หรือใบลาน

เก็บไว้ใช้เล่าเรียนศึกษาโดยการบันทึกสรรพวิทยาต่าง ๆ 

เช่นนิทาน ชาดก พระไตรปิฎก ไว้ให้ผู้อื่นศึกษา

เก็บโดยเจาะรูร้อยเชือก ประกบหัวท้ายด้วยไม้สลักลวดลาย ต่าง ๆ 

แบบนี้เรียกหนังสือผูก 

ภาพจากศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม

 และสิ่งที่ใช้การเขียน จารลงบนกระดาษแบบโบราณ

ทำด้วยกระดาษาจากต้นข่อยพับเป็นชั้น ๆ

มี ๒ สี คือ ขาวและดำเรียก มีแผ่นไม้ทับหัว ท้าย หน้า หลัง เรียกชื่อว่าสมุดไท...

 

 เมื่อมีจำนวนมากขึ้นจึงต้องมีการเก็บรวบรวม

ไว้ในบ้านของเจ้านายหรือหอเก็บตำราของวัด

โดยที่สมัยก่อนชาวบ้านยังไม่มีการศึกษาเล่าเรียน 

ผู้ที่จะสามารถเก็บรวมรวมสมุดไทยไว้ได้

จึงมีแต่เจ้านายผู้ใหญ่ หรือพระในวัด...

สถานที่รวบรวมจึงมีชื่อเรียกว่า "หอพระสมุด" 

 

 

 

 

(ตำราคชลักษณ์ปกหน้าขาดหายไปเหลือเพียงปกหลังที่ยังสมบูรณ์อยู่)

ต่อมาความเจริญเรื่องการพิมพ์มีมากขึ้น 

การจารลงบนกระดาษทำได้ช้า จึงหมดความนิยมไป

 แต่การเรียกหอพระสมุดที่ใช้เก็บหนังสือตำรา

ยังคงเรียกกันจนติดปากว่า "หอพระสมุด"

และกร่อนคำจนเหลือเพียงคำว่า...หอสมุด...หรือห้องสมุดมาจวบจนปัจจุบัน

และห้องสมุดแห่งแรกของไทยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์คือ

"หอพระมณเฑียรธรรม" ตั้งอยู่ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

หรือวัดพระแก้วนั่นเอง

สวัสดีค่ะ...

โดย จิตราภรณ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net